วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนรอย สายโลหิต ตำนานรัก 'ขุนไกร ดาวเรือง' เวอร์ชั่นไหนพีกสุด!

เพราะช่อง 7 นำละครดังในอดีตอย่างเรื่อง สายโลหิต มารีรันออกอากาศเป็นละครหลังข่าวอีกครั้ง ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ วันนี้บันเทิงไทยรัฐเลยจะพาแฟนๆ ไปย้อนเส้นทางละครดัง สายโลหิต กันอีกครั้งหนึ่ง   

สายโลหิต เป็นผลงานนวนิยายของ โสภาค สุวรรณ นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ไทย ที่หยิบเอาเหตุการณ์สงคราม ไทย-พม่า ปลายกรุงศรีอยุธยาและช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์มาเป็นเนื้อหาในการดำเนินเรื่อง และทำให้เห็นถึงเหตุการณ์การเสียกรุงครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะการไม่เตรียมพร้อมและความประมาทของพลเมือง และยังมีความขัดแย้ง ไม่มีความสามัคคี ทำลายฆ่าฟันกันเอง สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียกรุง ที่ผู้เขียนนำมาถ่ายทอดเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับผู้อ่าน 

และเพราะเป็นนวนิยายที่มีเนื้อหาสอนใจได้เป็นอย่างดี สายโลหิตจึงถูกช่อง 3 ซื้อลิขสิทธิ์มาทำเป็นละครเมื่อประมาณปี 2529 ซึ่งถือเป็นการนำมาทำเป็นละครครั้งแรกของบทประพันธ์เรื่องนี้ โดยสายโลหิตถูกนำมาดัดแปลงให้เป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ดังนี้

ปี พ.ศ.2529 สร้างโดย สุพรรณ บูรณะพิมพ์ ดาราอาวุโสและผู้กำกับหญิงฝีมือดี บทโทรทัศน์โดย นิรุต สังตสุวรรณ กำกับการแสดงโดย สุพรรณ บูรณะพิมพ์, มีศักดิ์ นาครัตน์ ออกอากาศทางช่อง 3 นำแสดงโดย นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทเป็น ขุนไกร อาภาพร กรทิพย์ รับบทเป็น ดาวเรือง (ตอนโต) ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบทเป็น ดาวเรือง (ตอนเด็ก) นพพล โกมารชุน รับบทเป็น หมื่นทิพย์ หรือ หมื่นทิพย์เทศา และ อำภา ภูษิต รับบทเป็น แม่หญิงเยื้อน จุรี โอศิริ รับบทเป็น ย่านิ่ม

ด้วยเหตุที่สายโลหิตเป็นละครย้อนยุค จึงทำให้ละครเรื่องนี้ใช้ทุนในการสร้างฉากสูง เพื่อให้ได้ฉากที่ออกมาสมจริง ซึ่งในสมัยนั้นใช้งบในการสร้างนับล้าน (ซึ่งสูงมากในยุคนั้น) เพื่อสร้างคลองคดเคี้ยวผ่านหน้าบ้านนางเอก และสร้างฉากกำแพงเมืองในห้องส่ง โดยใช้สถานที่บ้านทรงไทยแถวสามพราน นครปฐม และฉากสนามรบที่สระบุรี รวมไปถึงค่าตัวนักแสดงตัวประกอบร่วมร้อยกว่าคน จึงทำให้งบประมาณในการสร้างละครเรื่องนี้บานปลายไปถึง 8 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างละครที่ใช้เงินสูงเป็นประวัติศาสตร์ของสมัยนั้นเลยก็ว่าได้

สายโลหิต เวอร์ชั่น 2529 ถือว่าเป็นละครที่ได้รับความนิยมสูงสุดของยุค ได้รับคำชมในการดำเนินเรื่องที่กระชับ และความพิถีพิถันในรายละเอียดของประเพณีและวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคสมัยนั้นได้อย่างลึกซึ้ง

ซึ่งสายโลหิตในปี 2529 ก็สามารถกวาดรางวัลมาได้หลายรางวัล จากเวทีรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2529 ดังนี้ ดารานำชายดีเด่น (ฉัตรชัย เปล่งพานิช), ดาราสนับสนุนหญิงดีเด่น (จุรี โอศิริ) ผู้กำกับการแสดงดีเด่น (สุพรรณ บูรณะพิมพ์) และ ผู้สร้างฉากละครดีเด่น

และยังได้รับรางวัลเมขลา ครั้งที่ 6 ประจำปี 2529 ดังนี้ ผู้แสดงประกอบชายดีเด่น (นพพล โกมารชุน), ผู้กำกับการแสดงละครดีเด่น (สุพรรณ บูรณะพิมพ์) และ ผู้ประพันธ์เพลงละครดีเด่น

จากนั้นในปี 2538 ช่อง 7 ได้นำสายโลหิตมาทำใหม่อีกครั้ง โดย คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาผลิตเป็นละคร และให้ค่าย ดาราวิดีโอ เป็นผู้ผลิต โดยมี สยาม สังวริบุตร เป็นผู้กำกับ บทโทรทัศน์โดย ศัลยา นำแสดงโดย หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ที่รับบทเป็น ขุนไกร (วัยหนุ่ม) อภิชาติ หาลำเจียก ขุนไกร (วัยกลางคน) กบ สุวนันท์ คงยิ่ง รับบทเป็น ดาวเรือง (ตอนโต) บี มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ ดาวเรือง (ตอนเด็ก) และ ดวงดาว จารุจินดา ดาวเรือง (วัยกลางคน) ศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบทเป็น หมื่นทิพย์ หรือ หมื่นทิพย์เทศา เอ๋ อุษณีย์ รักกสิกรณ์ รับบทเป็น แม่หญิงเยื้อน บรรเจิดศรี ยมาภัย รับบทเป็น ย่านิ่ม นอกจากสายโลหิตแล้ว ทางช่อง 7 ยังได้สร้างละครเรื่อง ญาติกา ที่มีนิยายของผู้ประพันธ์คนเดียวกันที่มีเนื้อหาต่อเนื่องจากเรื่องสายโลหิตออกอากาศต่ออีกด้วย

แม้ สายโลหิต เวอร์ชั่นช่อง 3 จะสร้างความฮือฮาเรื่องงบประมาณในการสร้างหลักล้านมาแล้ว แต่สำหรับสายโลหิต เวอร์ชั่น ช่อง 7 เทงบแบบไม่อั้น เนื่องจากสร้างให้เป็นละครฟอร์มยักษ์ แว่วๆ มาว่าแค่ฉากป้อมปราการริมน้ำฉากเดียวงบก็สูงถึง 10 ล้านบาทแล้ว และนอกจากจะถ่ายทำกันที่โรงถ่ายลาดหลุมแก้วแล้ว ยังมีถ่ายทำนอกสถานที่อย่างเช่น สมุทรสงคราม, ปราณบุรี และที่สุรินทร์ 

เมื่อออกอากาศ สายโลหิต ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เนื่องจากได้นักแสดงวัยรุ่นอย่าง หนุ่ม ศรราม และ กบ สุวนันท์ มารับบทนำแล้ว ความอลังการและความละเอียดในแต่ละฉากที่ได้นำเสนอออกมานั้นถูกใจคนดูเป็นอย่างมาก อีกทั้งเพลงประกอบละครยังเป็นที่ติดหูแฟนละครร้อง ออกศึกข้านึกแต่รบกับรบ จบศึกข้านึกแต่รักเจ้าเท่านั้น กันได้กระหึ่มเมือง ที่สำคัญ! สายโลหิต เวอร์ชั่น 2538 ยังสร้างเรตติ้งสูงถึง 34 เลยทีเดียว

ซึ่งสายโลหิต เวอร์ชั่น 2538 ถูกนำมาออกอากาศซ้ำอีกครั้งเมื่อปี 2542, ปี 2549 และ ล่าสุด 2559 ซึ่งการนำกลับมาออกอากาศอีกครั้งในปีนี้ ทำให้สายโลหิตติดเทรนด์แนะนำอันดับ 1 ทวิตเตอร์อีกด้วย 

เพราะเป็นละครฟอร์มยักษ์ ที่กระแสฮอตขนาดนี้ ทำให้สายโลหิต เวอร์ชั่น 2538 คว้ารางวัลจากเวทีโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2538 ดังนี้ ผู้กำกับละครดีเด่น (สยาม สังวริบุตร) เพลงนำละครดีเด่น (สุทธิพงษ์ วัฒนจัง) และ ดนตรีประกอบละครดีเด่น

และคว้ารางวัลจากเวทีเมขลา ครั้งที่ 15 ประจำปี 2538 ดังนี้ ละครยอดเยี่ยมประจำปี, ผู้กำกับการแสดงดีเด่น (สยาม สังวริบุตร) ผู้กำกับรายการดีเด่น (สยาม สังวริบุตร) ผู้เขียนบทดีเด่น (ศัลยา) เพลงนำละครดีเด่น (สุทธิพงษ์ วัฒนจัง) ฉากละครดีเด่น และ จัดเครื่องแต่งกายดีเด่น

จากนั้นในปี 2546 ช่อง 3 นำ สายโลหิต มาปัดฝุ่นทำใหม่อีกครั้ง ผลิตโดยค่าย บางกอกการละคอน กำกับการแสดงโดย คฑาเทพ รัตนอุดม บทโทรทัศน์โดย ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ นำแสดงโดย กอล์ฟ พุฒิชัย อมาตยกุล รับบทเป็น ขุนไกร กบ พิมลรัตน์ พิศลยบุตร รับบทเป็น ดาวเรือง (ตอนโต) พิมประภา ตั้งประภาพร ดาวเรือง (ตอนเด็ก) เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รับบทเป็น หมื่นทิพย์ หรือ หมื่นทิพย์เทศา เขมสรณ์ หนูขาว รับบทเป็น แม่หญิงเยื้อน มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช รับบทเป็น ย่านิ่ม

แต่อาจต้องบอกว่า สายโลหิต เวอร์ชั่น 2546 ของช่อง 3 ไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไรนัก แม้การถ่ายทำจะประณีต ภาพสวย แต่กลับไม่เป็นละครที่มีกระแสเท่าไร จนทำให้หลายๆ คนหลงลืมไปว่าช่อง 3 เคยสร้างสายโลหิต เวอร์ชั่น 2546 ด้วย

กลางปี 2559 ช่อง 7 ก็ประกาศว่าจะนำละครเรื่อง สายโลหิต กลับมารีเมคปัดฝุ่นทำใหม่อีกครั้ง โดยค่าย ดาราวิดีโอ เจ้าเดิม บทโทรทัศน์โดย ศัลยา กำกับการแสดงโดย สยาม สังวริบุตร นำแสดงโดย พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบทเป็น ขุนไกร นาว ทิสานาฏ ศรศึก รับบทเป็น ดาวเรือง (ตอนโต) ชวัลรัตน์ เจนจิตรานนท์ ดาวเรือง (ตอนเด็ก) บรรเจิดศรี ยมาภัย ดาวเรือง (ตอนชรา) อ๊อฟ ชนะพล สัตยา รับบทเป็น หมื่นทิพย์ หรือ หมื่นทิพย์เทศา แนท ณัฐชา นวลแจ่ม รับบทเป็น แม่หญิงเยื้อน ดวงดาว จารุจินดา รับบทเป็น ย่านิ่ม ซึ่งสายโลหิตเวอร์ชั่นนี้ คาดว่าจะได้ชมกันในช่วงปลายปี 2560 และจะได้รับความนิยมเทียบเท่าเวอร์ชั่น 2538 หรือไม่นั้น ต้องติดตามกันต่อไป

นอกจาก สายโลหิต จะเป็นละครที่กระตุ้นในเกิดความรักชาติแล้ว ยังเป็นละครเรื่องสำคัญในประวัติศาสตร์ละครไทย เพราะผ่านไป 21 ปี ขุนไกรและดาวเรืองยังได้มาโลดแล่นหน้าจออีกครั้งในช่วงเวลาไพรม์ไทม์แบบที่ไม่เคยมีละครเรื่องใดทำได้!

เพราะช่อง 7 นำละครดังในอดีตอย่างเรื่อง สายโลหิต มารีรันออกอากาศเป็นละครหลังข่าวอีกครั้ง ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ วันนี้บันเทิงไทยรัฐเลยจะพาแฟนๆ ไปย้อนเส้นทางละครดัง สายโลหิต กันอีกครั้งหนึ่ง 16 พ.ย. 2559 14:30 16 พ.ย. 2559 20:02 ไทยรัฐ