วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สพม.โชว์ผลงาน 9 ปี คลอดกฎหมายเจ็ดชั่วโคตร

สพม.จัดงาน 9 ปี สภาพัฒนาการเมือง รวมพลังพลเมืองสู่ ปชต.เข้มแข็ง ด้านนักวิชาการทีดีอาร์ไอ หนุนสภาพัฒนาการเมือง เสนอกฎหมายให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 59 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สภาพัฒนาการเมือง จัดงาน "9 ปี สภาพัฒนาการเมือง : รวมพลังพลเมืองสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง" โดยมีผลงานที่สำคัญ อาทิ จังหวัดจัดการตัวเอง ประชาธิปไตยชุมชน การจัดการทรัพยากร ธรรมาภิบาลทางการเมือง การจัดการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน การให้การศึกษาทางการเมือง การจัดการความขัดแย้ง และสภาพลเมือง รวมไปถึงการเสนอความเห็นในสถานการณ์ต่างๆ แนวทางการสร้างความปรองดอง ข้อเสนอการปฏิรูปการเมือง และการเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนรวม หรือกฎหมายเจ็ดชั่วโคตร

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ปาฐกถา เรื่อง "สภาพัฒนาการเมืองกับการขับเคลื่อนประชาธิปไตย" สภาพัฒนาการเมืองต้องมองควบคู่ไปกับแผนพัฒนาการเมือง ว่า สภาพัฒนาการเมืองจัดทำแผนพัฒนาการเมือง ฉบับที่สอง เสร็จแล้ว เป็นแผนระยะห้าปีโดยเตรียมที่จะส่งให้ ครม. สนช. สปท. ต่อไป เพื่อต่อยอดจากแผนพัฒนาการเมืองฉบับแรก ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในระดับรากฐาน ซึ่งแผนพัฒนาการเมืองฉบับแรก เดินมาถูกทางแล้ว ที่เน้นให้การศึกษาทางการเมือง ที่มุ่งไปสู่วัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ซึ่งถ้าประชาชนมีวัฒนธรรมที่เป็นประชาธิปไตย นักการเมืองที่ใช้ไม่ได้ ประชาชนก็ไม่เลือก

นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ส่วนอนาคตของสภาพัฒนาการเมือง จะทำหน้าที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างส่วนล่าง หรือประชาชน ต่อไป เพราะสำคัญที่สุด ขณะเดียวกันจะต้องพัฒนาโครงสร้างส่วนกลาง คือ พรรคการเมือง ระบบราชการ และสื่อมวลชน ควบคู่ไปด้วย พร้อมยืนยันแนวคิดการเซตซีโร่พรรคการเมือง และ กกต.ไม่ใช่ความเห็นของสภาพัฒนาการเมือง แต่เป็นความคิดเห็นของประชาชนที่ได้ไปสำรวจความเห็นมา

ด้าน นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ อภิปรายในหัวข้อ "สภาพัฒนาการเมืองกับการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง" ว่า ประชาธิปไตยมีคุณค่าในตัวเอง แม้ว่าจะมีปัญหามาก แต่เป็นระบบที่เลวน้อยที่สุด และไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผู้นำที่ตัวเองอยากเห็น แต่คนแพ้จะต้องยอมรับกับผล ไม่เล่นนอกกติกา เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือ การทำประชามติออกจากอียูของอังกฤษ ซึ่งหากไม่ยอมรับผลก็จะเกิดความแตกแยก เหมือนความขัดแย้งทางศาสนาที่เกิดขึ้นในอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ ที่ทำให้เกิดความสูญเสียมากมายมหาศาล ดังนั้นประชาธิปไตยมีคนแพ้คนชนะแต่ละช่วง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ในส่วนของประเทศไทยนั้น ความขัดแย้งสงบลง แต่อีกสักพักจะฟื้นขึ้นมาได้ ดังนั้น คนฝ่ายต่างๆ ทั้งเหลืองและแดงจะต้องเข้าใจถึงความต้องการของทั้งสองฝ่าย

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า หากสังคมประชาธิปไตย ไม่ชอบกับผลที่ออกมา จะต้องใช้ความเป็นประชาธิปไตยให้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ประชาธิปไตยทางตรง เช่น การเสนอกฎหมายโดยประชาชน ซึ่งที่ผ่านมีมีกฎหมายที่เสนอจากประชาชนเพียง 3 ฉบับ ถูกประกาศใช้จากจำนวนที่เสนอทั้งหมด 37 ฉบับ พร้อมกันนี้เห็นว่าสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็ คือ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ที่ในปัจจุบันราชการยังปกปิดข้อมูล ดังนั้นสภาพัฒนาการเมือง ควรที่จะร่วมผลักดันกฎหมายให้อำนาจประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในส่วนนี้เพื่อให้การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนง่ายมากขึ้น

สพม.จัดงาน 9 ปี สภาพัฒนาการเมือง รวมพลังพลเมืองสู่ ปชต.เข้มแข็ง ด้านนักวิชาการทีดีอาร์ไอ หนุนสภาพัฒนาการเมือง เสนอกฎหมายให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร 16 พ.ย. 2559 13:54 16 พ.ย. 2559 15:39 ไทยรัฐ