วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป็นบุญตา! ชมฉลองพระองค์ 3 เหล่า องค์จอมทัพไทย อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

อีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทย คือ เราได้มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นจอมทัพไทย พระองค์ทรงงานอย่างเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ในฐานะจอมทัพ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจยังพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารเพื่อดูแลเหล่าทหารชายแดน กำลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติ

พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจให้แก่เหล่าทหารหาญ จนสามารถปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองแผ่นดินได้อย่างผาสุก และทรงทำนุบำรุงกองทัพไทยเรื่อยมา

ไทยรัฐออนไลน์ ขอเชิญเชิดชูเกียรติแห่งองค์จอมทัพไทย ด้วยการพาคุณไปชมฉลองพระองค์เครื่องแบบ 3 เหล่าทัพ ซึ่งเป็นสมบัติส่วนพระองค์ เหล่าทหารจากทุกเหล่าทัพต่างเชื่อกันว่าหากมีโอกาสชมชุดเหล่านี้ ก็เปรียบเสมือนได้เข้าเฝ้าใต้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด

เราเดินทางไปที่ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับ ช่วงถนนวิภาวดีรังสิตบรรจบกับถนนพหลโยธิน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มีพื้นที่ 38 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย

ที่นี่สร้างขึ้นในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่บูรพมหากษัตริย์และวีรชนไทยผู้เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ เปิดให้เข้าชมได้ฟรี ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยมีเจ้าหน้าที่นำชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น.

ในวันที่เราเดินทางไปเที่ยวชมนั้น เราได้รับเกียรติจาก พันเอกเอกศักดิ์ อ่อนชื่น รองผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร เป็นวิทยากรพาชมและบรรยายส่วนต่างๆ ในอนุสรณ์สถานแห่งชาติ

โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญอย่าง ‘พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติจอมทัพไทย’ ที่นำเสนอสาระเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับทหารและกองทัพไทย เพื่อให้ผู้เข้าชมตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกองทัพไทยผ่านการจัดแสดงต่างๆ

สิ่งจัดแสดงที่สำคัญที่สุดของห้องพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติจอมทัพไทย ประกอบด้วยฉลองพระองค์เครื่องแบบทั้ง 3 เหล่าทัพ และของใช้ส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้ระหว่างบำเพ็ญพระราชกรณียกิจแต่ละวาระ ซึ่งกองบัญชาการกองทัพไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานยืมมาจัดแสดง ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อ 17 มี.ค. 2552

พันเอกเอกศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ฉลองพระองค์เครื่องแบบต่างๆ ในห้องนี้ล้วนเป็นของใช้ส่วนพระองค์ทั้งสิ้น และต่อไปนี้คือ 5 ข้อเกี่ยวกับสิ่งล้ำค่าที่คนไทยควรรู้และควรมาชมเป็นบุญตา ซึ่งรองผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์ฯ ท่านนี้อยากแนะนำให้คนไทยได้รู้จัก

1. ร้านไอดีล ราชวัตร

ชุดฉลองพระองค์เครื่องแบบทั้ง 3 เหล่าทัพ กองทัพแต่ละเหล่าทัพได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระองค์ท่าน ได้แก่ ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารบก ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารอากาศ และ ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือ

ฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพอากาศ เป็นชุดที่มีขนาดเล็กที่สุด เพราะขณะนั้นพระองค์ยังเจริญพระชนมพรรษาไม่มาก ส่วนฉลองพระองค์กองทัพบกและกองทัพเรือ มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยปกติเครื่องแบบของพระองค์ท่านจะตัดที่ร้านตัดชุดเครื่องแบบข้าราชการชื่อ ไอดีล (ราชวัตร) เป็นร้านที่ตัดฉลองพระองค์เครื่องแบบอยู่สม่ำเสมอ

2. ใช้ในงานราชพิธีต่างๆ ของกองทัพ

ฉลองพระองค์แต่ละชุดที่จัดแสดงอยู่นี้ พระองค์จะทรงใช้ตามงานพระราชการหรืองานราชพิธีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละกองทัพ เช่น หากมีงานราชการที่กองทัพบก พระองค์ท่านก็จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพบก หากมีภารกิจที่กองทัพอากาศ หรือต้องขึ้นเครื่องบินที่กองทัพอากาศ หรือไปเจิมเครื่องบินใหม่ของฝูงบิน ก็จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพอากาศ และในกรณีที่จะไปในพิธีการของกองทัพเรือ ก็จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบของกองทัพเรือ เป็นต้น

3. สายยงยศ ‘จอมทัพไทย’ ยศสูงสุด

สายยงยศ ทำจากเชือกนำมาถัก เป็นส่วนประกอบของชุดฉลองพระองค์เครื่องแบบทางทหาร มีไว้เพื่อแสดงพระราชยศสูงสุดของกองทัพไทย นั่นคือ ‘ยศจอมทัพไทย’ เป็นยศที่สูงที่สุดในกองทัพ และมีเพียงพระมหากษัตริย์เท่านั้นที่จะทรงดำรงตำแหน่งนี้ได้เพียงพระองค์เดียว

สายยงยศชุดนี้ ได้รับพระราชทานยืมมาจัดแสดงอยู่ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยไม่มีกำหนดคืน ซึ่งเป็นสายยงยศที่พระองค์ทรงใช้จริง โดยมีความแตกต่างจากสายยงยศของราชองครักษ์ และต่างจากสายยงยศพิเศษต่างๆ กล่าวคือ ลักษณะการถักทอสายยงยศ เป็นการถักเชือกแบบทบสองชั้น หรือเป็นลักษณะเส้นคู่สองเส้น แต่ยศอื่นๆ จะมีเส้นคู่เพียงเส้นเดียว

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบอกยศอีกอย่างหนึ่งที่มีได้เฉพาะองค์จอมทัพไทย นั่นคือ พระคทาจอมทัพไทย ถือเป็นพระคทาที่แสดงถึงความเป็นจอมทัพที่อยู่เหนือทั้ง 3 เหล่าทัพ

4. ส่วนประกอบของฉลองพระองค์

สำหรับส่วนประกอบของฉลองพระองค์เครื่องแบบแต่ละชุด ได้แก่
- ฉลองพระองค์ด้านนอก
- ฉลองพระองค์ด้านใน
- พระสนับเพลา
- ถุงพระบาท
- ฉลองพระบาท

พันเอกเอกศักดิ์ เล่าว่า ชุดที่นำมาจัดแสดงเรียกว่า เครื่องแบบทหารบก เครื่องแบบเรือ เครื่องแบบอากาศ โดยมีเสื้อชั้นนอกแบบคอแบะ ลักษณะเป็นคอปกเหมือนเสื้อสูท ส่วนสีเสื้อก็จะแบ่งสีตามเหล่าทัพ ทัพบกสีเขียว ทัพอากาศสีน้ำเงิน ส่วนทัพเรือสีกากี แต่ถ้าเป็นชุดเต็มยศจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเสื้อนอกจะเป็นสีขาว คอปิด แขนยาว มีกระเป๋าเสื้อสองข้าง กระเป๋ามีปก ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่ได้รับพระราชทาน 

ส่วนชุดปฏิบัติงานทั่วๆ ไป ตัวเสื้อด้านอกมีลักษณะเป็นเสื้อคอพับ ส่วนเสื้อด้านในก็จะเป็นเสื้อเชิ้ต มีเนคไท แล้วก็มีการประดับเครื่องหมาย เครื่องราชต่างๆ ทั้งสองแบบก็จะติดประดับเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีชุดสีแดงเรียกว่า ‘ชุดราชวัลลภ’ ใช้สำหรับพิธีการเดินสวนสนามในวันราชวัลลภ ก็จะมีเครื่องแบบที่แตกต่างไปอีก เช่น แบบเสื้อก็จะเป็นสีแดงยาว หมวกทรงพู่สีดำ เป็นต้น

5. ทรงเป็นแบบอย่างเรื่องความมัธยัสถ์

สิ่งที่น่าสนใจเมื่อได้มาเยี่ยมชมชุดฉลองพระองค์ คือ ฉลองพระองค์แต่ละชุด พระองค์ท่านทรงใช้อย่างคุ้มค่า ไม่ได้มีหลายชุดมากนัก พระองค์ทรงใช้จนเก่าถึงจะเปลี่ยน อีกประการหนึ่งสังเกตจากฉลองพระบาทของพระองค์ท่านที่ทางอนุสรณ์สถานแห่งชาติจัดแสดงไว้ 4-5 คู่ ทุกคู่ผ่านการใช้งาน ผ่านการซ่อมแซมจนเก่ามาก หากเป็นประชาชนทั่วไปบางครั้งลักษณะแบบนี้ก็คงไม่ใช้แล้ว หรือทิ้งไปนานแล้ว แต่พระองค์ก็ยังซ่อมและนำกลับมาใช้อยู่เสมอ พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในเรื่องความมัธยัสถ์ให้ประชาชนในชาติได้เห็น และเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต 

หลังจากได้ชมก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้เห็นฉลองพระองค์ของในหลวงและได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำสอนของท่านในเรื่องต่างๆ ผ่านพระราชกรณียกิจของกองทัพไทย ยิ่งทำให้ภาคภูมิใจว่าเราได้เกิดมาในแผ่นดินอันร่มเย็นเป็นสุขของรัชกาลที่ 9.

อีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทย คือ เราได้มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นจอมทัพไทย พระองค์ทรงงานอย่างเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ในฐานะจอมทัพ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจยังพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารเพื่อดูแลเหล่าทหารชายแดน กำลังสำคัญในการ 16 พ.ย. 2559 12:07 19 พ.ย. 2559 05:30 ไทยรัฐ