วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟิตกิจกรรมทางกาย สร้างความแข็งสู้โรค

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่า การมี “กิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ” เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกถึงร้อยละ 5.5 หรือประมาณ 3.2 ล้านรายต่อปี!

“กิจกรรมทางกาย” ที่ว่านี้กล่าวง่ายๆก็คือ ทุกกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย เป็นคำที่เริ่มรู้จักมากขึ้น จากเดิมการรณรงค์จะเน้นว่า คนเราต้อง ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที เริ่มจะไม่เพียงพอเสียแล้ว เพราะทางวิชาการพบข้อมูลสำคัญว่า การอยู่นิ่งๆ เกิน 2 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูทีวี เรียนหนังสือ หรือทำงาน เป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เกิดโรคต่างๆ

ซึ่งทางการแพทย์ยังพบว่าเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งลำไส้อย่างชัดเจน

แต่โลกยุคปัจจุบัน ประชากรกลับถูกตรึงไว้กับหน้าจอมากขึ้นๆ จนเกิดพฤติกรรมเนือยนิ่ง โดยแต่ละวันเราใช้เวลาติดจอ 6–7 ชั่วโมง โดยรวมแล้วมีพฤติกรรมเนือยนิ่งถึงวันละ 13.42 ชั่วโมง

ข้อมูลจาก WHO ยังพบว่า ประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกประมาณ 1 ใน 4 ยังมีกิจกรรมทางกายน้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน ส่วนในเด็กที่ควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน ก็พบว่าเด็กอายุ 12-13 ปี ยังมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ ทำให้แต่ละปีประชากรโลก 35 ล้านคน ต้องเสียชีวิตไปเพราะโรคเรื้อรัง

เช่น โรคหัวใจ ความดัน มะเร็ง เบาหวาน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมของเราเอง ทั้งการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม ความเครียดสะสม สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ

ที่สำคัญ คือ ขาดการมีกิจกรรมทางกาย ซึ่งมีคำจำกัดความคำว่า “กิจกรรมทางกาย” ว่า คือ “การเคลื่อนไหวอะไรก็ได้ที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่” แบ่งได้เป็น 3 ระดับ

ระดับเบา : การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นระดับการเคลื่อนไหวน้อยมาก เช่น การยืน การนั่ง การเดินระยะทางสั้นๆ ระดับปานกลาง : การเคลื่อนไหวออกแรงที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีความหนักและเหนื่อยในระดับเดียวกับการเดินเร็ว ขี่จักรยาน การทำงานบ้าน มีชีพจรเต้น 120-150 ครั้ง ระหว่างที่เล่นยังสามารถพูดเป็นประโยคได้และมีเหงื่อซึมๆ

ระดับหนัก : การเคลื่อนไหวร่างกายที่มีการทำซ้ำและต่อเนื่อง โดย ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การวิ่ง การเดินขึ้นบันได การออกกำลัง มี ระดับชีพจร 150 ครั้งขึ้นไป จนทำให้หอบเหนื่อย และพูดเป็นประโยคไม่ได้

เวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละวัย...เด็ก อายุ 6-17 ปี ควรมีกิจกรรมทางกายวันละ 60 นาที หรือ 420 นาทีต่อสัปดาห์ ผู้ใหญ่ อายุ 18-64 ปี ควรมีกิจกรรมทางกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือกิจกรรมระดับเหนื่อยมาก 75 นาที และผู้สูงอายุ อายุเกินกว่า 64 ปี ควรมีกิจกรรมทางกาย 150 นาที ต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการฝึกการทรงตัว

เป้าหมายในการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จึงมีเรื่องการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย บรรจุอยู่ 1 ใน 9 ประเด็นที่ WHO ได้กำหนดเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ทั้งโลกจะขับเคลื่อนไปร่วมกัน เพื่อให้ลดพฤติกรรมเนือยนิ่งลงให้ได้ร้อยละ 10 ภายในปี 2025 หรืออีก 9 ปี ซึ่งแต่ละประเทศเริ่มมีนโยบายเรื่องการเพิ่มกิจกรรมทางกายขึ้น

สำหรับประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีความก้าวหน้าในเรื่องทางการแพทย์ การสาธารณสุข และการสร้างเสริมสุขภาพ ที่นานาชาติให้ความชื่นชมและยกย่อง ส่งผลให้ สมาพันธ์นานาชาติด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสุขภาพ (The International Society for Physical Activity and Health–ISPAH) ให้ความไว้วางใจให้ประเทศไทย โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมนานาชาติว่าด้วยกิจกรรมทางกายและสุขภาพ ครั้งที่ 6 (The 6th International Congress on Physical Activity and Health 2016 : ISPAH 2016 Congress) โดยมีกระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพร่วม รวมถึงองค์การอนามัยโลกเป็นผู้สนับสนุนสำคัญ ภายใต้หัวข้อ “Active Living for All : Active People, Active Place, Active Policy” หรือการสร้างเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อทุกคน : ทั้งระดับบุคคล สถานที่และนโยบาย

ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการประชุม บอกว่า นับเป็นวาระสำคัญของประเทศไทย ที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม ISPAH 2016 Congress ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศในเอเชีย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 พ.ย.2559 ที่ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม

ความสำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือ เป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยและประเทศสมาชิกจะได้ร่วมกันพัฒนายุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ พร้อมต่อยอดนำไปสร้างเสริมหรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เอื้อให้ประชากรมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นใน
ทุกช่วงวัย

ซึ่งข้อมูลความรู้ต่างๆเหล่านี้จะได้จากผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมทางกายระดับโลกที่เข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน จากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก และมีบทคัดย่องานวิจัยส่งเข้าร่วมประกวดกว่า 600 เรื่อง

“องค์ความรู้เหล่านี้จะช่วยสร้างความเข้าใจในสถานการณ์และความสำคัญของกิจกรรมทางกายในระดับโลก ส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงทัศนคติ พฤติกรรม ไปจนถึงนโยบายทั้งในระดับชาติและนานาชาติ...ขณะ เดียวกัน ประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ยกร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านกิจกรรมทางกายเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของประชาชนไทยทุกกลุ่มวัย...”

ผ่านมิติต่างๆ ทั้งระบบการศึกษา ระบบสาธารณสุข ระบบคมนาคม ระบบผังเมือง สถานประกอบการ ชุมชน การกีฬามวลชน การสื่อสาร รณรงค์ ระบบฐานข้อมูลและการวิจัย

“การจัดประชุมนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมทางกายจากทั่วโลกเข้าร่วม เป็นการส่งสารออกไปทั่วโลกให้เกิดการตื่นตัวและเข้าใจมิติใหม่ของกิจกรรมทางกาย...เชื่อว่าจะมีผลอย่างมากต่อการผลักดันยุทธศาสตร์ชาติด้านกิจกรรมทางกาย เกิดการขับเคลื่อนในประเทศไทย หลังเห็นตัวอย่างจากเมืองต่างๆทั่วโลกที่ดำเนินการเรื่องนี้แล้ว เพราะการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายต้องอาศัยการมีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก จึงจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์”

นอกจากนี้ ในการจัดประชุม ISPAH 2016 Congress จะมีการร่วมจัดทำร่างปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) ที่จะนำไปสู่การผลักดันนโยบายสุขภาพโลก ขับเคลื่อนนโยบายระดับสากลด้านส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านกลไกสมัชชาอนามัยโลกต่อไป

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกที่ได้เริ่มกำหนดเป้าหมายการทำงาน และการส่งเสริมให้ประชาชนไทยมีกิจกรรมทางกายตามวาระนี้แล้วเช่นกัน โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. บอกว่า สสส.โดยแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย มียุทธศาสตร์การทำงานที่สำคัญ ด้วยการผลักดันให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ โดยตั้งเป้าหมายร่วมกับภาคียุทธศาสตร์ของประเทศไทย

ภายในปี 2564 คนไทยอายุ 11 ปีขึ้นไป ต้องมีกิจกรรมทางกายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และภายในปี 2562 ลดความชุกของภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนในเด็กให้น้อยกว่าร้อยละ 10

“การจะเดินทางไปสู่เป้าหมายจะต้องมีการสอดประสานการทำงานหลายภาคส่วนด้วยกัน เพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกหน่วยงานจะมาร่วมกันขับเคลื่อน ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของประชาชนไทยทุกกลุ่มวัย...การจะสร้างให้คนมีกิจกรรมทางกายเป็นกิจวัตรประจำวัน ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆกันทั้งระบบ”

การเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนไทยมาเคลื่อนไหวกายกันมากขึ้น...อาจดูเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อใดที่ผู้คนตระหนักว่า...สิ่งที่ทำสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับตนเองเพียงใด เป้าหมายที่ตั้งหวังก็คงไม่ไกลเกินจริง.

16 พ.ย. 2559 09:35 16 พ.ย. 2559 09:35 ไทยรัฐ