วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลับไปกลับมา

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุด อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ 21 คน มีอดีต กกต.แทรกเป็นยาดำอยู่ด้วย 2 คน ได้แก่ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ อดีตประธาน กกต. และ นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีต กกต.ชุดเดียวกัน

การที่มีอดีตประธาน กกต.และอดีต กกต.ซึ่งเชี่ยวชาญการจัดเลือกตั้งมาอย่างโชกโชน ร่วมในการยกร่าง พ.ร.บ.กกต.ฉบับใหม่ย่อมเป็นเรื่องดีงาม

เพราะใครจะรู้ปัญหา กกต.ทะลุถึงกึ๋นเท่า กกต.เอง

แต่...แต่หลังจากร่าง พ.ร.บ.กกต.ฉบับใหม่ได้เปิดเผยโฉมหน้าออกมา “แม่ลูกจันทร์” ถึงกับอึ้งรับประทาน

เพราะสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.กกต.ฉบับใหม่ คือยกเลิก “กกต.จังหวัด” ให้มี “คณะผู้ตรวจการเลือกตั้ง” ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ 5 คน ทำหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งแทน

พูดง่ายๆคือ ยึดอำนาจ กกต.จังหวัด คืนกลับไปให้ข้าราชการประจำ

ถอยหลังลงคลองไปอีก 20 ปี

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าสังคมไทยลืมไปแล้วหรือยัง??

สังคมไทยลืมแล้วหรือว่า สาเหตุที่รัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนดให้มี “กกต.เป็นองค์กรอิสระ” มีอำนาจหน้าที่จัดการเลือกตั้งแทนกระทรวงมหาดไทย

เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาล ไม่ให้รัฐมนตรี สั่งข้าราชการในคาถาให้ช่วยเหลือผู้สมัครพรรครัฐบาล

จนทำให้การเลือกตั้งไม่โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรม

แต่วันนี้ ร่าง พ.ร.บ.กกต.ฉบับใหม่ หมุนกลับไปสู่วงจรเดิมคือเอาอำนาจดูแลการเลือกตั้งคืนให้ข้าราชการประจำ

เออแฮะ...มันเป็นยังงี้ไปได้ยังไง

“แม่ลูกจันทร์” ข้องใจว่าเหตุใด นายอภิชาต สุขัคคานนท์ อดีตประธาน กกต. และ นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีต กกต. จึงเห็นดีเห็นงามให้ยกเลิก กกต.จังหวัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการเลือกตั้งของ กกต.

เพราะทั้ง 2 ท่านเคยยกย่องสรรเสริญชื่นชมการทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งของ กกต.จังหวัดเอาไว้มากมาย

หรือถ้าอ้างเหตุผล ยกเลิก กกต.จังหวัดเพื่อป้องกันการเมืองครอบงำ

การแต่งตั้งข้าราชการประจำทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด ยิ่งเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองครอบงำได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม

ส่วนข้ออ้าง ยกเลิก กกต.จังหวัด เพื่อประหยัดรายจ่ายก็ไม่จริง

เพราะ กกต.จังหวัดที่ต้องถูกโละทิ้ง ยกเข่งทั้ง 77 คน ยังมีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ ระดับสูงของ กกต. ยังคงรับเงินเดือนเท่าเดิม

“แม่ลูกจันทร์” จึงไม่เชื่อว่าการยกเลิก กกต.จังหวัด ทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้นอย่างที่ฉายหนังโฆษณา

ส่วนกรณี ร่าง พ.ร.บ.กกต.ฉบับใหม่ จะเพิ่มจำนวน กกต.จาก 5 คน เป็น 7 คน ก็ไม่มีเหตุผลจำเป็นแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับการกำหนดคุณสมบัติ ผู้ดำรงตำแหน่ง กกต.ให้สูงกว่าเดิม เช่น ต้องเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยราชการเทียบเท่าอธิบดี

ต้องเคยเป็นผู้พิพากษา หรืออัยการ ติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 10 ปี

ต้องมีตำแหน่งเป็น “ศาสตราจารย์” ไม่น้อยกว่า 5 ปี ฯลฯ

“แม่ลูกจันทร์” ไม่ให้น้ำหนักเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ

เพราะคุณสมบัติสำคัญที่สุดของ กกต. คือ “ความเป็นกลาง” และ “ความเป็นธรรม”

ใครจะเคยมีตำแหน่งใหญ่โตขนาดไหน ถ้าใจไม่เป็นกลาง ใจไม่เป็นธรรม ก็ไม่ควรทำหน้าที่ กกต.

ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้ตะหากล่ะโยม.

"แม่ลูกจันทร์"

16 พ.ย. 2559 08:50 16 พ.ย. 2559 08:50 ไทยรัฐ