วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอเวลาถวายสมัญญา มหาราช จัดงานรวมพลังรำลึกถึงร.9

รัฐบาลเห็นชอบจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี และร่วมกันรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ปีที่ 89 แบ่ง 3 กลุ่ม ทำดีด้วยกาย วาจา และใจ โดย “ประยุทธ์” จะนำปฏิญาณตนพร้อมกันทั่วประเทศ แปดโมงเช้า 22 พ.ย.นี้ พร้อมกันนี้ขอเวลาที่เหมาะสมถวายสมัญญานาม “มหาราช” ขณะที่มหาเถรสมาคมจัดปฏิบัติธรรม-อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนกระทรวงวัฒนธรรมจัดงานรวมพลังศิลปินสาขาการแสดง ดนตรี นาฏศิลป์ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัย 19 พ.ย.นี้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ด้านศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร เล็งใช้มาตรการที่ 3 ในการลดขยะ ให้คนที่มาพระบรมมหาราชวังนำภาชนะมาใส่น้ำดื่ม

แม้การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะผ่านล่วงเลยมาแล้วถึง 34 วัน แต่พสกนิกรจากทั่วประเทศ ยังคงเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง อย่างเนืองแน่นทุกวัน

ความร้อนไม่ได้ทำลายความมุ่งมั่น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 04.00 น. วันที่ 15 พ.ย.ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พสกนิกรจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือต้องการแสดงความจงรักภักดีด้วยการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ต่างได้มาต่อแถวเข้าคิวเพื่อเข้าในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง โดยท้ายแถวอยู่ที่บริเวณกลางสนามหลวงด้านทิศเหนือ มีบอลลูนสีขาวขนาดใหญ่เขียนคำว่าจุดต่อคิว ลอยอยู่บนอากาศ ซึ่งผู้ที่จะเข้ามากราบพระบรมศพจะต้องมาเข้าคิวที่จุดนี้ โดยหัวแถวอยู่ที่หน้ากรมศิลปากร ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเต็นท์ให้ประชาชนที่มาต่อคิวเข้าไปหลบร้อนภายใน และนำอาหาร น้ำดื่ม ยาดม คอยแจกจ่ายและช่วยปฐมพยาบาล

ยิ่งสายคนยิ่งหนาแน่น

กระทั่งเมื่อเวลา 05.00 สำนักพระราชวัง เปิดให้ราษฎรเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 17 และตลอดในช่วงเช้าทางศูนย์มิสกวัน กอ.รมน.ทภ.1 รายงานว่าประชาชนกลุ่มแรกที่เดินเท้าเข้าพระบรมมหาราชวังผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี มีจำนวน 734 คน จากนั้นพสกนิกรผู้ภักดีต่างทยอยเดินทางมาเข้าแถวที่เต็นท์พักคอยในท้องสนามหลวงฝั่งเหนือต่อเนื่อง กระทั่งถึงเวลา 12.00 น.เพียง 6 ชั่วโมงประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ มากถึง 10,655 คน ส่วนที่ยังตกค้างอยู่ในท้องสนามหลวงอีกประมาณ 4,300 คน และยังมีเดินทางมาต่อท้ายแถวเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนของทางกระทรวงมหาดไทย ที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาจากภูมิภาคต่างๆ เพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพวันละ 3,000 คน ซึ่งประกอบด้วย จ.สระแก้ว จ.อุดรธานี จ.สระบุรี และ จ.อำนาจเจริญ

บำเพ็ญพระราชกุศลวันที่ 33

ขณะที่วันที่สามสิบสามในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 15 พ.ย.เวลา 07.04 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม ต่อด้วยเวลา 15.00 น.ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม และในเวลา 19.00 น.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร

บุคคลสำคัญร่วมอาลัย

นอกจากนี้ เวลา 10.50 น. เจ้าชายเซียโอซิ มานูมาตาองโก อาลาอีวาฮามามา โอ อะโฮเอติตู คอนสแตนติน ตูกูอาโฮ (เจ้าชายทูโพทัว อูลูกาลาลา) มกุฎราชกุมารแห่งประเทศราชอาณาจักรตองกา เสด็จพระราชดำเนินลงพระนามแสดงความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมประชุมงานไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2016 ขณะที่นางเบกุม ตารานาฮาลิม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายอับดุล ฮามิด ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เดินทางมาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นลงนามแสดงความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรม มหาราชวัง

รวมเงินที่ ปชช.ถวาย 33.9 ล้าน

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวาย สักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 30,097 คน รวม 17 วัน มี 500,916 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,476,202.50 บาท รวม 17 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 33,967,978.75 บาท

ศิษย์เก่าจุฬาฯ มอบร่มดำ

ในส่วนของเหล่าจิตอาสาที่มาช่วยเหลือดูแลประชาชนที่รอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวังและนำสิ่งของมาบริจาคช่วยเหลือนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายหาญยิ่งรัตนทุมมาพร ตัวแทนกลุ่ม “จุฬาฯใต้ร่มพระบารมี” กล่าวว่านิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหลายรุ่นหลายคณะ ได้รวบรวมเงินจัดซื้อร่มให้ประชาชนที่ถวายบังคมพระบรมศพได้ยืมใช้บังแดดระหว่างรอ โดยจะมอบร่มให้กับหน่วยงานทั้งหมด 9 หน่วยประกอบด้วย สำนักเทศกิจ กองบัญชาการตำรวจ นครบาล เจ้าหน้าที่ทหาร 3 เหล่าทัพ แพทย์ทหาร 3 เหล่าทัพ และมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก และในครั้งนี้ได้มอบร่มสีดำ 999 คัน โดยมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.เป็นตัวแทนรับมอบ ที่บริเวณฝั่งประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง

ปชช.รับหนังสือ “ในหลวง” ร.9 คับคั่ง

ขณะเดียวกัน ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการแจกหนังสือที่ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดพิมพ์แจกเป็นวันที่ 2 ได้แก่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช” และหนังสือ “99 พระบรมราโชวาทน้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์” มีประชาชนมารอต่อคิวบริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่เวลา 03.00 น. จนกระทั่งเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ วธ.เปิดให้ประชาชนทยอยเข้ามารับหนังสือ ภายในเต็นท์นิทรรศการ ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ พร้อมจัดระเบียบแถวแจกบัตรคิวให้กับผู้มารอรับหนังสือ รอบละ 10,000 ชุด โดยให้หางแถวไล่ยาวไปด้านในโรงละครแห่งชาติ ทั้งนี้ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ. กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ เห็นว่ามีประชาชนให้ความสนใจต่อคิวรอรับหนังสือเป็นจำนวนมาก จึงได้เปิดพื้นที่บริเวณโรงละครเล็กรองรับประชาชนพร้อมจัดจิตอาสาช่วยประชาสัมพันธ์รอบเวลาการรับหนังสืออย่างชัดเจน นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยปฐมพยาบาลมาช่วยดูแลสุขภาพของประชาชน อย่างทั่วถึง ซึ่ง วธ.จะเปิดให้รับได้ทุกวัน วันละ 4 รอบ รอบละ 1 หมื่นชุด เวลา 09.00 น., 12.00 น., 15.00 น. และ 17.00 น.

คุยฟุ้งลดปัญหาขยะได้มาก

จากนั้นในช่วงบ่าย ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad แถลงถึงมาตรการจัดการขยะในท้องสนามหลวงว่า จากมาตรการลดขยะ โดยความร่วมมือของศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร สำนักงานสิ่งแวดล้อม และ กทม. ที่ได้ตั้งจุดแยกขยะในพื้นที่สนามหลวง 11 จุด ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. เป็นต้นมา ได้ลดปัญหาขยะถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จากวันแรกที่ไม่มีการคัดแยกเลย จากนี้ไปจะใช้มาตรการที่ 2 คือการลดปริมาณขยะ ซึ่งขยะที่มีปัญหามากมาจากภาชนะกล่องโฟมที่ย่อยสลายยาก โดยตั้งเป้าว่าปัญหากล่องโฟมจะหายไปก่อนวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน บริจาคภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แทนกล่องโฟม สามารถย่อยสลายได้ง่าย เป็นจำนวนมาก และจะนำมอบให้โรงครัวในพื้นที่สนามหลวงต่อไป

ให้นำภาชนะมาใส่น้ำดื่ม

ผอ.ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ภาชนะที่ได้รับมอบหมดลง ตนทราบมาว่าทางบริษัทเอกชนจะจัดจำหน่ายภาชนะทดแทนให้ในราคาพิเศษ เพื่อจูงใจให้ใช้ภาชนะทดแทนกล่องโฟม ทั้งนี้ หลังจากมาตรการที่ 2 ทำได้สำเร็จแล้ว จะมีมาตรการที่ 3 คือการไม่ผลิต ขยะเพิ่ม โดยจะเชิญชวนประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ นำภาชนะหรือแก้วน้ำมาเติมน้ำได้ที่จุดบริการ อีกทั้งจะมีการแจกแก้วพลาสติกอย่างดี ซึ่งสกรีนลายเลข ๙ ไทย พร้อมพระราชดำรัสที่ระบุถึงเรื่องการทำดีที่สมควรทำแม้เห็นผลช้า อีกทั้งทางศูนย์อาสาฯจะประสานงานกับโรงครัวต่างๆ ให้เตรียมน้ำดื่มเพียงพอต่อผู้มารับอาหารด้วย โดยเราจะแถลงถึงมาตรการนี้ต่อไป หลังจากมาตรการที่ 2 ได้ผลแล้ว

นำเศษอาหารไปเลี้ยงหมู

นางสุวรรณนา จุ่งรุ่งเรือง ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ขยะเศษอาหารเหลือเพียง 35 เปอร์เซ็นต์ เนื่องได้มีชาวบ้านมาขอเศษอาหาร ไปเลี้ยงหมู ทำให้ปริมาณขยะเศษอาหารลดลง ส่วนขยะในพื้นที่สนามหลวงโดยรวมมีน้ำหนัก 76 ตันต่อวัน และตั้งแต่ที่ได้ขอความร่วมมือไม่ให้ใช้กล่องโฟมกัน จากปริมาณขยะกล่องโฟมที่มีมากในสัปดาห์แรก 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้เหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ จากสถิติวันที่ 13 พ.ย. ขณะเดียวกันได้มีขยะห่อกระดาษเพิ่มขึ้นมาเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ ทั้งนี้ ทาง กทม.ประชุมร่วมกันกับโรงครัวทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งครั้งก่อนเราก็ได้ขอความร่วมมือให้จัดเวลาแจกอาหาร โดยการประชุมครั้งหน้าจะเชิญชวนให้เลิกใช้ภาชนะจากโฟม แต่ให้ใช้ภาชนะที่ย่อยสลายได้ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางบริษัทเอกชนมอบภาชนะมาทดแทนกล่องโฟมจำนวน 1.3 ล้านกล่อง ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด, บริษัท Gracz จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

“ศรีวราห์” สั่งเข้มจุดตรวจ

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังเดินตรวจความเรียบร้อยบริเวณจุดคัดกรองบุคคลที่จะเดินทางเข้าถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณวงเวียน รด. พร้อมตรวจความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.ว่าเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรนำกำลังกลับไปทั้งหมด จึงเป็นตำรวจชุดใหม่มาดูพื้นที่ โดยสิ่งที่ต้องเข้มงวดคือ การตรวจของจุดคัดกรองและบุคคลต้องสงสัย เท่าที่ตรวจพบว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่เข้มงวดเรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี หากพบบุคคลต้องสงสัยจะมีการซักถาม แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่สำหรับตรวจสอบชาวต่างชาติ ตนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามจุดคัดกรองด้วย

ทูลกระหม่อมฯ แจ้งเจอกัน 16 พ.ย.

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โพสต์ภาพขณะประทานของแก่ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ “อินสตาแกรม” ส่วนพระองค์ว่า nichax มาแจกของเมื่อวาน Nov 14,2016 เพราะวันนี้ต้องไปประชุมใหญ่ทูบี เราเลยมากันไม่ได้นะ #เจอกันวันที่ 16 พ.ย.59 (รูปหัวใจสีแดง) (รูปหัวใจสีแดง) (รูปหัวใจสีแดง)

นายกฯรอเวลาถวาย “มหาราช”

ในส่วนของรัฐบาลที่จะมีการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการถวายสมัญญานามในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็น “มหาราช” ว่าต้องเสร็จสิ้นในเรื่องราชพิธีก่อน อย่าไปคิดทำอะไรตอนนี้ เชื่อว่าทุกคนคิดนั้นดีอยู่แล้ว เพียงแต่เวลาวันนี้เหมาะสมหรือไม่ ถ้าคิดไว้ก่อนก็ได้ แต่อย่าเพิ่งสร้างการรับรู้ หรือรับการบริจาคทำไม่ได้ เพราะการจะสร้างอะไร รัฐบาลจะต้องอนุมัติและทำเรื่องขอไปยังสำนักพระราชวัง ทั้งการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ถวายสมัญญานามเป็นมหาราช ซึ่งต้องผ่าน ครม.วันนี้ ครม.ทำงานให้ประเทศชาติมีความสงบปลอดภัย ทำเรื่องราชพิธีให้ถูกต้องตามโบราณประเพณีก่อน ไม่ใช่ทำวันนี้ใช่ว่าจะเสร็จวันนี้ ต้องดูเวลาที่เหมาะสม เพราะทุกคนตั้งใจทำถวายอยู่แล้ว

ปฏิทินวันสำคัญเมื่อมีรัชกาลใหม่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับปฏิทินวันสำคัญที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจะกำหนดได้เมื่อมีรัชกาลใหม่ และทุกอย่างเป็นเรื่องของสำนักพระราชวังจะกำหนดมา แต่คิดว่าวันสำคัญต่างๆเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 จะยังคงมีอยู่ เพราะท่านทรงทำอะไรเพื่อประเทศไทยไว้เยอะแยะ เพียงแต่ว่าจะต้องเปลี่ยนหรือเรียกชื่อใหม่ ซึ่งเขากำลังหารือกันอยู่ ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอน อย่าใจร้อน

เตือน ขรก.เซลฟี่เคารพสถานที่

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีข้าราชการถ่ายรูปเซลฟี่ ขณะเข้าไปถวายบังคมพระ บรมศพในพระบรมมหาราชวัง ว่า ได้เตือนไปแล้วว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม บางทีก็ต้องเห็นใจ ข้าราชการก็คือประชาชนเหมือนกัน ข้าราชการระดับเล็กๆได้เข้าวังก็ต้องการจะถ่ายรูปบ้าง แต่มันไม่เหมาะสมก็อย่าไปว่ากล่าวกันมากมายนัก ตนเองได้เตือนและสั่งการไปแล้วว่า ถ้ากรณีที่พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จ ไม่ควรใช้โทรศัพท์ และก่อนที่พระองค์ท่านจะเสด็จก็ให้พิจารณาดูเหตุผลอันสมควรอย่าใช้กันพร่ำเพรื่อ เคารพในสถานที่บ้าง เพราะเป็นเขตพระราชฐาน

ประทับใจฐานะข้าแผ่นดิน

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงความประทับใจต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ตนประทับใจในความเป็นข้าแผ่นดิน ทั้งก่อนจะมาเป็นทหาร จนมาเป็นทหาร ที่มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง เสียสละ พระองค์ทรงเป็นจอมทัพไทย ถึงทำให้ตนอยากเป็นทหาร พูดง่ายๆตนประทับใจพระองค์ท่านในทุกช่วงวัย ทุกหน้าที่ของตนเองกับทุกเรื่องที่ท่านทรงทำมาตลอดพระชนม์ชีพ ตลอดการครองราชย์ 70 ปี ด้วยพระอัจฉริยภาพ ท่านทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เราต้องคำนึงถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้ เรียกว่าพระราโชบาย นำไปสู่การปฏิบัติประยุกต์ใช้เป็นนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องข้าว ต้องไปดูที่ท่านรับสั่งไว้บ้าง รับสั่งคนไทยต้องปลูกข้าว โดยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นด้วย แต่วันนี้พันธสัญญาคู่แข่งเยอะไปหมด ดังนั้น ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ว่าตนจะให้ชาวนาเลิกปลูกข้าว เป็นไปไม่ได้ คงต้องเรียกกันใหม่ไม่ให้เข้าใจผิดว่า “มาตรการเกษตรอย่างยั่งยืน”

นายกฯนำทำกิจกรรมรำลึกถึง ร.9

ต่อมา พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ครม.เห็นชอบจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีและร่วมกันรำลึกถึงพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ปีที่ 89 โดยจัดกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.การทำดีด้วยกาย เช่น ทำความสะอาดสาธารณสถาน ให้บริการสาธารณะ เยี่ยมคนป่วยตามโรงพยาบาล อ่านหนังสือให้เด็กพิการฟัง บำเพ็ญกุศลทางศาสนา การจัดนิทรรศการ หรือกิจกรรมอื่นๆ ตามที่ได้เคยปฏิบัติมาแล้ว 2.การทำดีด้วยวาจา ได้แก่ การปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีหรือเพลงอื่นตามความเหมาะสม โดยจะจัดขึ้นตามสำนักงานเขต สถาบันการศึกษา หรือสถานที่ที่กำหนดทั่วประเทศ และในต่างประเทศตามความเหมาะสม ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะนำปฏิญาณตนพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ เวลา 08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ต่างประเทศจัดวันที่ 20 พ.ย. และ 3.การทำดีด้วยใจ ได้แก่การจัดกิจกรรมอธิษฐาน ทำสมาธิ สำรวมจิตภาวนา แผ่เมตตา ตั้งใจดี

มส.จัดปฏิบัติธรรม-อุปสมบท

ขณะที่นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า มหาเถรสมาคม (มส.) ได้ประชุมวาระพิเศษถึงการเตรียมการจัดงานปฏิบัติธรรม ประจำปี 2559 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 3-7 ธ.ค. ซึ่ง มส.ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่พุทธมณฑล แต่ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต มส.จึงเห็นว่าควรปรับการปฏิบัติธรรมดังกล่าว เป็นการปฏบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล โดย มส.มอบหมายให้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการ มส. เป็นประธานอำนวยการจัดงานดังกล่าว เบื้องต้นจะมีพระภิกษุมาปฏิบัติธรรมที่พุทธมณฑล จำนวน 890 รูป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการเตรียมจัดพิธีบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล จังหวัดละ 89 รูป ในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) และสตมวาร (ครบ 100 วัน) ซึ่ง พศ.รายงานว่า กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้สนับสนุนเจ้าคณะจังหวัดจัดพิธีบรรพชาอุปสมบท ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในพิธีบำเพ็ญกุศลทั้ง 2 วาระ ซึ่งจะเริ่มพิธีบรรพชาอุปสมบทชุดแรกในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ซึ่งตรงกับพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 50 วัน

จัดพื้นที่สร้างพระเมรุมาศหลังปีใหม่

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการจัดระเบียบพื้นที่สนามหลวงให้กรมศิลปากรใช้พื้นที่ดำเนินการสร้างพระเมรุมาศว่า กรมศิลปากรต้องดำเนินการสร้างพระเมรุมาศ โดยศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ทำเนียบรัฐบาล จะเป็นผู้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ให้ ทราบว่า ศตส.โดยฝ่าย กทม.ประเมินว่าในช่วงปีใหม่จะมีประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวนมาก ขอให้เลยช่วงปีใหม่ไปก่อนจึงจะจัดระเบียบพื้นที่ แต่ขึ้นกับฝ่ายก่อสร้างว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด ส่วนการนำประชาชนจากต่างจังหวัดเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ยังคงจำนวนที่วันละ 3,000 คนเท่าเดิม โดยทุกหมู่บ้านจะเรียงลำดับกันมา จังหวัดละประมาณ 4 เที่ยว แต่ก็มีผู้เดินทางมาเอง เราพยายามขอให้ประสานมาเพื่อที่จะจัดลำดับได้ เพราะคนที่อยู่ไกลอาจจะมีปัญหามาแล้วไม่ได้ถวายสักการะพระบรมศพ และถ้าต้องค้างคืนจะเป็นปัญหา

คนแห่บูชา “เหรียญทรงยินดี ร.9”

สำหรับบรรยากาศในการเช่าบูชาเหรียญทรงยินดี ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่อาคารใหม่สวนอัมพร ยังคงมีคนให้ความสนใจเดินทางมาบูชาอย่างไม่ขาดสาย โดยวันที่ 16 พ.ย.นี้ เป็นวันสุดท้าย ที่อาคารใหม่สวนอัมพร ทั้งนี้ พระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม ในฐานะประธานการจัดสร้างเหรียญทรงยินดี กล่าวว่า ขณะนี้เหรียญเนื้อทองคำและเนื้อเงินมีผู้เช่าบูชาหมดแล้ว เหลือเพียงเหรียญเนื้อทองแดงเท่านั้น ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 200,000 เหรียญ ทั้งนี้ รายได้จากการดำเนินการครั้งนี้จะนำไปสมทบทุนจัดสร้างอาคารศูนย์ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทางสติปัญญาครบวงจร ของมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาเกิดความเข้าใจผิดว่าเช่าบูชาเหรียญดังกล่าวได้ที่กรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์ต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงทำความเข้าใจ ระบุว่า สำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ เป็นเพียงผู้รับจ้าง ผลิตเหรียญนี้เมื่อปี 2550 ผู้ที่สนใจสามารถไปเช่า บูชาที่อาคารใหม่สวนอัมพร และที่วัดศรีสุดาราม เท่านั้น

รวมพลังศิลปินร้องเพลง

ส่วนที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม แถลงข่าว การจัดงาน “พลังศิลปินรวมใจ แสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้รวมพลังกลุ่มศิลปินสาขาการแสดง ดนตรี นาฏศิลป์ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะองค์อัครศิลปิน ใน วันที่ 19 พ.ย.นี้ ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย โดยมีการนำบทเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกและแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเผยแพร่บนเวทีประกอบกับสื่อวีดิทัศน์ พร้อมทั้งมีการบรรเลงดนตรี โดยวงดุริยางค์สากลกรมศิลปากร และขับร้องโดยศิลปินแห่งชาติและศิลปินนักร้องจากค่ายเพลงต่างๆ กว่า 100 คน อาทิ สันติ ลุนเผ่ นคร ถนอมทรัพย์ แก้ม เดอะสตาร์ เอิร์น เดอะสตาร์ บานเย็น รากแก่น อี๊ด โปงลาง แคนดี้ รากแก่น ฯลฯ พร้อมฟังแหล่ถวายอาลัย โดยขวัญจิตร ศรีประจันต์ และคณะ เป็นต้น ประชาชนสำรองบัตรที่นั่งได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่โทร.0-2247-0028 ต่อ 4162 หรือรับชมการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11

แต่งเพลง “ฟ้าร้องไห้”

ด้านนายชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง กล่าวว่า เหล่าศิลปินร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตนได้แต่งบทเพลงชื่อฟ้าร้องไห้ โดยรวม 12 ศิลปินชื่อดังมาขับร้อง อาทิ ผ่องศรี วรนุช, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, เจเน็ต เขียว, ดาว มยุรี เอกชัย ศรีวิชัย, สุนารี ราชสีมา และไวพจน์ เพชรสุพรรณ เป็นต้น มีเนื้อหาของบทเพลงบอกให้โลกรู้ว่า เวลานี้พระองค์ได้เสด็จสวรรคตไปแล้ว ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งคนไทยรักและอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 จะสำนึกในหัวใจคนไทยทั้งแผ่นดิน พระองค์ทรงสร้างความดีไว้ให้ประเทศ ทรงมีพระเมตตากับพสกนิกรของพระองค์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวในโลกนี้ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมพสกนิกรตลอดพระ ชนม์ชีพ ขึ้นเขา ลงดอย และไม่ค่อยได้ประทับอยู่ในวังเท่าใดนัก เหล่าศิลปินจึงจะร่วมกันร้องเพลงฟ้าร้องไห้ แสดงออกถึงความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ ด้วย

ศิริราชตั้ง คกก.รวบรวมข้อมูล

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.โรงพยาบาลศิริราช ถึงความคืบหน้ากรณีโรงพยาบาลศิริราชเตรียมขออนุญาตสำนักพระราชวังจัดทำ “ห้องประทับ” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใน รพ.ศิริราช เป็นพิพิธภัณฑ์ และขออนุญาตในการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ว่า การจัดทำพิพิธภัณฑ์และสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กำลังอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากสำนักพระราชวัง และจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล โดยหนึ่งในคณะกรรมการจะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหลายเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชกับ รพ.ศิริราช เพื่อจัดทำเป็น พิพิธภัณฑ์ ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถสะสางเองได้ เพราะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้นในศิริราชไว้ในหอจดหมายเหตุศิริราชอยู่แล้ว แต่ต้องตั้งคณะกรรมการให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

ทรงแก้ปัญหารถติดให้ศิริราช

นพ.วิศิษฎ์กล่าวว่า สิ่งที่แสดงความใกล้ชิดระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชกับ รพ.ศิริราช คือการพระราชทานแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้แก่ รพ.ศิริราช ทุกครั้งที่เสด็จฯมา นับตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จประทับเพื่อรักษาพระอาการประชวร และพระองค์ที่เสด็จฯมาประทับหลายครั้ง เช่น พระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมใน รพ.ศิริราช การพระราชทานแก้ไขปัญหารถติดรอบโรงพยาบาลศิริราช เป็นต้น อย่างการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดรอบโรงพยาบาลศิริราช มีหลายโครงการที่พระราชทานเป็นแนวทางไว้ เช่น การทำถนนบริเวณศาลาน้ำร้อน รพ.ศิริราช ริมคลองบางกอกน้อย การทำถนนลอยฟ้าผ่านหน้า รพ.ศิริราช คือจะมีการขยายสะพานอรุณอมรินทร์ โดยช่วงหนึ่งจะลงหน้า รพ.ศิริราช และอีกช่วงหนึ่งข้ามไปลงบริเวณหน้ากองทัพเรือ และอีกโครงการหนึ่งคือ ทำถนนจากบรมราชชนนีมาบริเวณข้างสะพานอรุณอมรินทร์เลี้ยวขวาไปทางศาลาน้ำเย็น เลี้ยวซ้ายไปพรานนก และเลี้ยวขวาข้ามไปแยกไฟฉายเลย เนื่องจากบริเวณถนนบรมราชชนนีรถแน่นมาก คนอยู่ทางพุทธมณฑลก็ลำบาก ทางนี้ก็จะตัดเป็นบายพาส ถือเป็น 2-3 โครงการที่ต่อเนื่อง กันจากพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาคนที่เดินทางมา

ทำสกายวอล์กเชื่อมระหว่างตึก

นพ.วิศิษฎ์กล่าวถึงการสร้างทางยกระดับ (สกายวอล์ก) ภายใน รพ.ศิริราช ว่าจะมีการปิดการจราจรภายใน รพ.ศิริราช เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงละประมาณ 2 เดือน เพื่อ ลดความแออัดใน รพ.ศิริราช โดยสกายวอล์กจะเชื่อม บริเวณตึกอุบัติเหตุ นิติเวช ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรม ราชชนก อาคารสยามินทร์ รวมไปถึงอาคารนวมินทร-บพิตร 84 พรรษา ซึ่งเป็นโครงการสุดท้ายที่พระองค์พระราชทานเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้แก่ รพ.ศิริราช โดยสกายวอล์กจะช่วยแก้ปัญหาจราจรใน รพ.ศิริราชได้ในระดับหนึ่ง เพิ่มความปลอดภัยในการขนย้ายผู้ป่วย และใช้เป็นทางฉุกเฉินด้วย เบื้องต้นสกายวอล์ก จะใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 2 ปี พร้อมอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา

ทั่วไทยร้อยใจภักดิ์

ส่วนบรรยากาศต่างจังหวัดยังคงจัดพิธีแสดงความอาลัยและทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล เริ่มจากนายชัยศรี มีพัฒน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนร่วมกันใส่บาตรพระสงฆ์ จากนั้นจัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ เพื่อแสดงความ จงรักภักดี ขณะที่ พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 เดินทางมาให้กำลังใจนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 41 ผ่านการอบรมการจราจร ออกปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกงานจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน หน้าโรงเรียนต่างๆในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เป็นกิจกรรมทำความดีถวายพ่อของแผ่นดิน ส่วนที่วัดแก้วโกรวาราม อ.เมืองกระบี่ นางแขม เครือวัลย์ อายุ 76 ปี เจ้าของวงมโนราห์หนูแขม ประดิษฐ์ศิลป์ ได้ขับกลอนมโนราห์แต่งขึ้นชื่อว่า “พระราชาผู้ยิ่งใหญ่” เพื่อรำลึกถึงในหลวง ร.9

เชียงใหม่จัดพิธีอาลัย

ที่บริเวณสันเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายจรัส ไชยา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนา นำข้าราชการและประชาชนกว่า 3,000 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และแปรอักษรข้อความว่า “ชาวเมืองแกนรักพ่อหลวง รักเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล” เนื่องจากสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่วัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย นายวีรยุทธ เรือนแสน หรือช่างแจ๊ค อายุ 27 ปี เจ้าของร้าน “แวะมาหล่อสุโขทัย” เลขที่ 5/10 หน้าหมู่บ้านเอื้ออาทร หมู่ 9 ต.ปากแคว พร้อมกลุ่มช่างตัดผม 9 คน ร่วมกันตัดผมฟรีให้กับประชาชนฟรี 1 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงภูมิพล

เร่งดูแลต้นไม้ทรงปลูก

วันเดียวกัน น.ส.อภิรมล ฐิติชยาภรณ์ หัวหน้ากลุ่มเพาะชำกล้าไม้เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าดูแลต้นจำปาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงปลูกภายในวัดศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2524 น.ส.อภิรมลเปิดเผยว่า ขณะนี้กรมป่าไม้สำรวจต้นไม้ทรงปลูกทั่วประเทศ เพื่อให้ดูแลรักษาและขยายพันธุ์ หากต้นไหนที่เสื่อมโทรมจะต้องดูแลรักษา สำหรับต้นจำปาที่วัดศรีดอนมูล เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ช่วยดูแลตัดแต่งกิ่งและดูแลรักษาบาดแผลตามลำต้น โดยเมล็ดจะนำไปเพาะเพื่อขยายพันธุ์ เพื่อให้ทางวัดมอบให้กับประชาชนที่ต้องการนำไปปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป

ยโสธรรำลึกพ่อหลวง

ที่วัดศรีวีรวงศาราม อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร นายวีระวัฒน์ วงศ์ว่องไว รอง ผวจ.ยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีตัดลูกนิมิต เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2522 สร้างความปลาบปลื้มให้แก่พสกนิกรในพื้นที่ ส่วนที่ร้านเย็นตาโฟ เลขที่ 68 และร้านข้าวมันไก่ เลขที่ 69 ถนนทหาร หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี ติดป้ายให้ประชาชนกินฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 ทรงงานหนักเพื่อให้พสกนิกรอยู่ดีกินดีจนถึงทุกวันนี้

วาดภาพบนกำแพง

ที่กำแพงเก่าสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จันทบุรี ริมถนนบ้านลุ่ม ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี กลุ่มศิลปินจิตอาสา ร่วมกันวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.9 บนกำแพงขนาดใหญ่ รวม 9 ช่อง เพื่อให้ชาว จ.จันทบุรี รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เริ่มวาดภาพมาตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 16 พ.ย.จากนั้นจะจัดพิธีแสดงความอาลัยเพื่อแสดงความจงรักภักดี ส่วนที่วัดรางวาลย์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นายสมยศ พุ่มน้อย นายอำเภอบ้านโป่ง พร้อมข้าราชการและประชาชนกว่า 3,000 คน ร่วมกันจัดพิธีแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงภูมิพล และแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙

นร.พร้อมใจแปรอักษร

ที่โรงเรียนสตรีอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง คณะครูและนักเรียนกว่า 3,500 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ พร้อมแปรอักษรเป็นรูปลูกดิ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน ภายในเป็นรูปหัวใจและเลข ๙ ด้านล่างมีข้อความว่า “สถิตในดวงใจสตรีอ่างทอง” เช่นเดียวกับโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม อ.เมืองพิษณุโลก โรงเรียนนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โรงเรียนบางระจันวิทยา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี โรงเรียนอนุบาลสระบุรี อ.เมืองสระบุรี และโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี คณะครูและนักเรียน ร่วมกันจัดพิธีแสดงความอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล และแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ต่อคิวแลกเหรียญที่ระลึก

สำหรับบรรยากาศการแลกเหรียญที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชนิดราคา 20 บาท 3 วาระ ได้แก่ เหรียญเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เหรียญรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรมครบ 50 ปี และเหรียญฝนหลวงพระราชทาน เริ่มที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่มุกดาหาร มีประชาชนจำนวนมากมายืนต่อคิวเพื่อรอแลกเหรียญ เมื่อถึงเวลาเปิดทำการเหรียญถูกแลกจนหมดในเวลาอันรวดเร็ว น.ส.เบญจรัตน์ รัชฎามาศ ธนารักษ์พื้นที่มุกดาหาร เปิดเผยว่า มีเหรียญที่ระลึกรวม 4,000 เหรียญ จะเปิดให้แลก 500 เหรียญต่อวัน จำกัด 1 คน ต่อ 1 ชุด จนกว่าจะหมดเพื่อให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ได้แลกเหรียญ เช่นเดียวกับที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ตราด สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สิงห์บุรี และที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครศรีธรรมราช มีประชาชนจำนวนมากมายืนต่อคิวรอแลกเหรียญที่ระลึกตั้งแต่เช้าเพราะกลัวว่าเหรียญจะหมด

มุ่งมั่นสักการะพระบรมศพ

ส่วนพสกนิกรจังหวัดต่างๆ เดินทางเพื่อถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เริ่มจาก นายคำอ้าย อยู่อินทร์ อายุ 61 ปี ชาวเชียงราย ปั่นจักรยานเป็นวันที่ 6 เข้าสู่พื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี โดยมีนายปรเมษฐ์ สุวรรณสิงห์ อายุ 40 ปี ชาวลำปาง และนายประศาสตร์ แตงสัน อายุ 58 ปี ชาวชัยนาท ร่วมทางปั่นจักรยานมาด้วย ส่วนนายเทิดศักดิ์ ทิพย์อักษร อายุ 62 ปี ชาวชุมพร เริ่มเดินเท้าออกจากหน้าเรือจำลองจักรีนฤเบศร ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน เช่นเดียวกับนายสุติ้ว แข็งกำเนิด อายุ 55 ปี ชาวสมุทรปราการ เริ่มออกเดินเท้าจากที่ทำการ อบต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ เนื่องจากสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

รัฐบาลเห็นชอบจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี และร่วมกันรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ปีที่ 89 แบ่ง 3 กลุ่ม ทำดีด้วยกาย วาจา และใจ... 16 พ.ย. 2559 01:02 16 พ.ย. 2559 07:50 ไทยรัฐ