วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มีชัย'กลัววุ่นวาย ไม่เซ็ตซีโร่ทั้งพรรคทั้งกกต. ยันนึกถึงหัวอกทุกคน

‘บิ๊กตู่’อวดจริงใจช่วยชาวนา ‘ปู’โพสต์เสียใจโดนโยนบาป ปชป.เอาบ้างรับซื้อข้าว12ตัน

“มีชัย” ย้ำไม่มีเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง-กกต. ยันต้องนึกถึงหัวอกทุกคน ถ้าไปทำเกินกว่าเหตุจะวุ่นวาย “สมชัย” อัด กรธ.ออกนวัตกรรมฟุ้งซ่านตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งทำงานจริงไม่ได้ โวยลั่นขอฟังชัดจากปาก “ซือแป๋มีชัย” กำหนดคุณสมบัติใหม่กรรมการองค์กรอิสระทุกแห่งมาตรฐานเดียว “ประยุทธ์” ชูกำปั้นทุบอกโชว์จริงใจช่วยชาวนา โต้ไม่เคยบอกให้เลิกปลูกข้าว เมิน “ปู” ฟ้องกลับเรียกชดใช้เจ๊งข้าว มั่นใจเดินตามกฎหมายและกติกา “บิ๊กต๊อก” เผยมี 6 พันรายชื่อติดบ่วงคดีจำนำข้าว ไล่สอบดะอดีต รมต.-อนุ กก.นโยบายข้าว-ขรก. ด้าน “ยิ่งลักษณ์” โพสต์เฟซบุ๊กโวริเริ่มช่วยชาวนาขายข้าวไม่ผ่านคนกลาง สวนกลับพวกซ้ำเติมโยนบาปทุบราคาข้าว กระตุกช่วยกันคิดวิธีแปรรูปเพิ่มการบริโภคข้าว ปชป. ขยับรับซื้อข้าว จ.พิจิตร “มาร์ค” รับมอบ 12 ตัน ขยายพื้นที่รับซื้อข้าว จ.ร้อยเอ็ด-อุบลฯ

ขณะที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำลังเร่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อเดินหน้าโรดแม็ป ไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งประเด็นการเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองและองค์กรอิสระกลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ออกมายืนยันว่า จะไม่มี การเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

“มีชัย” ย้ำไม่มีเซ็ตซีโร่พรรค-กกต.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 พ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุมวาระพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและร่าง พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) จัดงานเสวนา เรื่องทิศทางการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ โดยการสำรวจความเห็นของประชาชนพบว่าเห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองและการเซ็ตซีโร่ กกต.ชุดปัจจุบันว่า การจะไปเซ็ตซีโร่ ไม่ว่าพรรคการเมืองหรือ กกต. เราจะไปทำได้อย่างไร เว้นแต่บางพรรคการเมืองที่อยู่ในกระบวนการที่อาจจะถูกยุบ เช่น พรรคการเมืองเล็กที่ไม่ได้ทำตามกฎหมายหรือคนที่กำลังจะหมดวาระ ส่วนที่อ้างว่าอาจจะมีการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมืองขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หากต้องเซ็ตซีโร่ใหม่นั้นคงไม่ใช่ เพราะกระบวนการต้องใช้เวลาเป็นปี

ไปทำเกินกว่าเหตุจะวุ่นวาย

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ส่วนความเห็นดังกล่าวของ สพม.นั้น กรธ.ยังไม่ได้รับเรื่องความเห็นดังกล่าว จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะต้องไปใส่เป็นหัวข้อไว้ในการสัมมนาวันที่ 16 พ.ย.หรือไม่ แต่หากจะเป็นการรับฟังก็สามารถรับฟังได้ ทำได้หรือไม่ได้เป็นอีกเรื่อง เราต้องพิจารณาและนึกถึงหัวอกของทุกคนไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือ กกต. หากเราไปทำอะไรที่เกินกว่าเหตุก็วุ่นวาย ตอนนี้เพียงไปแก้ไขให้มันถูกต้องตามรัฐธรรมนูญใหม่ก็แย่แล้ว

“บิ๊กตู่” ไร้ความเห็นโละทิ้ง กกต.

เมื่อเวลา 13.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ กรธ.ว่า หากประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไรก็รับไว้ ส่วนการเซ็ตซีโร่ กกต.เป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง จะมาจากใครบ้างต้องไปตามดูอีกครั้ง แต่ส่วนตัวยังไม่มีความคิดเห็นอะไรทั้งสิ้น

“สมชัย” อัดตั้งผู้ตรวจการ ลต.ฟุ้งซ่าน

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง แถลงถึงกรณีจะให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน กกต.จังหวัดว่า เท่าที่เห็นเนื้อหาพบว่า การออกแบบดังกล่าวเป็นนวัตกรรมมุ่งกำจัดอิทธิพลจากนักการเมืองท้องถิ่น ถือเป็นเจตนาดี แต่กระบวนการคิดเป็นนวัตกรรมฟุ้งซ่าน จะหาคน 500-600 กว่าคนที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกจังหวัดได้อย่างไร แต่ละคนมีงานประจำทำอยู่แล้ว การให้ไปทำงานอยู่จังหวัดอื่นเกือบถึง 2 เดือนเป็นไปไม่ได้ รวมถึงงบประมาณทั้งค่ารถ ค่าที่พัก ค่าสวัสดิการ เบี้ยเลี้ยงต่างๆ รวมกันใช้งบฯกว่า 150 ล้านบาท ค่อนข้างมาก การให้คนนอกพื้นที่ไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่รู้จักพื้นที่ จะเป็นปัญหาการทำงาน อยากให้ กรธ. พิจารณาทบทวน เพราะเป็นการคิดที่ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่ทำงานได้

โวยคุณสมบัติต้องมาตรฐานเดียว

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนเรื่องการกำหนดคุณสมบัติใหม่ของกรรมการองค์กรอิสระ ที่อาจจะ หลุดไปตามรัฐธรรมนูญใหม่ ขณะนี้พูดถึงแต่ กกต.อย่างเดียว อยากได้ยินคำพูดตรงๆ เต็มปากเต็มคำจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ว่า หลักการนี้จะบังคับใช้กับองค์กรอิสระทุกแห่ง รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญด้วย อย่างคุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญใหม่ ให้มาจากผู้เชี่ยวชาญสายนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์อย่างละ 1 คน ขณะนี้มีอยู่สายละ 2 คน ต้องจับสลากออกสายละ 1 คนหรือไม่ รัฐธรรมนูญใหม่กำหนดคุณสมบัติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่สูงขึ้นเช่นกัน จึงอยากได้คำตอบว่าจะดำเนินการอย่างไร หากดำเนินการควรทำในระยะเวลาพร้อมกันด้วย ส่วนที่นายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการ กกต. ตั้งข้อสังเกตว่า หาก กกต.ชุดปัจจุบันอยู่ต่อไปตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีวาระดำรงตำแหน่งรวมแล้วถึง 10 ปี นายภุชงค์อาจจะเข้าใจผิด กกต.ดำรงตำแหน่งต่อไปตามวาระที่เหลือของแต่ละคน เป็นวาระเฉพาะตัว ครบวาระแล้วต้องไป ไม่ได้ลากยาวถึง 10 ปี

“บิ๊กตู่” โต้ไม่เคยบอกให้เลิกทำนา

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าพบนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า หารือมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือชาวนา จากวิกฤติราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำ

จากนั้นนายกฯได้ลงมาพบนายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย พร้อมสมาชิกที่เป็นตัวแทนจากเจ้าของโรงสีและชาวนาทั่วประเทศ จำนวน 10 คน ที่มารอเข้าพบเพื่อแสดงความขอบคุณรัฐบาลที่ออกมาตรการช่วยเหลือชาวนา พร้อมมอบพระแม่โพสพที่ทำจากข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิถุงละ 5 กิโลกรัม 3 ถุง และปลาดุกแดดเดียว ปลาช่อนแห้ง จากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ใส่ในข้องจับปลามอบให้นายกฯ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอขอบคุณที่มาให้กำลังใจ เราต้องสร้างความเข้าใจ ถ้าทำแบบเดิมมันจบเลยนะ ไม่ต้องการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่เคยบอกให้ยกเลิกปลูกข้าว ยกเลิกไม่ได้ เพียงแต่ต้องการให้ปลูกข้าวให้เหมาะสม ไม่ใช่พอเกิดความเสียหาย แล้วมารอให้รัฐช่วย

กำปั้นทุบอกลั่นจริงใจ-ไม่มีโกหก

นายกฯกล่าวว่า วันนี้องค์กรเกษตรกรเยอะมาก ออกมาพูดกันเล็กๆน้อยๆ ท้ายสุดมันพังกันไปทั้งหมด อยากให้รวมตัวกัน อยากให้ใจเย็น ไม่ใช่เรียกร้องกันอย่างเดียว สิ่งที่รัฐบาลทำอาจไม่เกิดผลในวันนี้ แต่ 10-20 ปีข้างหน้าจึงจะเกิดผล และกำลังหารือกับต่างประเทศเพื่อหาทางออก รัฐบาลต้องการให้เกษตรกรลืมตาอ้างปากได้ กำหนดพื้นที่เพาะปลูก ได้ข้าวคุณภาพดี เพื่อให้ได้ราคาดี ปลูกพืชผสม โรงสีลดกำไรลง

“รัฐบาลไม่ได้สร้างภาพ เพียงแต่ความไม่ไว้วางใจกันเกิดขึ้นมานาน พอจะทำอะไรคนก็ไม่ไว้ใจ ขอฝากว่ารัฐบาลกำลังหามาตรการช่วยเหลืออยู่ทำจากใจจริงๆ แต่บอกให้ยกหนี้ให้ทั้งหมดคงไม่ได้ ต้องยืดหยุ่นกันไป ทำให้มันถูก ทุกฝ่ายเป็นห่วงและเห็นใจ แต่ขอเป็นกำลังใจให้ผมด้วย ผมไม่มีโกหก พูดแต่เรื่องจริง” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่พูดจบ นายกฯได้กำมือทุบที่หน้าอกข้างซ้าย ก่อนขึ้นประชุม ครม.

“สุเทพ” ปัดจัดฉากเชลียร์รัฐบาล

ด้านนายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า มาขอบคุณนายกฯในความพยายามแก้ไขปัญหาราคาข้าว ถือว่าแก้ปัญหาถูกจุด โดยการปรับราคาข้าวหอมมะลิ ถือว่าพอใจในระดับหนึ่ง ส่วนโครงการชะลอขายข้าวเปลือกหอมมะลิ ภาคอีสานและภาคเหนือ ขณะที่ข้าวขาวและข้าวหอมปทุมเดือดร้อน จึงอยากให้ช่วยภาคกลางและภาคอื่นด้วย การมาของเราครั้งนี้ไม่ได้เป็นการจัดฉาก นายกฯห้ามด้วยซ้ำ แต่ชาวนารู้บุญคุณ ใครดีต้องขอบคุณและให้กำลังใจกัน เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นเกษตรกรมองการรับซื้อข้าวมาขายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นอย่างไร นายสุเทพตอบว่า จะไม่ตอบคำถาม อะไรที่ทำตรงกับความต้องการของชาวนา เราสนับสนุน และตนไม่ได้กลัวว่าหากรัฐบาลเดิมกลับมาจะอยู่ลำบาก ไม่ขอต่อสู้ทางการเมืองกับใคร ไม่โจมตีรัฐบาลไหน เรื่องคดีเราไม่ใช่คนตัดสิน และไม่ขอโยงโครงการไหน

เมิน “ปู” ฟ้องกลับชดใช้จำนำข้าว

ต่อมาเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุเตรียมฟ้องกลับกรณีกระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีโครงการรับจำนำข้าว เป็นเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ว่าเรื่องของคดีเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ใครจะทำอะไรก็ทำได้ จะฟ้องตน ฟ้องใครก็ไปทำ เพราะตนเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำมาว่า ทำตามกติกาและกฎหมายทุกประการ

ปลอบชาวนาต้องยอมเปลี่ยนบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันที่ 18 พ.ย. จะลงพื้นที่ จ.ปทุมธานี ไปเยี่ยมเยือนชาวนาชาวไร่ และไปดูการบริหารจัดการน้ำระดับพื้นที่ ทั้งของชลประทานและพื้นที่เกษตรกรรม ไปดูการปลูกข้าว วันนี้ต้องมองว่าภาครัฐทำอะไรให้เกษตรกรบ้าง และเกษตรกรช่วยตัวเองอย่างไรบ้าง หลายพื้นที่มีการบริหารจัดการน้ำของตัวเองอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือหาน้ำให้เขาได้ไหม ทุกที่พร้อมบริหารจัดการกันเอง แต่หากไม่มีน้ำให้ก็ทำไม่ได้ รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้ให้ได้ทั้งประเทศ ทั้งน้ำประปาปกติและน้ำประปาบาดาล น้ำสำหรับทำเกษตรกรรมต้องไปดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร จะปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ต้องดูความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ รัฐบาลไม่อยากให้เป็นหนี้สิน ไม่ใช่ขายเฉพาะข้าว วันหน้าต้องขายอย่างอื่นไปด้วย อยากให้ทุกคนเข้าใจและขอบอกกับพี่น้องเกษตรกรว่าอย่าท้อแท้ ต้องอดทน ถ้าเราอยากไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่อย่างนั้นวันหน้าลำบากกว่านี้

สั่ง กษ.-พณ.ดูแลเกษตรกรอื่นด้วย

พ.อ.หญิงทักษดา สังข์จันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงกรณีที่มีสมาคมชาวนามาขอบคุณรัฐบาลก่อนประชุม ครม.ตัวแทนของชาวนาเห็นด้วยกับมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือชาวนา นายกฯได้ฝากกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยเหลือเกษตรกรทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะแต่ชาวนาเท่านั้น โดยให้หาแนวทางที่เหมาะสมเชื่อมโยงกัน และสอดคล้องกับงบประมาณและแผนแม่บทของแต่ละกระทรวง ทั้งนี้ วันที่ 18 พ.ย. นายกฯจะลงพื้นที่ จ.ปทุมธานี จะไปตรวจเยี่ยมเพื่อดูระดับน้ำที่คลองระพีพัฒน์ แยกตก บริเวณประตูน้ำที่ 8 พร้อมทั้งฟังบรรยายสรุปจาก ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ รับทราบข้อมูลระดับน้ำ จากนั้นจะไปยังลานสวนปาล์มน้ำมัน ตรวจสอบสมรรถภาพเรือดูดตะกอนเลนในร่องสวน อาจนำไปปรับใช้กับกิจกรรมอื่นได้ เช่น การขุดลอกคูคลอง และจะพบปะประชาชนที่องค์การบริหารส่วนตำบลบึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จากนั้นจะเดินทางไปยังโรงผลิตน้ำประปาพระราชทานโครงการสระเก็บน้ำพระรามเก้าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ ต.คลองหลวง อ.ธัญบุรี

“บิ๊กต๊อก” เผย 6 พันรายชื่อโยงจำนำข้าว

ขณะที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายกับผู้เกี่ยวข้องในคดีโครงการรับจำนำข้าว ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 80 ว่า ขณะนี้ได้รับรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานที่ได้รับผิดชอบ คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยแบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มผู้บริหาร ซึ่งเป็นส่วนของรัฐมนตรี และอนุกรรมการที่เกี่ยวกับนโยบายข้าว ประมาณ 2,000 รายชื่อ กลุ่มผู้ปฏิบัติ เป็นข้าราชการในกระทรวงที่รับผิดชอบ และองค์กรต่างๆประมาณ 4,000 ราย รวม 6,000 ราย จำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องรับผิดชอบทั้งหมด แต่จะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดก่อนว่าใครต้องรับผิดอะไรและเป็นเพราะอะไร เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีและ ครม.รับทราบ และกลุ่มที่ 3 คือ ผู้ประกอบการ เช่น เอกชน โรงสี คลังสินค้า ซึ่งยังรวบรวมไม่เรียบร้อย เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าไปเชื่อมโยงกับระดับผู้ปฏิบัติในส่วนอื่นหรือไม่ โดยกระทรวงมหาดไทยกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งมาให้ตนพิจารณาต่อไป

กกล.รส.ส่งทหารช่วยต่อเนื่อง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวถึงการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช.โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธาน โดยที่ประชุมรายงานการช่วยเหลือแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำพบว่า คสช.โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ในพื้นที่และกอ.รมน.ได้เข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เลขาธิการคสช.มอบให้ กกล.รส.นำแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาข้าวอย่างยั่งยืนของรัฐบาล ไปสร้างการรับรู้พูดคุยให้เกษตรกร ส่วนการช่วยรับซื้อข้าวจากชาวนาของหน่วยทหารให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมอบหมายให้กองกำลังชายแดนสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรไทย

“มาร์ค” รับมอบข้าวชาวนา 12 ตัน

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ เป็นผู้แทนส่งมอบข้าวสารที่นายสามารถ มะลูลีม อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในนามกลุ่มเพื่อนสามารถ รับซื้อโดยตรงจากชาวนา จ.พิจิตร ในโครงการ “รวมใจเพื่อนสามารถช่วยชาวนา” โดยนายสามารถกล่าวว่า ข้าวส่วนนี้นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ประสานงานซื้อจากชาวนาโดยตรงและสีเองโดยโรงสีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง รับซื้อมา 12 ตัน ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ทั้งนี้จะขยายพื้นที่รับซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาใน จ.ร้อยเอ็ดและอุบลราชธานี รวมถึงจังหวัดอื่นด้วย โดยจะดำเนินการโครงการจนถึงสิ้นปีนี้

จี้รัฐบาล คสช.กล้าเชือดคนโกงชาติ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานประธาน ศอตช.ระบุว่าต้องมีการเรียกเก็บความเสียหายอีก 80% ในโครงการรับจำนำข้าวยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากผู้เกี่ยวข้องถึง 6,000 รายชื่อว่า เป็นการยืนยันว่าช่วงที่อดีตรัฐบาลดำเนินการโครงการรับจำนำข้าว ฝ่ายค้านพยายามชี้แนะให้รับทราบว่ามีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นจริง แต่รัฐบาลขณะนั้นไม่สนใจและยังพยายามปกป้องเข้าทำนองปกป้องคนผิด จึงทำให้คนทำผิดได้ใจ และถูกปล่อยปละละเลยจึงทำให้มีผู้ร่วมกระทำผิดจำนวนมาก ผู้มีอำนาจในระดับบริหาร ในคณะกรรมการต่างๆ ถ้าเอาจริง คงไม่มีผู้ร่วมกระทำผิดมากเช่นนี้

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจที่มีคนร่วมกระทำผิดมากมายเช่นนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาล คสช.ที่ชูนโยบายการปฏิรูปกล้าใช้กฎหมายให้เป็นธรรมและศักดิ์สิทธิ์ เอาจริงกับคนคดโกงชาติบ้านเมือง เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างกับคนรุ่นต่อไปให้หลาบจำไม่กล้าทำอีก

“ปู” ปลื้มริเริ่มช่วยชาวนาขายข้าว

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการริเริ่มช่วยชาวนาขายข้าว 2 ครั้งที่ผ่านมา เป็นการช่วยให้ชาวนามีทางเลือกหากไม่ได้รับราคาที่เป็นธรรม และเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ชาวนาขายข้าวเองได้โดยตรง จะทำให้คุ้มกับต้นทุนหรือเหลือกำไรบ้าง ซึ่งไม่เคยคิดที่จะกดราคาหรือเอาเปรียบชาวนา ตามที่มีใครพยายามกล่าวอ้าง โดยซื้อข้าวเปลือกในราคา 12 บาทหรือข้าวสาร 20 บาท ชาวนามีกำไรและพออยู่ได้ ลดต้นทุนด้วยการไม่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามขายข้าวตามสภาพ และรับผิดชอบขนส่ง หากคิดเอากำไรหรือผลักภาระส่วนนี้ไปยังผู้ซื้อ ต้องขายด้วยราคา 25 บาท แต่ตนต้องการให้ผู้ซื้อได้ซื้อข้าวราคาเดียวกับที่ชาวนาขายที่ต่างจังหวัด

โวยพวกซ้ำเติมโยนบาปคนอื่น

น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า การช่วยกันคนละไม้ละมือ เป็นเรื่องสำคัญ แม้ไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วก็ช่วยในฐานะประชาชน แต่กลับถูกตีเจตนาเป็นอย่างอื่น นับเป็นสิ่งที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แทนที่จะตั้งคำถามว่าแม้ข้าวราคาถูกแค่ไหน เหตุใดราคาขายยังคงเป็นราคาเดิม ทำไมไม่เอากำไรส่วนนี้คืนให้กับชาวนาหรือผู้ซื้อบ้าง กลับมาช่วยกันซ้ำเติมและใช้หลักโทษคนนั้นโทษคนนี้ ตนช่วยชาวนาขาย โดยไม่ผ่านคนกลาง ทำให้ลดต้นทุนให้ชาวนาขายข้าวเปลือกได้ในราคาสูงขึ้น มีกำไรและไม่ถูกกดราคา ส่วนผู้ซื้อก็ซื้อข้าวได้ราคาถูกลง เห็นได้จากหลายพื้นที่ ชาวนาเริ่มจะสีข้าวขายเองแล้ว เชื่อว่าในที่สุดกลไกนี้จะค่อยๆ ปรับตัว ทั้งคนขาย ผู้ประกอบการและผู้ซื้อมากขึ้น จึงเป็นที่น่าดีใจนอกเหนือจากการช่วยชาวนาขายข้าว ดังนั้นเพื่อให้ชาวนาขายข้าวได้มากขึ้น เราน่าจะร่วมกันสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนบริโภคข้าวมากขึ้น ด้วยการช่วยกันคิดหาวิธีแปรรูปหรือทำอาหารเกี่ยวกับข้าวเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายเป็นทางเลือกในการบริโภค ทำให้การบริโภคข้าวที่ปัจจุบันมีอยู่เกือบ 10 ล้านตันเพิ่มขึ้น

โอ่ผุดทางเลือกใหม่ชาวนาแฮปปี้

ด้านนายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ท่ามกลางวิกฤตการณ์ราคาข้าว ชาวนาจำนวนมากดิ้นรนนำข้าวออกขายเอง ได้รับการตอบสนองอย่างดีจากหลายฝ่ายรวมทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย แต่ที่ประหลาดใจมากคือการที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์และอีก 2-3 คน โจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าทุบราคาข้าวให้ตกต่ำ ไม่อยากจะฟันธงว่า นพ.วรงค์โง่จริงหรือแกล้งโง่ นพ.วรงค์รู้หรือไม่ว่า 1.ราคาข้าวตกตํ่าต่อเนื่องมาเกือบ 3 ปีแล้ว ขณะนี้ถึงจุดวิกฤติ 2.ผลผลิตข้าวนาปีฤดู 2559/60 จะออกมาเกือบ 30 ล้านตัน 3.ราคาข้าวที่กำลังตกตํ่ารุนแรง ต้นทางจากความผันผวนของตลาดโลก ไม่ได้เกิดจากการทุบราคา แต่เกิดจากภาวะตลาดที่ไม่ได้บริหารจัดการที่ถูกต้อง 4.การที่ชาวนาส่วนหนึ่งนำผลผลิตขายโดยตรง เป็นการสร้างทางเลือกใหม่และเพิ่มอำนาจต่อรองให้ตนเอง ตัดกลไกตลาดที่เคยกินส่วนต่างถึง 50 เปอร์เซนต์ออกได้ 5.น.ส.ยิ่งลักษณ์รับซื้อข้าวเปลือกตันละ 12,000 บาท

ขณะที่ราคาตลาดรับซื้อยังไม่ถึง 10,000 บาท ทำให้ชาวนาพอใจและมีความสุข เมื่อได้ขายข้าวราคาสูงกว่าตลาดและพบว่ามีทางเลือกเพิ่มขึ้นคือพึ่งตนเองได้ ชาวนาที่ยังไม่ได้ขายข้าวก็มองเห็นแสงสว่างคือขายข้าวเองได้ โดยไม่ต้องถูกผลักภาระหักราคาเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาทุบราคาข้าวให้ตํ่าลงได้อีก

เปิดจุดขายข้าวช่วยชาวนา

วันเดียวกัน ที่หน้าสำนักงานเหล่ากาชาด จ.ชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี พร้อมด้วยนางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาด จ.ชลบุรี เปิดจุดจำหน่ายข้าวสารช่วยเหลือชาวนา จากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค เปิดโอกาสให้ชาวนานำข้าวมาขายให้ผู้บริโภคโดยตรง ส่วนที่ จ.สุโขทัย ที่หน้าสำนักงานโครการส่งน้ำและบำรุงรักษาสุโขทัย สำนักงานชลประทานที่ 4 ถนนจรดวิถีถ่อง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มีตั้งจุดจำหน่ายข้าวสารเพื่อช่วยเหลือชาวนานำข้าวสารหอมปทุมถุงละ 5 กิโลกรัม ราคาถุงละ 120บาท และข้าวขาวถุงละ 5 กิโลกรัม ราคาถุงละ 80 บาท

มึนไม่รู้ขั้นตอนจำนำยุ้งฉาง

ด้านนางวาทินี เหมประไพร อายุ 71 ปี ชาวนาหมู่ 5 ต.สายทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง นำข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาขายที่โรงสีสหกรณ์การเกษตรโพธิ์ทอง ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง ราคาตันละ 5,800 บาท รวม 11 ตัน โดยนางวาทินี กล่าวว่า แม้ได้ราคาถูก แต่จำใจเอาข้าวมาขาย เพราะไม่มีที่ตากและที่เก็บ ส่วนกรณีรัฐบาลจะช่วยในเรื่องเงินค่าเก็บข้าวในยุ้งฉาง ยอมรับว่าไม่รู้ขั้นตอนการดำเนินการ เพราะไม่รู้จะติดต่อประสานงานกับหน่วยงานใด ขณะที่ น.ส.ทิพย์วรรณ ล้ำเลิศ อายุ 40 ปี ชาวนาบ้านหมู่ 3 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ กล่าวว่า นำข้าวหอมมะลิ 105 มาให้โรงสีตีราคาเพียงตันละ 6,000 บาท เนื่องจากข้าวจมน้ำ ส่วนมาตรการช่วยเหลือการฝากยุ้งฉางก็ไม่รู้รายละเอียดว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

ผ่อนผันแรงงานเขมรมาเกี่ยวข้าว

ด้านนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผวจ.สระแก้ว เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่ศาลากลางจ.สระแก้ว เพื่อแก้ปัญหาและหาทางออกให้กับชาวนาในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว โดยที่ประชุมอนุโลมและผ่อนผันให้แรงงานกัมพูชาเข้ามารับจ้างเกี่ยวข้าวได้เหมือนเดิม แบบไปเช้าเย็นกลับจนถึงสิ้นเดือน ม.ค.2560 เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานตามข้อเรียกร้องของชาวนา โดยนายกล้าณรงค์ กล่าวว่า ช่องทางผ่อนผันหรือช่องทางอนุโลมจะมีฝ่ายท้องถิ่นร่วมกับฝ่ายความมั่นคงกองกำลังบูรพาณ จุดผ่อนผันในแต่ละวันประเภทไปเช้า-เย็นกลับ รวมถึงคุมเข้มลักลอบนำข้าวเปลือกเข้ามา

จัดงานตลาดนัดข้าวเปลือก

ที่โรงสีเกาะแก้วเจริญธัญญา 2 หมู่ 7 ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ รอง ผวจ.พิษณุโลก เปิดงานตลาดนัดข้าวเปลือก ตามโครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2559/60 ครั้งที่ 1 มีชาวนาขนข้าวเปลือกบรรทุกใส่รถเข้าคิวขายข้าวกันอย่างคึกคัก โดยข้าวเปลือกหอมมะลิความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ ราคา 8,000 บาทต่อตัน ส่วนความชื้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ ราคา 6,200-7,400 บาทต่อตัน ส่วนที่่ห้องประชุมสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ หน้าโรงงานน้ำตาลทรายขาวเริ่มอุดม หมู่ 8 ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี นายธีระชัย แสนแก้ว นายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ กล่าวภายหลังประชุมใหญ่สามัญประจำปีว่า สมาคมพร้อมซื้อขาวจากวิสาหกิจชุมชนแล้วนำข้าวมาขายให้กับชาวไร่อ้อยเป็นการช่วยเหลือชาวนา และช่วยเหลือรัฐบาล

สั่งซื้อข้าวอีสานมาจำหน่ายที่กระบี่

ที่สำนักงานเกษตรสหกรณ์จังหวัดกระบี่ นายถาวร พลเดช ผจก.สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กระบี่ นำข้าวสารที่สั่งมาจาก จ.ร้อยเอ็ด มาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูก โดยนายถาวร กล่าวว่า ประชาชนสนใจมาซื้อข้าวที่สั่งนำร่องมาจาก จ.ร้อยเอ็ด และขณะนี้ จ.กระบี่ได้ทำข้อตกลงกับสหกรณ์การเกษตรที่ จ.ศรีสะเกษ ซื้อข้าวสารอีก 16 ตัน เช่น ข้าวหอมมะลิเหลือง 5 กิโลกรัมราคา 100 บาท 50 กิโลกรัม ราคา 1,000 บาท เบื้องต้นมีโรงพยาบาลกระบี่ อุตสาหกรรม จ.กระบี่ และสหกรณ์ใน จ.กระบี่มาขอซื้อข้าวแล้ว

นายกฯชี้สิทธิมะกันไม่ให้วีซ่า “เบสท์”

เมื่อเวลา 13.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ปฏิเสธออกวีซ่าให้กับ น.ส.อรพิมพ์ รักษาผล หรือเบสท์ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะไปพูดเกี่ยวกับเรื่องพระราชกรณียกิจที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐฯว่า คงไม่ไปก้าวก่ายเกี่ยวข้อง เพราะวันนี้ตนดูแลเฉพาะประเทศไทย การไปขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศแล้วเขาจะให้หรือไม่ เป็นเรื่องของสหรัฐฯพิจารณา ตนพูดอะไรไม่ได้ เช่นเดียวกันเราเวลาใครมาขออนุญาตทำวีซ่าถ้าไม่เหมาะสมก็ไม่ออกวีซ่าให้ ไม่ใช่ว่าตนจะไปบอกว่าให้ออกหรือไม่ออก ต้องเคารพในสิทธิแต่ละประเทศว่าจะให้หรือไม่ ไปขอเขาไม่ได้

รับบุคลิกคล้าย “โดนัลด์ ทรัมป์”

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีพฤติกรรมคล้ายกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ว่า “ไม่รู้เหมือนกัน ดีหรือไม่ดี บางอย่างผมไม่ใช่นักการเมือง เวลาพูดอะไรจะพูดไปตามความเชื่อในหลักการ และข้อเท็จจริงตามกฎหมาย บางครั้งสิ่งที่พูดคือความจริงใจมากเกินไป อาจจะไม่สุภาพบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องของผม แต่เจตนาของผมไม่ได้มีอะไรกับใครทั้งสิ้น เมื่อพูดไปแล้วไม่เคยโกรธใคร จบแค่นั้น แล้วก็ไปทำเรื่องอื่น วันหน้าอาจมีโมโหได้อีก เพราะมันเป็นบุคลิกส่วนตัวของผม สิ่งที่ไม่ดีของผม ก็อย่าเอาไปเป็นตัวอย่าง แต่ดีๆก็มีอยู่เยอะพอสมควร”

ครม.ไฟเขียวปฏิญญาผู้นำเอเปก

นายวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจ (เอเปก) ครั้งที่ 24 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย.ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู มีเนื้อหาสาระเน้นการบูรณาการเขตเศรษฐกิจในภูมิภาค และการเติบโตอย่างมีคุณภาพ การส่งเสริมตลาดอาหารในภูมิภาค ตลอดจนการก้าวไปสู่ความทันสมัยของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยในเอเชียแปซิฟิก และครม.ยังเห็นชอบเอกสาร 4 ฉบับ สำหรับการประชุมความร่วมมือด้านคมนาคมในบรูไน ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย. ประกอบด้วย 1.ร่างเอกสารกรอบการดำเนินงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2.ร่างแผนปฏิบัติการว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเชิงลึกอาเซียน-จีน ภายใต้ความร่วมมือพัฒนาการร่วมกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.ร่างปฏิญญาบรูไนดารุสซาลาม ว่าด้วยประชาคมแห่งความเชื่อมโยงนวัตกรรม 4.แผนปฏิบัติการภายใต้เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน ด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ

เท 182 ล้านให้ สตช.ซื้อคอมพิวเตอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม เสนอกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขอรับการสนับสนุนงบกลาง ปีงบฯ 2559 จำนวน 182,278,000 บาท เพื่อจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) ระยะที่ 2 เนื่องจาก สตช.มีภารกิจหลักในการรักษาความสงบเรียบร้อยดูแลความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของราชอาณาจักรจึงจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ทันสมัยเพื่อตรวจสอบ ติดตาม จับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และวางแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ ได้ทันต่อสถานการณ์ จึงต้องพัฒนาระบบสารสนเทศดังกล่าวเพื่อเป็นระบบหลักให้ทุกหน่วยงานได้ใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการใช้งานระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ (Crimes) ครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว แต่ยังไม่มีระบบสำรองที่จะสามารถทำงานได้ทันทีหากระบบหลักหยุดทำงาน

16 ธ.ค. ชี้ขาดคดี “สนธิ” หมิ่น “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดี ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กทม. รวมถึงจำเลยคนอื่นอีก 9 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นผู้อื่นด้วยการโฆษณา กรณีจำเลยจัดเสวนาเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ยุทธศาสตร์ครองเมืองของไทยรักไทย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องจำเลย เห็นว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน โจทก์ในฐานะที่บริหารราชการ ประชาชนสามารถพึงกระทำ โจทก์ได้ยื่นฎีกาขอให้ลงโทษพวกจำเลยด้วย นายชัยอนันต์ สมุทวณิช นักวิชาการอิสระ จำเลยที่ 3 ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ และอาการโรคไต เดินทางมาศาลไม่ได้ ศาลให้เลื่อนอ่านพิพากษาฎีกาเป็นวันที่ 16 ธ.ค.60

“เทือก” ขึ้นศาลสืบพยานคดีกบฏ

ขณะเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 908 ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากแรก ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส. นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และนายเสรี วงศ์มณฑา แกนนำ กปปส. จำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. กรณีจำเลยได้ร่วมชุมนุมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพื่อต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการขัดขวางการเลือกตั้ง เพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออก โดยนายสุเทพและนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เข้าร่วมฟังสืบพยานโจทก์และในที่ 16 พ.ย. จะมาฟังการซักค้านพยานโจทก์อีก

“มีชัย” ย้ำไม่มีเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง-กกต. ยันต้องนึกถึงหัวอกทุกคน ถ้าไปทำเกินกว่าเหตุจะวุ่นวาย “สมชัย” อัด กรธ.ออกนวัตกรรมฟุ้งซ่านตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งทำงานจริงไม่ได้ โวยลั่นขอฟังชัดจากปาก “ซือแป๋มีชัย” กำหนดคุณสมบัติใหม่ 16 พ.ย. 2559 00:34 16 พ.ย. 2559 05:44 ไทยรัฐ