วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอบามาแนะทรัมป์ให้ปรับท่าที ม็อบต้านขยายลาม นักเรียนม.ปลายแห่เข้าร่วม

“โดนัลด์ ทรัมป์” ว่าที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา คนใหม่ ยังเจอประท้วงต่อต้านไม่เลิก ล่าสุดเหล่านักเรียน ม.ปลายในหลายรัฐโดดเรียนมาร่วมชุมนุมต่อต้านนโยบายสุดโต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเนรเทศคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย-จำคุกผู้อพยพที่มีประวัติอาชญากรรม ด้าน “ปูติน” ต่อสายคุย “ทรัมป์” เห็นชอบที่จะทำงานร่วมกันเพื่อมุ่งยกระดับความสัมพันธ์ของสองประเทศให้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน เริ่มปั่นกระแสคนที่จะมาร่วมรัฐบาลทรัมป์ ในตำแหน่งสำคัญอย่าง รมว.ต่างประเทศ มีทั้ง “รูดอล์ฟ กุยเลียนี” อดีตนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก ชิงกับ “จอห์น โบลตัน” อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น โดยมีชื่อ “ริชาร์ด เกรเนล” ติดโผมานั่งแทน

สำนักข่าวเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ว่า กระแสต่อต้านชัยชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าวัย 70 ปี แห่งพรรครีพับลิกันยังเกิดขึ้นต่อเนื่องล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้วนับแต่รู้ผลเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ตามวันเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ได้มีกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ รวมทั้ง แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด และแมรีแลนด์ พากันผละการเรียนออกมาเดินขบวนชุมนุมต่อต้านนายทรัมป์ตามท้องถนน ทั้งตะโกนต่อต้านและชูป้ายประท้วง เพราะยังรู้สึกเป็นห่วงท่าทีและคำพูดของนายทรัมป์ที่แสดงออกในด้านลบต่อชนกลุ่มน้อยและผู้อพยพในสหรัฐฯ และเกรงว่าแนวนโยบายสุดโต่งต่างๆของ นายทรัมป์อาจสร้างผลกระทบกับชุมชนของพวกตน

โดยที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย กลุ่มนักเรียนมัธยมมากกว่า 1,000 คน จากหลายโรงเรียน โดยเฉพาะในเขตที่มีชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิก (ละตินอเมริกา) อาศัยอยู่หนาแน่น ร่วมใจกันผละชั้นเรียนออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงพลังต่อต้านนโยบายของนายทรัมป์ บางคนชูป้ายคำว่า “เนรเทศนายทรัมป์” (Deport Trump) ส่วนคนอื่นๆก็มีทั้งโบกธงชาติเม็กซิโกและธงสัญลักษณ์ของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน แต่การชุมนุมประท้วงของ กลุ่มนักเรียนส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบ เช่นเดียวกับ การชุมนุมของนักเรียนมัธยมในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐเดียวกัน และเมืองอื่นๆ เช่น เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน และซิลเวอร์สปริง รัฐแมรีแลนด์

การชุมนุมประท้วงของนักเรียนมีขึ้นขณะกระแสต่อต้านนายทรัมป์ยังไม่เหือดหาย และยังมีผู้คนออกมาชุมนุมประท้วงนายทรัมป์ไม่หยุดหย่อนในหลายรัฐ รวมทั้งที่รัฐวอชิงตันและเพนซิลวาเนีย แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ ด้านกลุ่มนายกเทศมนตรีของเมืองใหญ่ๆ เช่น นครชิคาโก ลอสแอนเจลิสและซีแอตเติล ต่างแถลงท่าทียังต้อนรับผู้อพยพลี้ภัยเพื่อต่อต้านการแถลงของนายทรัมป์ที่เคยระบุว่า หลังขึ้นรับตำแหน่งผู้นำประเทศแล้วจะเนรเทศผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายนับล้านคน หรือไม่ก็ให้จำคุกผู้อพยพ 3 ล้านคนที่มีประวัติก่ออาชญากรรม

วันเดียวกัน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เริ่มภารกิจเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งสุดท้ายก่อน หมดวาระ 2 สมัย 8 ปี ในวันที่ 20 ม.ค.ปีหน้า โดยเริ่มที่การเยือนกรีซ ตามด้วยเยอรมนี และเปรู โดยนายโอบามาให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางด้วยว่า จะพยายามเรียกความเชื่อมั่นในกลุ่มพันธมิตรของสหรัฐฯว่า นายทรัมป์จะยึดมั่นในความสัมพันธ์ด้านยุทธศาสตร์หลักๆไว้คงเดิม รวมทั้งกับองค์กรป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งช่วงหาเสียงนายทรัมป์ เคยพูดให้พันธมิตรนาโตเป็นกังวล โดยระบุว่าอาจไม่ยึดถือคำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องชาตินาโตที่ถูกโจมตี ตามที่มีระบุในข้อตกลงก่อตั้งนาโต ซึ่งภายหลังนายทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯจะช่วยเฉพาะพันธมิตรที่ได้ทำตามเงื่อนไขที่ให้ไว้กับสหรัฐฯ นายโอบามาอ้างการยืนยันดังกล่าวของนายทรัมป์มีขึ้นช่วงพบหารือกันที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นายโอบามายังระบุเชิงแนะนำนายทรัมป์ด้วยว่า เมื่อเริ่มงานในทำเนียบขาวแล้ว ทรัมป์ต้องปรับปรุงตัวและท่าทีใหม่ จะทำเหมือนตอนหาเสียงที่จะพูดจะทำอะไรตามต้องการไม่ได้อีกแล้วโดยเฉพาะเรื่องคำพูดต้องระวังให้ดี

สำหรับภารกิจในเปรู นายโอบามาจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) และมีกำหนดหารือผู้นำหลายประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่นายทรัมป์เพิ่งโทรศัพท์หารือเมื่อวันก่อน

ขณะเดียวกัน ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายทรัมป์และเห็นชอบที่จะทำงานร่วมกันเพื่อมุ่งยกระดับความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ-รัสเซียให้ดีขึ้น ก่อนหน้านี้นายทรัมป์แสดงท่าทีชื่นชมผู้นำรัสเซียมาตลอด และยังเคยระบุว่านายปูตินเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งกว่านายโอบามา
ส่วนการมองหาคนที่จะมาร่วมงานในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดใหม่นั้น นายทรัมป์จะหารือกับนายไมค์ เพนซ์ ว่าที่รองประธานาธิบดี ผู้ดูแล กระบวนการส่งผ่านอำนาจของนายทรัมป์ ที่อาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ในมหานครนิวยอร์ก ในวันที่ 15 พ.ย.ตามวันเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ซึ่งผู้ที่เป็นตัวเต็งดำรงตำแหน่งสำคัญอย่าง รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเรื่องนี้ระบุว่าน่าจะเป็นนายรูดอล์ฟ กุยเลียนี วัย 72 ปี อดีตนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นทั้งเพื่อน ที่ปรึกษาและผู้สนับสนุนคนสำคัญของนายทรัมป์ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ส่วนผู้เป็นตัวเต็งอีกคนคือ นายจอห์น โบลตัน อดีตทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยุคอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช

ขณะที่นายเจฟฟ์ เซสชั่นส์ วุฒิสมาชิกรัฐอลาบามา ผู้ที่น่าจะได้เป็น รมว.กลาโหมคนใหม่ สื่อรายงานว่าได้เดินทางเข้าตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. และยังมีข่าวด้วยว่า นายทรัมป์กำลังพิจารณาเลือกนายริชาร์ด เกรเนล ให้เป็นทูตสหรัฐฯประจำยูเอ็น ซึ่งหากข่าวนี้เป็นจริง นายเกรเนล ซึ่งปัจจุบันเป็นโฆษกของสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น จะถือเป็นคนรักเพศเดียวกันที่เปิดเผยตัวคนแรก ที่ได้รับตำแหน่งด้านนโยบายต่างประเทศใหญ่เทียบเท่าระดับคณะรัฐมนตรี

ว่าที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา คนใหม่ ยังเจอประท้วงต่อต้านไม่เลิก ล่าสุดเหล่านักเรียน ม.ปลายในหลายรัฐโดดเรียนมาร่วมชุมนุมต่อต้านนโยบายสุดโต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเนรเทศคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย-จำคุกผู้อพยพที่มีประวัติอาชญากรรม... 16 พ.ย. 2559 00:29 16 พ.ย. 2559 05:37 ไทยรัฐ