วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระบุ รมว.ท่องเที่ยวฯต้องชดใช้ “โสภณ” ชำแหละปัญหาทัวร์ 0 เหรียญ

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัย และประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียล-เอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า ได้พานักศึกษาของโรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยไปดูงานอสังหาริมทรัพย์ที่เมืองพัทยาเมื่อประมาณต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

ปรากฏได้พบว่าโรงแรมในพัทยาเงียบเหงาลงเป็นอย่างมาก สาเหตุหนึ่งเกิดมาจากการปราบปราม “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยลดน้อยลงเป็นอย่างมาก “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” หรือ Zero Dollar Tour คือ การจัดคณะนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาในไทย...

โดยซื้อทัวร์จากประเทศตน (จีน) ในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน ก่อนที่บริษัททัวร์เหล่านั้นจะส่งลูกทัวร์ทั้งกรุ๊ปให้แก่บริษัททัวร์ในไทยโดยที่ไม่ต้องจ่ายค่านำเที่ยวแม้แต่เหรียญเดียว จากนั้นบริษัทนำเที่ยวก็จะถูกไกด์เถื่อนพาตระเวนซื้อของแพงๆ ด้วยสินค้าราคาสุดโหด รวมถึงโชว์ต่างๆ เพื่อรีดเอากำไร หากนักท่องเที่ยวไม่ยอมจ่าย หรือจ่ายน้อย บริษัททัวร์ก็ไม่มีรายได้พอกับค่าใช้จ่าย ไกด์จึงต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆ ทั้งอ้อนวอน บังคับขู่เข็ญ เช่น ไม่ให้กุญแจห้อง ยึดพาสปอร์ต บางครั้งอาจร้ายแรงถึงขั้นทำร้ายลูกทัวร์หรือลอยแพลูกทัวร์ไปเลยก็ได้

อย่างไรก็ตาม นายโสภณกล่าวว่า ปฏิบัติการของรัฐบาลไทยในการปราบ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ด้วยการบุกเข้าตรวจค้นบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต และบริษัทเครือข่ายอีก 4 แห่ง อายัดรถบัสนำเที่ยว 2,086 คัน บัญชีเงินสดกว่า 90 บัญชี มูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาท เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ดูจะเป็นเรื่องที่เกาไม่ถูกที่คัน และทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายวับไปในทันที “ที่น่ากังขาก็คือไปจับแม่ และลูกชายที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกได้แค่ 2 เดือนไม่รู้เรื่องรู้ราว และแทนที่จะดำเนินคดีตามครรลองของกฎหมายปกติทั่วไป กลับตั้งข้อหา “อั้งยี่” และไม่ให้ประกันตัวสองแม่ลูกดังกล่าว ขณะที่บริษัทของอดีตนายตำรวจใหญ่บางคนที่เกี่ยวข้อง และมีพฤติกรรมประกอบธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญกลับไม่โดนตรวจสอบ”

นายโสภณกล่าวว่า เขาได้รับข่าวล่าสุดว่าทัวร์ศูนย์เหรียญหนีจากไทยไประบาดในเกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรปกันหมด โดยขอยกเลิกเที่ยวบินกับสายการบินแอร์เอเชียแล้ว 64,000 รายต่อเดือนนับแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นมา ยังไม่รวมธุรกิจโรงแรม 3-4 ดาวในพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนหายไปแล้วประมาณ 65% เพราะบริษัททัวร์กว่า 200 ราย ไม่กล้าทำธุรกิจทัวร์จีนต่อเนื่อง เกรงจะโดนจับในข้อหาเดียวกัน

ขณะที่หลายประเทศใช้โอกาสนี้จัดแพ็กเกจท่องเที่ยวในราคาถูก เช่น จีน-เกาหลี 5 วัน ราคา 1,700 หยวน, จีน-ญี่ปุ่น 6 วัน ราคา 3,499 หยวน, จีน-ฝรั่งเศส-อิตาลี 12 วัน ราคา 4,194 หยวน ส่วนจีน-เยอรมนี-สวิตเซอร์แลนด์ 12 วัน 3,564 หยวน เท่ากับว่าหลายประเทศยังคงทำทัวร์ศูนย์เหรียญ อยู่ แต่ไทยกลับแก้ปัญหาในแบบที่ไม่ฉลาด นี่คือสิ่งยืนยันชัดเจนว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายผิดทาง ขณะที่ประเทศอื่นรู้จักวิธีจัดการกับ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ได้ดีกว่า

นายโสภณกล่าวด้วยว่า รัฐบาลมองประเด็นในการแก้ไขปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญว่าไม่ได้ให้อะไรแก่ประเทศ และเงินตกแก่บริษัททัวร์จีน แต่เมื่อพิจารณาจากปี 2558 กรมการท่องเที่ยวระบุว่า มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทย 8 ล้านคน แต่ละคนใช้เงินเกือบ 6,000 บาท เฉลี่ยรวม 48,000 ล้านบาท และจริงๆปีนี้ทัวร์จีนควรเติบโตกว่าปีก่อน 10% คิดเป็นเงินราว 52,800 ล้านบาท แต่ใน 4 เดือนหลัง นักท่องเที่ยวจีนกลับหายไป 60% อาจเหลือรายได้จากจีนเพียง 42,240 ล้านบาท หายไปถึง 10,560 ล้านบาท “ถ้านี่เป็นค่าเสียหาย รมว.การท่องเที่ยวฯจะชดใช้ใหม่ กับการที่คนทำงานโรงแรมต้องถูกให้ออก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แม่ค้า ฯลฯ ไม่มีงานไม่มีเงินเพียงเพราะผู้รับผิดชอบไม่ศึกษาเรื่องนี้ให้ถ่องแท้ และแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม”.

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัย และประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียล-เอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า ได้พานักศึกษาของโรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยไปดูงานอสังหาริมทรัพย์ 16 พ.ย. 2559 00:07 16 พ.ย. 2559 00:07 ไทยรัฐ