วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้อยดวงใจถวายอาลัยการเสด็จสู่สวรรคาลัยครบ30วัน "พ่อแห่งแผ่นดิน"

ร้อยดวงใจถวายอาลัยการเสด็จสู่สวรรคาลัยครบ30วัน "พ่อแห่งแผ่นดิน"

  • Share:

ความอาลัยที่พสกนิกรชาวไทยมีต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรี นฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ยังท่วมท้นล้นดวงใจไทยทุกดวง ในโอกาสครบ 30 วัน การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลายองค์กรพร้อมใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระองค์ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นสถานที่ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯไปประทับรักษาพระองค์เป็นเวลาหลายปี ได้จัดกิจกรรมหลอมรวมดวงใจของชาวคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกองทัพเรือ โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ “น้อมดวงใจชาวศิริราช...ตามรอยพระราชปณิธานพระภูมิพล” ที่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โรงพยาบาลศิริราช

กิจกรรมในงานเริ่มด้วยการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงดนตรีกองดุริยางค์ทหารเรือ ซึ่งนับเป็นการบรรเลงดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ของกองดุริยางค์ทหารเรือ ที่มีนักดนตรีมากที่สุดถึง 130 ชีวิต ทุกคนต่างบรรเลงบทเพลงพระราช นิพนธ์จากใจที่จงรักและภักดีอย่างซาบซึ้ง พร้อมทั้งมีพิธีถวายสักการะ และการแปรอักษรหมายเลข 9 โอกาสนี้ ศ.เกียรติยศ นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ประจำพระองค์ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนเล่าเรื่องความผูกพัน ในหลวง รัชกาลที่ 9 กับศิริราช ใจความว่า ตนเป็นทั้งชาวศิริราช และเป็นผู้หนึ่งที่มีโอกาสได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ตนได้ทำหน้าที่ชาวศิริราชถวายงานเป็นเวลาหนึ่ง แม้ปี 2518 พระองค์จะไม่ได้เสด็จฯมาศิริราช แต่ก็ได้มีส่วนช่วยถวายการรักษาพระองค์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพระองค์เสด็จฯมา รพ.ศิริราช ซึ่งขณะนั้นประชาชนมีความเป็นห่วง โดยพระองค์ประชวรด้วยหลอดพระโลหิตพระหทัยตีบตัน หลายฝ่ายทั้งนอกและในศิริราชมีความเป็นห่วงมาก ซึ่งขณะนั้นชาวศิริราชได้ร่วมกับคณะแพทย์นอกศิริราชมาช่วยถวายการรักษาจนประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง

“พระองค์ท่านมีความเป็นห่วงประชาชน แม้จะประทับรักษาที่ รพ.ศิริราช แต่เมื่อพระอาการประชวรดีขึ้น ก็ทรงงานตลอด ในปี พ.ศ.2538 ซึ่งขณะนั้นมีปัญหาเรื่องจราจรติดขัด จะข้ามจากฝั่งพระนครไปยังทิศตะวันตก พระองค์ท่านทรงคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ทรงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ทรงนึกถึงศิริราชที่พระองค์ประทับรักษา อะไรที่ช่วย ศิริราชได้ ท่านก็คำนึง อย่างกระแสไฟฟ้าดับกะทันหัน ซึ่งทำให้หัตถการต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ โดยไฟฟ้าสำรองก็ไม่ทันกาล พระองค์ท่านได้ทรงริเริ่มให้มีการพัฒนา จนไฟติดทันที และทรงเป็นห่วง รับสั่งให้กระผมติดตามเรื่องนี้ว่า ได้ดำเนินการติดตั้งเรื่องไฟฟ้าเสร็จหรือยัง ซึ่งพระองค์คำนึงถึงคนไข้คนอื่นๆด้วย” นพ.สงครามกล่าวด้วยว่า ต่อมาเมื่อพระองค์ท่านเสด็จฯมาประทับอีก ก็มีโครงการอื่นๆอีกมากมาย โดยพระราชทานแนวคิดต่างๆ ในการทำงานร่วมกับแพทย์ต่างๆ ในต่างประเทศ กระผมรู้สึกว่า พระองค์ทรงมองไกล เป็นการพัฒนาความรู้ให้กับศิริราชด้วย และในการศึกษาวิจัยต่างๆ พระองค์ท่านก็ทรงมีวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ ในเรื่องแพทยศาสตร์ศึกษา ชาวศิริราชประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ท่านทรงมีความเมตตากับชาวศิริราช มีความรักต่อชาวศิริราช อย่างในปี 2558 พระราชทานอุทยานสาธารณะ ซึ่งอยู่เบื้องหน้าแม่น้ำเจ้าพระยา พระราชทานให้ชาวศิริราชมีความสุข ทำงานก็มีที่พักผ่อนหย่อนใจ แม้แต่คนไข้ นักศึกษาแพทย์ หรือประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้สถานที่นี้ในการเป็นปอดให้กับศิริราช จะเดินออกกำลังกาย นั่งพักผ่อนหย่อนใจ และพระราชทานชื่อที่มีความหมายคือ “อุทยานสถานภิมุข” หมายถึง ศิริราชเคยอยู่บริเวณวังหลังมาแต่เดิม จากความผูกพันเกิดจากความรักความเอาใจใส่ของพระองค์ท่าน จึงขอให้ชาวศิริราชสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ต่อไป

จากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวแสดงความอาลัยพร้อมกับเชิญชวนผู้มาร่วมในงานยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ก่อนที่จะมีการจุดเทียนสีขาวและร่วมร้องเพลงอย่างพร้อมเพรียงกัน เริ่มด้วยการร้องเพลงชาติในเวลา 18.00 น. และตามด้วย “เพลงต้นไม้ของพ่อ” ซึ่งก่อนร้องเพลงนี้ ทางผู้จัดได้แนะนำให้ประชาชนหันหน้าไปทาง “ต้นศรีตรัง” ต้นไม้ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้ อยู่ใกล้บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์ฯ ทำให้ผู้มาร่วมกิจกรรมร้องเพลงนี้กันทั้งน้ำตา และต่อด้วยการร้องเพลง “ความฝันอันสูงสุด”ที่ขับร้องโดย เรือตรีสันติ ลุนเผ่ และปิดท้ายด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่ทุกคนต่างเปล่งเสียงร้องดังกึกก้องไปทั่วโรงพยาบาล

นอกจากนี้ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยการนำของ รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดี ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ศิษย์เก่าและนักศึกษาปัจจุบัน ร่วมพิธีถวายความอาลัยและด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเป็นผู้ให้โอกาสทางการศึกษา การเรียนต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกภายในประเทศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบุคลากร ที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน และเป็นที่มาของการก่อตั้งสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า เมื่อ 50 ปีก่อน โดยจัดโต๊ะลงนามถวายความอาลัย พร้อมพิธีน้อมเกล้าฯ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ แปรอักษรเลข 9 และจุดเทียนถวาย อีกหนึ่งกิจกรรมที่หลอมดวงใจน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช คือที่โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา ซึ่ง นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ ได้นำทีมผู้บริหาร พนักงาน นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ประชาชน แสดงความไว้อาลัย ณ บริเวณด้านหน้าโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ เริ่มด้วยการหมอบกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนจะยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งทุกคนพร้อมใจกันชูพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เหนือเกล้า โดยระหว่างทำพิธีนั้น “เจ้าสัวสุทธิ-เกียรติ” ได้อ่านบทกลอนเทิดพระเกียรติ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้า ทุกดวงใจที่ร่วมแสดงความอาลัยในครั้งนี้ จึงต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทำให้น้ำตาแห่งความจงรักและภักดีเอ่อล้นกันทุกคน

โรงแรมโอเรียนเต็ล

ส่วนโรงแรมโอเรียนเต็ล สองผู้บริหารคีย์วูแมนสำคัญ อแมนด้า ไฮนด์แมน และ นิจพร จรณะจิตต์ นำพนักงานและครอบครัวชาวโอเรียนเต็ล รวมถึงแขกที่เข้าพักกว่า 800 คน ร่วมกันเดิน-วิ่ง การกุศล “FANtastic Fundraiser 2016 ณ สวนลุมพินี เพื่อน้อมถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยระดมทุนได้ถึง 1.4 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษา และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย โดยจะมอบให้กับมูลนิธิพระดาบส, มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และโรงเรียนวิชาการโรงแรมแห่งโรงแรมโอเรียนเต็ลต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้