วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าปล่อยโอกาสหลุดมือ

เป็นอีกร่างกฎหมายที่ต่อสู้กันมายืดเยื้อยาวนาน

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับหลักการวาระแรกร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่สองฉบับเก่า

เป็นการเริ่มนับหนึ่งทำคลอดกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของ สนช. แม้สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่จะสนับสนุนร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ แต่ก็มีบางส่วนที่แสดงความเป็นห่วง เรื่องการบังคับใช้กฎหมายแบบสุดโต่ง อาจไปกระทบกับผู้ประกอบการ และเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ

ซึ่ง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ชี้แจงว่า หากร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ อาจกระทบกับผู้ประกอบการร้านค้าปลีกแบ่งขายมวน กระทบผู้ปลูก-โรงบ่มอีก 170,000 ไร่ 40,000 ครัวเรือน จึงเตรียมมาตรการเยียวยาเอาไว้แล้ว

ต้องรอดูกันต่อไปว่าเนื้อหากฎหมายที่ออกมาจะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขอย่างไร หรือไม่

ในฐานะที่ผมเองเป็นคนไม่สูบบุหรี่ ก็ขอสนับสนุนเต็มที่กับหลักการให้ความคุ้มครองผู้ไม่สูบบุหรี่

แต่เหรียญมันมีสองด้านเสมอ ในแง่มุมการให้ความคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบก็ด้านหนึ่ง แต่อีกมุมก็คือเรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกรไร่ยาสูบ

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ยังมีกฎหมายอีกฉบับที่เกี่ยวข้อง คือ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ที่กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างแก้ไขปรับปรุง หวังขยายคำจำกัดความ “ยาสูบ” ให้ครอบคลุมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ เพิ่มอำนาจปราบปรามการลักลอบนำเข้า

ก็ดีถ้าบัญญัตินิยามกันให้ชัดเจน จะได้ไม่เกิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายอีก

อย่างที่บอกอะไรที่มันตึงหรือสุดโต่งจนเกินไป คงไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่ดีนัก อย่างประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าหลายชาติมีงานวิจัยออกมาจำนวนมาก สามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลได้ในโลกโซเชียล อย่างญี่ปุ่นถือเป็นชาติที่มีผู้สูบจัดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หรือในฝั่งยุโรปอย่างอังกฤษ ยังมองว่าเป็นทางเลือกหนึ่งช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ โดยอ้างอิงผลงานวิจัยว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่ปกติถึง 95%

ข้อมูลเหล่านี้ยังคงคัดง้างกับองค์กรรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ของไทยอยู่ ผมไม่ได้สนับสนุนให้เปิดเสรีจำหน่ายบุหรี่ประเภทนี้ เพราะไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วย

แต่ไหนๆจะสังคายนากฎหมายบุหรี่กันทั้งทีก็อยากให้สนช. ดูเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกด้าน อย่าเลือกมองเฉพาะด้านที่ตัวยืนอยู่ วันนี้มีการประเมินตัวเลขคร่าวๆว่า มีนักสูบไทยหันไปสูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่าแสนคน ต้องไปหลบๆซ่อนๆซื้อกัน แทนที่เม็ดเงินเหล่านี้จะเก็บเป็นภาษีรายได้เข้ารัฐ กลับรั่วไหลไปอยู่ในมือใครก็ไม่รู้

หรือหากกลัวว่าจะเกิดนักสูบหน้าใหม่หันมาใช้บุหรี่ประเภทนี้ สามารถวางแนวทางควบคุมได้ เช่น ให้กระทรวงอุตสาหกรรมควบคุมด้านมาตรฐานอุปกรณ์ สำนักงานอาหารและยา (อย.) ก็ตรวจสอบและกำหนดมาตรฐานน้ำยา กำหนดอายุขั้นต่ำผู้ซื้อ พื้นที่สูบ หรือมาตรฐานต่างๆได้อยู่แล้ว

ประเด็นนี้เป็นปมร้อนที่ไม่มีใครอยากแตะ แต่ในเมื่อจะยกเครื่องกันทั้งที

คงต้องใช้ความกล้ากันมากกว่าปกติหน่อย.

“เพลิงสุริยะ”

15 พ.ย. 2559 08:50 15 พ.ย. 2559 08:50 ไทยรัฐ