วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.เตรียมพร้อม ร่าง ก.ม.ลูก 10 ฉบับ-กรธ.ยันไม่รีเซ็ต พรรค-องค์กรอิสระ

"พรเพชร" รับเงื่อนไขเวลาจำกัด แนะร่าง ก.ม.ลูก "สุรชัย"วางหลัก 3 ข้อรับมือร่าง ก.ม.ลูก 10 ฉบับ ด้าน กรธ.เผยกำหนดคุณสมบัติ กกต.เข้ม ยันไม่คิดเซ็ตซีโร่ ชี้เกณฑ์พรรคการเมืองต้องทำใน 90 วัน หากไม่ทันเจอโทษยุบพรรค โยน กก.สรรหาตรวจสอบคุณสมบัติ กกต.

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.59 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้จัดสัมมนา เรื่องการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.ป.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 1/3  โดยเชิญ นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ รองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คนที่ 2 และนายนรชิต  สิงหเสนี  โฆษกกรธ.  ชี้แจงเจตนารมย์ร่างกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมือง ให้สมาชิก สนช.รับทราบข้อมูล 

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวเปิดงานสัมมนาว่า หลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ สนช. มีหน้าที่พิจารณากฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ ภายใต้กรอบเวลา 60 วัน นับจากวันที่ได้รับร่าง และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการตีความในอนาคต  จึงขอให้สมาชิกพิจารณากฎหมายเหล่านี้อย่างรอบคอบ ยอมรับว่าระยะเวลาค่อนข้างเร่งรัดแต่เป็นความประสงค์ตามกรอบร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งตามแผนโรดแมป  ดังนั้นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งจะมาทำหน้าที่พิจารณาจึงมีความสำคัญ ต้องทำงานอย่างจริงจัง ยอมเสียสละเวลาซึ่งในบางครั้งอาจต้องมีการเตรียมพร้อมร่วมกันทำงานนอกสถานที่เพื่อจะทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จได้ทันตามเวลาที่กำหนด

ต่อมา นายอภิชาติ  ชี้แจงถึงรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ว่า  ร่างแรกมี 67 มาตรา ที่เป็นของใหม่คือ การกำหนดให้คุณสมบัติกกต.เข้มข้นขึ้น เช่น ต้องดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เทียบเท่าระดับอธิการบดี อัยการ ผู้พิพากษา ติดต่อกัน 10 ปี ในทางวิชาการต้องอยู่ในระดับศาสตราจารย์มาไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับบริหารงานการเลือกตั้งมาไม่น้อยกว่า 20 ปี โดยประสบการณ์แต่ละด้านสามารถนับรวมเวลากันได้

นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนอำนาจหน้าที่ที่ปรับใหม่ เช่น  ให้กกต.เพียง 1 คนสามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งระงับการเลือกตั้งได้ทันที หากพบว่า ไม่สุจริตยุติธรรม นายทะเบียนพรรคให้เปลี่ยนจากกกต.เป็นเลขาธิการสำนักงานกกต. สำหรับผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัด จะมีจำนวน 5-7 คน แล้วแต่ความจำเป็นในแต่ละพื้นที่ โดย 2 คน มาจากคนในพื้นที่ ส่วนที่เหลือมาจากการสุ่มว่า ใครจะต้องไปลงพื้นที่ใดบ้าง มีอำนาจเฉพาะช่วงมีการเลือกตั้ง ไม่มีเงินเดือน มีแต่เบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทาง 

นายนรชิต กล่าวว่า ในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง กรธ.ไม่มีแนวคิดการรีเซ็ตหรือเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง  เช่นเดียวกับคณะกรรมการองค์กรอิสระ กรธ.ก็ไม่มีแนวคิดเรื่องนี้ ภาพรวมของกฎหมายพรรคคือ ทำให้จัดตั้งง่ายขึ้น สำหรับเจตนารมย์ขอให้สนช.ดูในบทเฉพาะกาลคือ ให้พรรคจดทะเบียนตามกฎหมายพรรคการเมืองปี 2550 ยังอยู่ แต่ต้องมีจำนวนสมาชิก จำนวนสาขาพรรค และตัวแทนสมาชิกประจำจังหวัด ครบตามที่กฎหมายกำหนด และมีทุนประเดิมแรกเริ่มคือ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคลงขันคนละอย่างน้อย 2,000 บาท แต่รวมแล้วไม่เกิน 500,000 บาท ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่กฏหมายบังคับใช้ หากไม่ดำเนินการ หรือไม่ทัน ส่งผลให้พรรคสิ้นสภาพ  

นายนรชิต กล่าวต่อว่า ส่วนมติพรรคหรือข้อบังคับให้เป็นไปตามเดิม พร้อมทั้งจัดทำรายการบัญชีทรัพย์สินพรรค หากมีส่วนที่ขัดกับหลักการของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก ให้แก้ไขภายใน 60 วัน หากไม่ดำเนินการหรือไม่ทัน มีโทษตัดสิทธิการส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งที่จะถึง นอกจากนี้ยังระบุว่า ใครที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ก็ให้นับเวลาถูกตัดสิทธิตามที่โทษกำหนดไว้จนครบ จึงกลับมามีสิทธิเหมือนเดิม  

จากนั้นเข้าสู่ช่วงซักถาม มีสมาชิกสนช.หลายราย ตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นเริ่มจาก นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ถามถึงเจตนารมย์ของกรธ.ในกฎหมายลูก เมื่อส่งตัวร่างอย่างเป็นทางการมาจะมีการระบุให้ชัดหรือไม่ว่า ส่วนไหนแก้ได้หรือแก้ไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจ จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาถูกสังคมวิจารณ์กันภายหลังหากต้องตั้งกมธ.ร่วม จึงอยากให้มีการประสานเรื่องเนื้อหากฎหมายลูกให้สนช.ทราบบ้าง และในกรณีคุณสมบัติของกกต. ชุดปัจจุบันจะชี้ขาดอย่างไร กกต.บางคนที่มาทางวิชาการ ตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิม แต่ไม่ตรงกับหลักของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีคุณสมบัติด้านอื่น คือจากประสบการณ์จากภาคประชาสังคม จะโอนมาแทนเพื่ออยู่ต่อได้หรือไม่    

ส่วนสมาชิกสนช.สายทหาร เช่นพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ซักถามในประเด็นอำนาจของการยุบพรรคการเมือง การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตลอดจนมติถอดถอนของสนช.อดีตส.ส.และอดีตรัฐมนตรี ที่ดำเนินการตามสำนวนของป.ป.ช.จะมีผลอย่างไร

นายนรชิต  ชี้แจงว่า จะนำข้อสังเกตไปให้ที่ประชุมกรธ.พิจารณาว่า การส่งมอบร่างกฎหมายลูกจะมีการกำหนดประเด็นหลักการสำคัญมาให้สนช.ด้วยหรือไม่ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ส่วนคุณสมบัติกกต. ส่วนตัวเห็นว่า ถ้าขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องพ้น โดยกรธ.กำหนดให้คณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระตามมาตรา 203 ทำหน้าที่สรรหาเพิ่มอีก 2 คน ให้ครบ 7 คน แล้ววินิจฉัยว่ากกต.เดิมมีใครขัดคุณสมบัติหรือไม่ ถ้าชี้ว่าขัด ก็อยู่ทำหน้าที่จนกว่าจะสรรหากกต.คนใหม่มาแทน หากจะมีการโอนคุณสมบัติเข้าใจว่าอาจทำได้ แต่จะทำให้มีกระทบในสัดส่วนที่มีการโอนมา ในส่วนของอำนาจถอดถอนนั้นจะไม่มีในสภาสูงสภาล่าง แต่เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

ด้าน นายอภิชาติ กล่าวเสริมว่า บทเฉพาะกาลกฎหมายกกต.กำหนดให้ กกต.ที่มีอยู่ตามฉบับ 2550 กำหนดให้ อยู่ต่อสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ขัดกับฉบับใหม่ และขอยืนยันว่า ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะถึงมือสนช.ในวันรุ่งขึ้นหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แน่นอน 

ต่อมา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานกมธ.วิสามัญ ฯบรรยายหัวข้อ "กระบวนการตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ" ว่า สนช.ต้องดำเนินการตามมาตรา 267 ของรัฐธรรมนูญ  ซึ่งสนช.จะต้องพิจารณาภายใน 60 วันนับแต่วันที่รับร่าง  ในเบื้องต้นได้วางแนวทางการพิจารณาไว้ คือ 1.คณะกรรมาธิการวิสามัญ(กมธ.)จะมี 10 คณะ เพื่อพิจารณากฎหมายลูก 10 ฉบับ 2. องค์ประกอบของกมธ.เบื้องต้นกำหนดให้แต่ละคณะมีจำนวน 30-35 คน มาจากสนช.คือ สนช.ที่แสดงความจำนง กมธ.รวบรวมความเห็นและตัวแทนจากวิปสนช. สัดส่วนจาก ครม. สปท. กรธ.ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับร่างกฏหมายนั้นๆ รวมแล้วน่าจะอยู่ในสัดส่วน 1 ใน 5 หรือจำนวน 6-7 คน แต่ต้องรอความชัดเจนจากการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสนช.ฉบับใหม่ที่ต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3.เงื่อนไขการทำงานที่มีเวลาจำกัด กมธ.วิสามัญแต่ละคณะจะเชิญผู้แปญัตติมาชี้แจงในช่วงที่กมธ.เข้าค่ายเก็บตัวเพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่อง

นายสุรชัย กล่าวว่า  นอกจากนี้กระบวนการพิจารกฎหมายลูกจะแตกต่างจากกฎหมายทั่วไปคือ มติที่จะใช้เห็นชอบวาระ 3 ต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ไม่ใช่สมาชิกที่อยู่ในการประชุม คือ จำนวน 126 เสียง จาก 250 เสียง หากสมาชิกคนใดขาดหรือลาในการพิจารณาในวันนั้น ก็เสมือนกับการไม่เห็นชอบร่างกฎหมายที่สนช.พิจารณา เมื่อเห็นชอบแล้วสนช.ก็ต้องส่งไปให้ศาลรธน. กรธ.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง แต่หากว่าองค์กรเหล่านี้เห็นว่า ร่างพ.ร.ป.ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ก็ต้องตั้งกมธ.ร่วม จำนวน 11 คน ประกอบด้วย สนช. และ กรธ. ฝ่ายละ 5 คน และประธานองค์กรที่เกี่ยวข้อง 1 คน  เพื่อเสนอความเห็นว่า กฎหมายลูกฉบับนั้นควรเป็นอย่างไรภายใน 15 วัน หากสนช.ไม่เห็นด้วยด้วยคะแนนเสียงเกิน 2 ใน 3ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่หรือ 167 เสียงขึ้นไปให้ร่าง พ.ร.ป.นั้นตกไป แต่หากสนช. มีมติไม่ถึง 2 ใน3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ก็ถือว่าให้ความเห็นชอบตามร่างที่กมธ.วิสามัญเสนอ

"พรเพชร" รับเงื่อนไขเวลาจำกัด แนะร่าง ก.ม.ลูก "สุรชัย"วางหลัก 3 ข้อรับมือร่าง ก.ม.ลูก 10 ฉบับ ด้าน กรธ.เผยกำหนดคุณสมบัติ กกต.เข้ม ยันไม่คิดเซ็ตซีโร่ ชี้เกณฑ์พรรคการเมืองต้องทำใน 90 วัน หากไม่ทันเจอโทษยุบพรรค 14 พ.ย. 2559 15:29 14 พ.ย. 2559 19:25 ไทยรัฐ