วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สภ.เมืองขอนแก่น ลุยเกี่ยวข้าว 5 ไร่เสร็จใน 1 วัน ช่วยชาวนาลดค่าใช้จ่าย

สภ.เมืองขอนแก่น ลุยเกี่ยวข้าว 5 ไร่เสร็จใน 1 วัน ช่วยชาวนาลดค่าใช้จ่าย

  • Share:

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังตำรวจในโรงพัก ลงแขกลุยเกี่ยวข้าว 5 ไร่ เสร็จภายในวันเดียว สนองนโยบาย “บิ๊กตู่” ลดค่าใช้จ่ายให้เกษตรกร ด้านชาวนาปลื้ม ขอบคุณช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พ.ย. 59 พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต รอง ผกก.ป.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ พร้อมชุดชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ สภ.เมืองขอนแก่น กว่า 50 นาย ลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรเกี่ยวข้าว 5 ไร่ ในที่นาของ นางธรรมมา ตาทอง ชาวบ้านโนนม่วง ม.3 ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น ตามโครงการช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวข้าว ตำรวจเพื่อชาวนา โดยมีผู้นำชุมชนในพื้นที่ ต.ศิลา ร่วมในการลงแขกเกี่ยวข้าวในครั้งนี้กันอย่างพร้อมเพรียง

พ.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวเปลือก กำลังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวภาพรวมทั้งประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงมีนโยบายในการช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร เพื่อให้มีรายจ่ายที่ลดลงในช่วงภาวะราคาข้าวเปลือกนั้นตกต่ำ การลงแขกเกี่ยวข้าวด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งแนวทางการลดค่าใช้จ่ายให้กับชาวนาในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งราคารับจ้างเกี่ยวข้าวอยู่ที่ 320-450 บาทต่อวันต่อคน ขณะที่ราคารถเกี่ยวข้าวอยู่ที่วันละ 600 บาท ซึ่งพื้นที่ 5 ไร่ที่ตำรวจช่วยกันเกี่ยววันนี้จะแล้วเสร็จภายใน 1 วัน ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทุกนายที่เต็มใจให้ความช่วยเหลือประชาชน

“ที่นาของคุณป้าธรรมมา มีทั้งหมด 5 ไร่ แบ่งเป็นข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิอย่างละครึ่งๆ ดังนั้น การที่ตำรวจเรามาลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยกันคนละไม้คนละมือ เป็นอีกหนึ่งการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับชาวนาได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องไปเสียเงินจ้างแรงงานวันละหลายร้อยบาท ซึ่งแปลงนี้คาดว่าจะเสียค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท แต่ตำรวจเราช่วยกันเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จภายในวันเดียว ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งที่ตำรวจเราทำด้วยใจ และช่วยเหลือชาวนาไทยในปัญหาราคาผลผลิตที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย” ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าว

ขณะที่ นางธรรมมา กล่าวว่า จากการสอบถามราคารับซื้อข้าวเปลือกในระยะนี้ พบว่าโรงสีส่วนใหญ่รับซื้อกันที่ตันละ 5,000 กว่าบาท แต่ถ้าหักค่าความชื้นต่างๆ แล้วจะเหลือราคาต่ำสุดที่ตันละ 4,450 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ดังนั้น ที่นา 5 ไร่ของตนเอง ซึ่งปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว จะได้ข้าวสารประมาณ 5,000 กิโลกรัม จะยังไม่จำหน่ายในระยะนี้ บางส่วนจะเก็บไว้รับประทานในครอบครัว ส่วนการที่ตำรวจมาช่วยเกี่ยวข้าวในที่นาในวันนี้ รู้สึกขอบคุณอย่างมาก เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก เพราะต้นทุนการผลิตปีนี้สูงกว่าปีก่อน และในฤดูกาลผลิตปีหน้าจะปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกมาเป็นระบบเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้