วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค้นทำพ่ายทรัมป์ คลินตันสับเละผอ.เอฟบีไอ

ม็อบต้านไม่หยุดกว่า10เมือง ว่าที่ปธน.ปรับตัวเข้าทำเนียบ เผยยังตามรอยโอบามาแคร์

“ฮิลลารี คลินตัน” แถลงตำหนิ “เจมส์ โคเมย์” ผอ.เอฟบีไอ ต้นเหตุแพ้การเลือกตั้ง เพราะประกาศไต่สวนข้อกล่าวหาว่านางคลินตัน ใช้อีเมลส่วนตัวระหว่างดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศเมื่อปี 2552-2556 ก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่นาน ถึงแม้ว่าจะแถลงก่อนลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2 วันว่าไม่พบความผิดปกติก็ตาม ขณะที่ผลการนับคะแนนทั้งประเทศยังไม่เสร็จ นับไปแล้วประมาณ 99% ปรากฏว่า คะแนนเสียงประชาชน หรือป๊อปปูล่าร์โหวต นางคลินตันเป็นฝ่ายชนะนายทรัมป์ไป 5 แสนคะแนนคือ นางคลินตันได้ 60.8 ล้านเสียง ส่วนนายทรัมป์ได้ 60.3 ล้านเสียง ด้านสถานการณ์ประท้วงของฝ่ายสนับสนุนพรรคเดโมแครตยังดำเนินต่อไปหลายเมือง โดยเฉพาะบริเวณอาคาร “ทรัมป์ ทาวเวอร์” บนถนนย่านฟิฟธ์ อเวนิว ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นายทรัมป์ใช้รับมอบการถ่ายโอนอำนาจตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค.นี้

จากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 เกิดการพลิกล็อกครั้งมโหฬาร เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ที่คะแนนเป็นรองนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตมาตลอดการหาเสียง กลับคว้าคะแนนผู้เลือกตั้งไปได้แล้ว 290 เสียง ส่วนนางคลินตัน ได้ไป 228 เสียง ซึ่งนายทรัมป์ได้คะแนนเสียงเกิน 270 เสียงที่ต้องการ ทำให้กลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ทันที มีกำหนดเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. แต่สถานการณ์หลังจากประกาศผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่าเกิดการจลาจลขึ้นกว่า 10 เมืองทั่วสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเมืองที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครตฝ่ายนางคลินตัน มีการก่อจลาจลเผาทำลายทรัพย์สิน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และถูกตำรวจจับกุมไปแล้วนับร้อยราย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อให้เกิดกระแสการประท้วงในหลายเมืองทั่วประเทศสหรัฐฯตั้งแต่ช่วงคืนวันพุธที่ 9 พ.ย. ไล่ตั้งแต่ที่มหานครนิวยอร์ก ผู้คนจำนวน หลายพันคนต่างพากันเดินขบวนไปใกล้อาคาร “ทรัมป์ ทาวเวอร์” ตึกสูงทรัพย์สินของนายทรัมป์บนถนนย่านฟิฟธ์ อเวนิว คาดว่าอาคารนี้จะเป็นสถานที่ที่นายทรัมป์ใช้รับมอบการถ่ายโอนอำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดี ผู้ประท้วงต่างพากันชูป้ายและตะโกนต่อต้านนโยบายของนายทรัมป์หลายเรื่อง ตั้งแต่นโยบายด้านผู้อพยพ นโยบายสิทธิเสรีภาพกลุ่มคนรักร่วมเพศ นโยบายสิทธิการทำแท้งและอื่นๆ ทำให้ตำรวจต้องตั้งแนวสกัดกั้นผู้ประท้วงและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่ ขณะที่นายทรัมป์และทีมงานผ่องถ่ายอำนาจประธานาธิบดีจากนายบารัค โอบามา อยู่ระหว่างประชุมหารือกันภายในอาคาร

การเคลื่อนไหวประท้วงชัยชนะของนายทรัมป์เกิดขึ้นมากกว่า 10 เมืองทั่วสหรัฐฯ ทั้งเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นคืนที่ 4 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น การประท้วงใหญ่ที่สุดอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ อย่างไรก็ตาม การประท้วงส่วนใหญ่ในหลายเมืองดำเนินไปอย่างสงบสันติ แต่มีเหตุรุนแรงก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันศุกร์ที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ผู้ประท้วงรายหนึ่งถูกกระสุนปืนปริศนายิงเข้าบริเวณขาได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ถึงขนาดอันตรายถึงชีวิต ตำรวจรัฐโอเรกอนจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้อง กับเหตุยิงผู้ประท้วงได้แล้ว 4 คน เชื่อว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมในพื้นที่ ทั้งยังจับกุมผู้ประท้วงก่อความรุนแรงอีกจำนวนหนึ่ง และมีรายงานตำรวจได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยจำนวนหนึ่ง

นอกจากนั้น การเคลื่อนไหวประท้วงชัยชนะของนายทรัมป์ ยังเกิดขึ้นในอีกหลายเมืองตั้งแต่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ นครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ผู้ประท้วงส่วนหนึ่งเป็นผู้อพยพมีการโบกธงชาติสหรัฐฯ ธงชาติเม็กซิโก และธงสีรุ้งเรียกร้องความเท่าเทียมกันทางเพศ

ส่วนที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านชัยชนะของนายทรัมป์ราว 8,000 คน พากันเคลื่อนขบวนประท้วงไปบนถนน กลางย่านธุรกิจ ทำให้การจราจรติดขัด ผู้ประท้วงบางส่วนขว้างปาขวดน้ำและประทัดใส่ตำรวจ พร้อมตะโกนคำต่อต้านนายทรัมป์ไม่ใช่ประธานาธิบดีของพวกตน ทั้งตะโกนคำพูดไม่ยอมรับผู้นำเหยียดผิวและเชื้อชาติ ไม่ต้องการผู้นำเผด็จการในสหรัฐอเมริกา ตำรวจต้องตรึงกำลังเฝ้าดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างแข็งขัน

ก่อนหน้านี้นายทรัมป์พิมพ์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ตำหนิการเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้าน เพราะผู้คนถูกสื่อมวลชนบางส่วนยุยง แต่หลังจากนั้นไม่นานนายทรัมป์พิมพ์ข้อความทวิตเตอร์อีกครั้ง ระบุชื่นชมการประท้วงว่า แสดงถึงความหลงใหลรักชาติ ทั้งให้คำมั่นว่า จะนำพาชาวอเมริกันทั้งประเทศ ก้าวเดินหน้าไปพร้อมกันด้วยความภาคภูมิใจ

ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้แทนชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรคเดโมแครต ซึ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อนายทรัมป์ ทั้งๆที่ผลการนับคะแนนเสียงประชาชน หรือป๊อปปูลาร์ โหวตทั่วประเทศเสร็จสิ้นแล้วราว 99 เปอร์เซ็นต์ พบว่านางฮิลลารีได้รับคะแนนเสียงมากกว่านายทรัมป์ อยู่ที่ราว 60.8 ล้านเสียง ส่วนนายทรัมป์ได้คะแนนราว 60.3 ล้านเสียง แต่ระบบการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯต้องผ่านคณะผู้เลือกตั้ง ซึ่งนายทรัมป์ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 เสียง ทำให้ชนะการเลือกตั้งตามกติกา

ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน แถลงระบุ อ้างถึงความพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพราะนายเจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ ประกาศในช่วงเวลาก่อนเลือกตั้งไม่นาน จะดำเนินการไต่สวนกรณีข้อกล่าวหานางคลินตันใช้อีเมลส่วนตัวทำงานระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ช่วงปี 2552-2556 การกระทำดังกล่าวของนายโคเมย์ ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการเลือกตั้ง แม้ว่านายโคเมย์ ได้ประกาศในเวลาต่อมา หรือ 2 วันก่อนเลือกตั้งระบุไม่พบความผิดปกติใดๆจากอีเมลส่วนตัวของเธอ

วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ก ไทม์ส ของสหรัฐฯ รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังหารือกับบรรดาที่ปรึกษาว่า จะใช้ชีวิตอยู่ในทำเนียบขาวเป็นเวลากี่วันต่อ 1 สัปดาห์ เพราะโดยประเพณีประธานาธิบดีและครอบครัวจะต้องพำนักอยู่ที่ทำเนียบขาว และดูเหมือนว่านายทรัมป์อาจจะต้องถูกขอร้องให้อยู่ในทำเนียบขาวช่วงวันธรรมดา จากนั้นก็บินกลับไปใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เพนท์เฮาส์บนอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ย่านแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก

ส่วนนางเมลาเนีย ทรัมป์ ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 คาดว่าจะย้ายไปอยู่กับนายทรัมป์ที่ทำเนียบขาว แต่ติดปัญหาคือ บารอน ลูกชายวัย 10 ปี ยังติดเรียนกลางเทอมอยู่ที่นิวยอร์ก จึงยังไม่แน่ใจว่าการย้ายเข้าทำเนียบขาวของทั้ง 2 คนจะเกิดขึ้นเมื่อใด และดูเหมือนสิ่งนี้นายทรัมป์ไม่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า ท้ายสุดอาจจะต้องเลือกอยู่ที่วอชิงตันเป็นส่วนใหญ่เหมือนกับสมาชิกสภาคองเกรส และบินกลับไปที่ทรัมป์ทาวเวอร์ หรือสนามกอล์ฟเบดมินสเตอร์ รัฐนิวส์เจอร์ซี่ หรือไม่ก็ที่มาร์ อา เลโก คลับ ในรัฐฟลอริดาในช่วงสุดสัปดาห์

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายทรัมป์ ได้รับการคาดหมายว่าจะแจกแจงรายละเอียดว่าจะดำเนินการงานส่วนไหนก่อนหลังในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย.นี้ ตามวันเวลาท้องถิ่นเป็นการให้สัมภาษณ์ออกโทรทัศน์ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ครั้งแรก นับแต่รู้ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สำนักข่าวเอเอฟพีนำเนื้อหาบางส่วนของการให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ช่องซีบีเอสของนายทรัมป์ที่อัดเทปไว้ล่วงหน้าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และจะออกอากาศในวันอาทิตย์นี้ออกมาเปิดเผยเนื้อหาในเทปการให้สัมภาษณ์ต่อซีบีเอส นายทรัมป์เปิดเผยแผนที่จะคงกฎหมายหลักประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นนโยบายเครื่องหมายการค้าของประธานาธิบดีบารัค โอบามา หรือโอบามาแคร์ไว้ หากส่วนไหนดำเนินการไปแล้วและได้ผลสำเร็จทางใดทางหนึ่ง หลังก่อนหน้านี้ระบุจะยกเลิกก.ม.ดังกล่าวของโอบามา แล้วหามาตรการหรือกฎหมายใหม่มาใช้แทน

“ฮิลลารี คลินตัน” แถลงตำหนิ “เจมส์ โคเมย์” ผอ.เอฟบีไอ ต้นเหตุแพ้การเลือกตั้ง เพราะประกาศไต่สวนข้อกล่าวหาว่านางคลินตัน ใช้อีเมลส่วนตัวระหว่างดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศเมื่อปี 2552-2556 ก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่นาน... 14 พ.ย. 2559 07:38 14 พ.ย. 2559 07:38 ไทยรัฐ