วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โศกมิคลาย 30วันสวรรคต กราบพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 แน่น

ศิริราช-ทร.น้อมรำลึกฯ


ปวงประชาราษฎร์พร้อมใจจัดงานน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ครบ 1 เดือน ด้วยดวงใจอาดูร โดยที่ รพ.ศิริราช บุคลากรทางการแพทย์ร่วมแปรอักษร-จุดเทียนแสดงความอาลัย ขณะที่พิธีบวงสรวง ลงขวานทองที่ต้นจันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นปฐมฤกษ์ จากนั้นรอกำหนดตัดต้นไม้จากสำนักช่างสิบหมู่ ส่วนกระทรวงวัฒนธรรมจัดแจกหนังสือพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระบรมราโชวาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 แก่ประชาชนประเดิมวันแรก 5 พันชุด

การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี มิ่งขวัญพสกนิกรไทยทั่วหล้า ผ่านล่วงเลยมา 32 วันแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาแห่งความเศร้าโศกอาดูรและน้ำตาของปวงชนไทยต่อการสูญเสียพระองค์ไป แปรเปลี่ยนเป็นพลังยิ่งใหญ่ให้โลกประจักษ์ ดังภาพปรากฏชินตาในทุกวัน ที่ราษฎรไทยทั่วทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่บนยอดดอยสูงเสียดฟ้า จนถึงชายขอบสุดผืนแผ่นน้ำของท้องทะเล รวมตัวหลั่งไหลมาท้องสนามหลวง เพื่อตั้งแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยศรัทธาที่ล้วนหวังว่าจะได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อองค์พระราชาผู้ยิ่งใหญ่

ครบเดือนความอาดูรยังถมทวี

ทั้งนี้ ที่พระบรมมหาราชวัง เวลา 04.50 น.วันที่ 13 พ.ย. สำนักพระราชวังเปิดให้ราษฎรไทย ได้ขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 16 โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ มูลนิธิ องค์กรการกุศล ภาครัฐ เอกชน นักเรียนนักศึกษาจิตอาสา จำนวนนับพันคน ร่วมอำนวยความสะดวกโดยรอบสนามหลวง เพื่อให้พสกนิกรผู้ภักดี ได้เข้าก้มกราบพระบรมโกศขององค์พระภูมี ได้ดังหวัง ทั้งนี้ กำลังทหารจากศูนย์มิสกวัน กอ.รมน.กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งประจำการบริเวณจุดพักคอย บนถนนหน้าพระธาตุ ตลอด 24 ชั่วโมง รายงานว่า ทันทีที่เปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพ มีประชาชนกลุ่มแรกที่มาตั้งแถวรอตั้งแต่ประมาณ ตี 4 เดินเท้าผ่านเข้าประตูวิเศษไชยศรี เพื่อถวายสักการะพระบรม ศพ และที่มาเข้าแถวรอในพื้นที่สนามหลวงฝั่งใต้รวมแล้วมีจำนวน 3,589 คน กระทั่งเวลา 07.00 น. หรือผ่านไปเพียง 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารนับจำนวนประชาชนที่เดินเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ถึง 6,399 คน และทยอยเดินทางมาต่อคิวที่จุดพักคอยในเต็นท์ท้องสนามหลวงฝั่งเหนือกันมากขึ้น ท่ามกลางสภาพอากาศที่แสงแดดเริ่มแผดจ้า ขณะที่ประชาชนจากภูมิภาคต่างๆที่ทางกระทรวงมหาดไทย อำนวยความสะดวกให้เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เป็นหมู่คณะจังหวัดละ 750 คน ประกอบด้วย ลพบุรี หนองคาย อุตรดิตถ์ และสมุทรปราการ

บำเพ็ญพระราชกุศลต่อเนื่อง

ส่วนที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีการประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อเนื่องเป็นวันที่ 31 โดยเมื่อเวลา 07.00 น. หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เสด็จทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัด จักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพต่อเนื่องมาตั้งแต่คืนวันที่ 12 พ.ย.โดยมีราชสกุล ผู้แทนองค์กรภาครัฐต่างๆ เข้าร่วมในพระราชพิธี อาทิ ราชสกุลนพวงศ์ ศรีธวัช เทวกุล ยุคล สวัสดิวัฒน์ ฯลฯ จากนั้นในเวลา 11.00 น.หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสฯ ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ต่อด้วยเวลา 12.00 น.พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ตรวจค้นเข้มก่อนเข้าสนามหลวง

ในส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เทศกิจ อส.รด.และอาสาสมัครจำนวนมาก ช่วยกันตรวจตราประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาภายในท้องสนามหลวง โดยทุกคนจะต้องโชว์บัตรประจำตัวประชาชน และพาสปอร์ตสำหรับนักท่องเที่ยว และถูกตรวจค้นสัมภาระต่างๆ และตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียด โดยทุกคนจะต้องเดินผ่านเครื่องตรวจโลหะ ที่เจ้าหน้าที่นำมาติดตั้งตามประตูต่างๆ โดยรอบสนามหลวง

ยกเลิกคิวรถเข็น Fast pass

สำหรับบรรยากาศการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตลอดทั้งวันมีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาแสดงความอาลัยไม่ขาด สำนักพระราชวังระดมกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยกันทำความสะอาดพรมและพื้นที่ส่วนกลางสำหรับประชาชนในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันละอย่างต่ำ 4 รอบ เนื่องจากมีประชาชนเข้าออกเฉลี่ยอย่างต่ำวันละประมาณ 3 หมื่นคน ทั้งนี้ เพื่อสุขอนามัยที่เหมาะสม นอกจากนี้ สำนักพระราชวัง ประสานไปยังกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ขอให้ยกเลิกคิวรถเข็นแบบ Fast pass สำหรับรถเข็นที่ประชาชนยืมจากเต็นท์ กอร.รส. และมีจิตอาสาเข็นมาให้ โดยให้ผู้ที่ประสงค์จะนั่งรถเข็นเข้าเขตพระราชฐาน ต้องเข้าไปอยู่ในแถวที่ประชาชนยืนเข้าคิวกันตามปกติ กรณีจะให้รถเข็น Fast pass ขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางสำนักพระราชวังจะอนุโลมให้เฉพาะผู้พิการที่ต้องนั่งติดอยู่บนรถเข็นเท่านั้นที่จะสามารถ Fast pass ไปถวายสักการะพระบรมศพได้ เนื่องจากช่วงหลังมีประชาชนที่ต่อแถวรอถวายสักการะพระบรมศพ นานหลายชั่วโมง ต่างตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่นั่งรถเข็น Fast pass หลายคน เมื่อนั่งรถเข็นมาถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วกลับสามารถเดินได้ตามปกติ สำนักพระราชวังต้องการแก้ปัญหานี้ จึงขอพิจารณาเป็นรายๆไป

กลุ่มวิ่งผลัดจากหลังสวนถึงที่หมาย

ขณะเดียวกัน เวลา 11.00 น. กลุ่มชมรมรักวิ่งจาก อ.หลังสวน และ อ.เมืองชุมพร กว่า 65 คน ได้วิ่งผลัดจาก อ.หลังสวน จ.ชุมพร มาถึงบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อแสดงความอาลัยถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ นายกันต์ธร จันทร์ทอง อายุ 50 ปี เจ้าของแนวคิดกล่าวว่าเป็นตัวแทนของ จ.ชุมพร จัดเป็นการวิ่งผลัดละ 60 กม. ออกจาก อ.หลังสวน จ.ชุมพร เวลา 08.00 น. วันศุกร์ที่ 11 พ.ย. ซึ่งวินาทีแรกที่ถึงสนามหลวงบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำเพื่อพระองค์ท่าน ผู้หญิงในคณะต่างพากันร้องไห้ ขณะที่ผู้ชายก็ตื้นตันใจที่ได้เข้าไปถวายสักการะพระองค์เบื้องหน้าพระบรมศพ เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ทั้งหมด แต่การกระทำของพวกตนในวันนี้เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ในหลวงได้ทรงงานมาทั้งชีวิต และได้อุทิศพระองค์เพื่อพวกเราตลอดมา ทั้งนี้ ชาวอำเภอหลังสวนและชาว จ.ชุมพรได้ระดมเงินจากทุกภาคส่วนนำมาถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 อีกด้วย

เต็นท์ด้านทิศเหนือใกล้แล้วเสร็จ

ต่อมา พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางมาจำนวน 1.4 แสนคน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ 3 หมื่นคน แนวทางการบริหารจัดการของ กทม.นั้น ได้ปรับพื้นที่สนามหลวงด้านทิศเหนือใกล้แล้วเสร็จ โดยตั้งเต็นท์ 70 หลัง โดยจุดพักคอยจะอยู่ตรงกลางประมาณ 40 เต็นท์ เมื่อถึงคิวจะค่อยๆ ทยอยให้ประชาชนเข้าไปเป็นกลุ่มๆ อย่างเป็นระเบียบ โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะไปจนถึงปี 2560 นอกจากนี้จะมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ผู้ที่รอคิวได้ชมด้วย ส่วนมาตรการดูแลการสัญจรทางน้ำนั้น ได้มีการตรวจสอบความแข็งแรงของโป๊ะท่าเรือให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลบนโป๊ะต่างๆด้วย

ยอดลงนามทั่ว ปท.กว่า 8 ล้านคน

สำหรับการสรุปยอดประชาชนที่เข้ามาถวาย สักการะพระบรมศพนั้น สำนักพระราชวังแจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. มีประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รับภาพพระบรมโกศ พระบรมศพ ที่สำนักพระราชวังแจกจ่าย ตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. มีจำนวน 29,563 คน สรุปรวมประชาชนที่ถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และรับภาพพระบรมโกศพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2559 รวม 15 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 436,891 คน นอกจากนี้ ราษฎรยังได้ร่วมถวายเงินสมทบบำเพ็ญพระราชกุศล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 40,718,076.25 บาท ขณะที่ทางกระทรวงมหาดไทย สรุปยอดประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ในส่วนของต่างจังหวัด ณ วันที่ 12 พ.ย.2559 จำนวนทั้งสิ้น 38,969 คน มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 8,133,405 คน กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 12 พ.ย. จำนวนทั้งสิ้น 10,356,198 คน การทำบุญตักบาตร 3,068,679 คน และกิจกรรมอื่นๆ 3,339,176 คน

วธ.แจกหนังสือในหลวง ร.9

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดพิมพ์หนังสือจำนวน 2 เล่ม ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ตลอดการครองสิริราชสมบัติ 70 ปี และหนังสือ “๙๙ พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์” ซึ่งได้รวบรวมพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวนอย่างละ 1 แสนเล่ม เพื่อแจกให้กับประชาชน ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นั้น ขณะนี้มีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับบริการประชาชนที่จะเข้ามารับหนังสือภายในเต็นท์ นิทรรศการทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ซึ่งกำหนดเปิดให้ต่อแถวเข้าคิว ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

วันแรกเตรียมแจก 5 พันชุด

รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า ในวันแรกได้จัดเตรียมไว้จำนวน 5,000 ชุด จากนั้นจะประเมินจำนวนผู้รับหนังสือเพื่อจัดสรรเวลาแจกเป็นรอบๆ เพื่อความเป็นระเบียบ ได้แก่ ในเวลา 12.00 น., 15.00 น.และ 17.00 น. นอกจากนี้ วธ.ยังเปิดให้หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ที่สนใจนำต้นฉบับไปจัดพิมพ์เพื่อแจกจ่าย หรือเผยแพร่เป็นสาธารณประโยชน์ โดยสามารถประสานเพื่อขออนุญาตมาที่ วธ. สอบถามได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม 1765 หรือหากประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดได้ ที่ www.m-culture.go.th

หนูน้อยวิสุทธิกษัตริย์แจกอาหาร

ด้านกิจกรรมของเหล่าจิตอาสาที่มีอยู่ตลอดวันนั้น ที่เต็นท์ 5 สนามหลวงโซนเหนือ กองประกวดเทพีวิสุทธิกษัตริย์ นำหนูน้อยวิสุทธิกษัตริย์ ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงอายุระหว่าง 8-14 ปีที่เคยผ่านการประกวดเทพีแห่งนี้มาแล้ว จำนวน 20 คน มาร่วมแจกอาหารและสิ่งของ อาทิ ข้าวต้มน้ำวุ้น ข้าวต้มหมู โรตีสายไหม ขนมเปี๊ยะ และยาดม โดย ด.ญ.ภณิตา สิงห์ณรงค์ หรือน้องแภมมี่ อายุ 14 ปี โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรมแจกสิ่งของกับเพื่อนๆ ก่อนหน้านี้เคยมาเป็นจิตอาสาเก็บขยะมาแล้ว แม้ว่าจะเหนื่อยแต่มีความสุขที่ได้มาทำเพื่อคนอื่น และได้ประสบการณ์ชีวิต ที่สำคัญได้ซึมซับความรู้สึกดีๆ ที่ได้ทำเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อนหน้านี้พ่อแม่เคยเล่าสิ่งต่างๆ ที่ในหลวง ร.9 ทรงงานเพื่อประชาชน และได้ศึกษาจากการอ่านหนังสือ รู้สึกทึ่งในพระปรีชาสามารถที่พระองค์ทรงมีโครงการพระราชดำริออกมานับพันโครงการ ที่ตนชอบที่สุดคือโครงการฝนหลวง ที่เปลี่ยนผืนดินแห้งแล้งของภาคอีสานให้มีความชุ่มชื่นเกษตรกรสามารถทำไร่นาได้

ปิดโรงครัวเคลื่อนที่ฯชั่วคราว

ส่วนที่รถโรงครัวเคลื่อนที่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย หน้ากรมศิลปากร เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก แจกจ่ายอาหารปรุงสด ที่ประกอบไปด้วยข้าวเหนียวไก่ทอด และข้าวเหนียวชุบแป้งทอด ให้กับประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ เป็นวันสุดท้าย สำหรับการปฏิบัติภารกิจของรถโรงครัวเคลื่อนที่ตามรับสั่งของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ที่ทรงต้องการให้บริการประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เริ่มมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ถึง 13 พ.ย. เป็นเวลาทั้งสิ้น 28 วัน แจกจ่ายอาหารปรุงสดให้ประชาชนมามากกว่า 2 แสนชุด ทั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ยังเสด็จมาทรงปรุงอาหารสดแจกจ่ายประชาชนด้วยพระองค์เองถึง 15 ครั้ง เคยตรากตรำพระวรกายยืนทอดไก่อยู่นานสูงสุดถึง 7 ชั่วโมง นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิ เผยว่า ทางมูลนิธิฯจะกลับมาเปิดโรงครัวเคลื่อนที่เพื่อแจกอาหารแก่ประชาชนตามรับสั่งอีกครั้ง ในช่วงที่มีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) คือ 1-5 ธ.ค. และในพระราชพิธีสตมวาร (100 วัน)

วาดภาพ “ในหลวงของประชาชน”

สำหรับการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หลายหน่วยงานพร้อมใจจัดอย่างพร้อมเพรียงนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ได้จัดงานเขียนภาพ “ในหลวงของประชาชน” เป็นวันที่ 2 โดยมีเหล่าบรรดาศิลปิน ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ร่วมใจกันมาวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 89 ภาพ ก่อนที่จะนำมาติดตั้งบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เพื่อให้ประชาชนได้มาชื่นชมพระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยมี อ.ไข่-คฑาวุธ ทองไทย นักร้องนำวงมาลีฮวนน่า นายปราโมทย์ ภู่เหมา พร้อมด้วยศิษย์เก่าคณะจิตรกรรม ศิลปากร รุ่นที่ 44 ได้บรรจงวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.9 ชื่อภาพว่า “ในหลวงกับบทบาททางทหาร” ลงบนไม้อัดขนาด 2.44 × 2.44 เมตร นายปราโมทย์กล่าวว่า ภาพที่วาดเป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.9 ในพระอิริยาบถที่ทรงมีต่อทางการทหารต่างๆ ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงมากนัก ตรงกลางภาพเป็นภาพที่พระองค์พระราชทานธงชัยเฉลิมพลให้กับเหล่าทหารหาญ เป็นขวัญและกำลังใจให้กับทหารทุกนายให้ระลึกถึงว่าพระองค์ทรงอยู่กับทหารทุกเหล่าทัพ โดยใช้เวลาออกแบบ 1 สัปดาห์และใช้คนวาดถึง 10 คน หลังจากเสร็จสิ้นจะนำมาจัดแสดงที่ลานศิลป์ พีระศรีต่อไป

น้อมดวงใจชาวศิริราช

อีกด้านหนึ่งที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรม ราชชนกโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่ช่วงสายไปจดค่ำ มีการจัดกิจกรรม “น้อมดวงใจชาวศิริราช ตามรอยพระราชปณิธานพระภูมิพล” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และกองทัพเรือ (โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ) เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างหาที่สุดมิได้ โดยก่อนงานเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. ประชาชนจำนวนมากในชุดเสื้อผ้าสีดำ ทยอยเดินทางเข้ามาจับจองที่นั่งเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม กระทั่งเวลา 16.15 น.วงดนตรีกองดุริยางค์ราชนาวี ที่มีนาวาเอกภาสกร สุวรรณพันธ์ ผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ เป็นผู้ควบคุม ร่วมกับสมาชิกหลายรุ่นจากชมรมประสานเสียงศิริราชรวม 45 คน เริ่มบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิ เพลงแสงเทียน อาทิตย์อับแสง ยามเย็น สายฝน ในหลวงของแผ่นดิน แผ่นดินของเรา เป็นต้น ซึ่งเมื่อการบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์จบ ประชาชนต่างปรบมือเสียงดัง กึกก้องโรงพยาบาลศิริราช

ร่วมแปรอักษรเลขเก้าไทย

เวลา 17.00 น. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมกับ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานเปิดงาน และเริ่มกิจกรรมหลักในเวลา 17.15 น. ด้วยพิธีถวายสักการะต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 4 ชุด จากนั้นเวลา 17.25 น. กำลังพลฐานทัพเรือกรุงเทพ และเหล่าพยาบาล ฝ่ายการพยาบาล รพ. ศิริราช จำนวน 140 คน ร่วมกันแปรอักษรหมายเลขเก้าไทย “๙” อันหมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมส่งผลให้ประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนเปี่ยมไปด้วยความสุข นอกจากนี้ ยังหมายถึงการครองหัวใจคนไทยทั้งแผ่นดินเอาไว้อีกด้วย

ต่างร่ำไห้กลางแสงเทียน

กระทั่งเวลา 19.00 น. เหล่าพสกนิกรร่วมกันจุดเทียนแสดงความอาลัย โดยก่อนเริ่มจุดเทียน นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า นับเป็นเวลา 1 เดือนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ประชาชนยังมีความโศกเศร้าอาดูรอย่างหาที่เปรียบมิได้ แต่ทุกคนจะแปลงความเศร้าเป็นพลังในการทำความดีตามรอยพระบาท ทั้งนี้ชาวศิริราช ทหารเรือ และประชาชนขอถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรม ฉายาลักษณ์ในการใช้พระบรมราโชวาท เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ตั้งมั่นในการเจริญรอยตามรอยพระบาท โดยเฉพาะด้านการแพทย์และสาธารณสุขนั้นจะดูแลสุขประชาชนทั้งแผ่นดินให้หายจากอาการเจ็บป่วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากบุคลากรในศิริราช มาร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งเต็มลานพระราชา นุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกแล้ว ยังมีประชาชนซึ่งส่วนหนึ่งเป็นญาติผู้ป่วยและประชาชน ซึ่งเดินทางมาจากที่ต่างๆเข้ามาร่วมกิจกรรมจนล้นออกไปตามอาคารโดยรอบ ซึ่งเต็มไปด้วยคนในเครื่องแต่งกายดำ ที่มาร่วมทำกิจกรรม โดยเฉพาะช่วงจุดเทียนแสดงความอาลัย หลายคนนำมาพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขึ้นชูแนบอก ทั้งยังมีบางคนนำเทียนขาวมาแจกจ่าย โดยเฉพาะช่วงจุดเทียนพร้อมกับเปล่งเสียงร้องเพลงเริ่มด้วยเพลงชาติในเวลา 18.00 น. ต่อด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงต้นไม้ของพ่อ และเพลงความฝันอันสูงสุดที่ขับร้องนำ โดยเรือตรีสันติ ลุนเผ่ ระหว่างจุดเทียนร้องเพลงหลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จนไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่ ยังคงเปล่งเสียงร้องให้ดังที่สุดราวกับส่งใจพร้อมเสียงเพลงไปถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 บนสรวงสวรรค์

พร้อมเดินตามพระราชปณิธาน

ด้าน ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า งานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของสองหน่วยงานหลักคือ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และกองทัพเรือ กำลังพลฐานทัพเรือกรุงเทพฯ พร้อมทั้งหน่วยงานอื่นๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาช่วยดูแลความเรียบร้อยให้กิจกรรมเป็นไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม นอกจากการแปรตัวอักษรเลข ๙ และการจุดเทียนแสดงความอาลัยแล้ว พวกเราชาวศิริราชจะเดินตามรอยพระราชปณิธานของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเพียรในการทำงาน และความสามัคคี

ต้นศรีตรังทรงปลูกยังไม่ตาย

ด้าน นพ.ธารา วงศ์วิริยางกูร รอง ผอ.รพ.ศิริราช กล่าวถึงต้นศรีตรังที่พระองค์ท่านทรงปลูกเมื่อครั้งประทับที่ รพ.ศิริราช ว่า ต้นศรีตรังชาวศิริราชมีการดูแลเป็นอย่างดี ร่วมกับกรมป่าไม้ที่เข้ามาช่วยดูแลตลอด ซึ่งขณะนี้ต้นศรีตรังมีใบเขียว จึงยืนยันว่าต้นศรีตรังยังไม่ตาย ขณะที่อีกต้นหนึ่งก็ยังคงอยู่ดีเช่นกัน

เหล่าสื่อน้อมรำลึกถึงในหลวง ร.9

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน 31 องค์กรวิชาชีพสื่อสารมวลชนจัดงาน “รวมใจคนสื่อน้อมเกล้าฯ แสดงความอาลัย พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการสื่อมวลชน และแสดงความอาลัยถวายสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติและกวีซีไรต์ และนายอัศศิริ ธรรมโชติ ศิลปินแห่งชาติและนักเขียนซีไรต์ อ่านบทร้อยแก้วร้อยกรอง จากนั้น สื่อมวลชนทุกแขนงนับร้อยคนยืนสงบนิ่งร่วมกัน 89 วินาที และจุดเทียนพร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี นอกจากนี้ในกิจกรรมดังกล่าวยังมีตัวแทนจากองค์วิชาชีพสื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน และจากประเทศจีน เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

น้อมนำพระบรมราโชวาทมาใช้

ทั้งนี้ นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทยกล่าวว่า สื่อมวลชนไทยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการสื่อมวลชนอย่างใหญ่หลวง ไม่เฉพาะเรื่องที่ทำการของหลายองค์กรสื่อในปัจจุบัน ที่สร้างขึ้นในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ และเสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคาร แต่มีพระบรมราโชวาทหลายที่หลายแห่งที่เป็นประโยชน์ เป็นธงของพวกเราในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องจริยธรรมของการเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีความเท็จ ซึ่งพระองค์ท่านทรงย้ำอย่างมาก

ทูลกระหม่อมฯ ทรงโพสต์ให้กำลังใจ

นอกจากนี้ วันเดียวกัน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพขณะยังทรงพระเยาว์ประทับอยู่ในอ้อมแขนพระบิดา พร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์ “nichax” ความว่า 1 เดือนที่แล้วที่พ่อของเราเสด็จสู่สวรรคาลัย ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ เหมือนดังเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์” หรือ “Still on my Mind” ท่านไม่จากเราไปไหน ยังคงให้กำลังใจเราจากบนฟากฟ้า ให้เราเดินไปข้างหน้า รวมใจช่วยกันเดินสู่อนาคตด้วยกัน

ทูลกระหม่อมฯ เสด็จพบพสกนิกร

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อเวลา 19.39 น.ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี เสด็จออกจากประตูเทวาพิทักษ์ พระบรม มหาราชวัง ประทานอาหารและน้ำดื่มให้แก่ประชาชน ที่เต็นท์ประทาน มูลนิธิโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตรงข้ามประตูเทวาพิทักษ์ พร้อมกันนี้ยังประทานภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 500 ภาพ รวมทั้งอาหาร ประกอบด้วย ข้าวเหนียวหมู 1,000 ชุด หมี่กรอบ 500 ชุด ชุดขนมเบอเกอรี่ น้ำผลไม้ 600 กล่อง ขนมไทย ทองม้วน ขนมผิง ขนมปังกรอบ กล้วยกรอบอบเนย 1,000 ชิ้น น้ำดื่ม และผ้าพันคอทอมือสีขาวและสีดำ 200 ผืน โดยมีประชาชนรอรับเสด็จและเข้าแถวรอรับอาหารจำนวนมาก ระหว่างนั้น ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี ตรัสทักทายกับประชาชน พร้อมกับนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วางบนศีรษะหนึ่งในประชาชนที่มาต่อแถวและทรงยิ้มให้ประชาชนที่มารับเสด็จอย่างไม่ถือพระองค์

จัดพื้นที่พร้อมทำพิธีบวงสรวง

สำหรับการทำพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่จะจัดในวันที่ 14 พ.ย.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวันที่ 13 พ.ย.เจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรี พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเตรียมมณฑลพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอม ต้นที่ 15 ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯกุยบุรีตามเส้นทางเดินเท้าไปทางทิศตะวันตกระยะทางประมาณ 500 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ติดตั้งเต็นท์ ในส่วนของบริเวณมณฑลพิธี รวมทั้งปรับพื้นที่บริเวณมณฑลพิธี และติดตั้งเต็นท์รองรับประชาชน ตลอดจนการปรับผิวการจราจรที่จะมุ่งหน้าเข้าไปยังพื้นที่บวงสรวงและตัดไม้จันทน์หอมรวมทั้งอีก 3 ต้นคือ ต้นที่ 11 ห่างจากอุทยานฯกุยบุรี ประมาณ 240 เมตร ต้นที่ 12 ห่างจากท่ีทำการอุทยานฯกุยบุรี ประมาณ 210 เมตร และต้นที่ 14 ห่างจากที่ทำการอุทยานฯกุยบุรี ประมาณ 450 เมตร

ยืนฤกษ์ตัดไม้ 14.09–14.39 น.

ทั้งนี้ นายนิธิ อาจสมรรถ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การประกอบพิธีวันที่ 14 พ.ย.ฤกษ์คือเวลา 14.09-14.39 น. มีนายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ มาประกอบพิธีบวงสรวงและตัดไม้จันทน์หอมตามลำดับขั้นตอน เพื่อนำไปใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างพร้อมใจทำหน้าที่เพื่อถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งมีประชาชนและหน่วยงานต่างๆมาเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

รอกำหนดตัดจริงจากช่างสิบหมู่

ขณะที่นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานฯกุยบุรี กล่าวว่า พิธีบวงสรวงเริ่มเวลา14.09 น. และเสร็จเวลา 14.39 น.เป็นพิธีบวงสรวงตามราชประเพณีก่อนที่จะตัดไม้จริง จะใช้พื้นที่บริเวณโดยรอบต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นมณฑลพิธีบวงสรวงและตัดต้นไม้จันทน์หอม โดยเฉพาะจุดด้านหน้าพื้นที่ราบ มีการตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวง ตลอดจนเครื่องสังเวยต่างๆ รวมทั้งทำบันไดไม้ชั่วคราวขึ้นไปยังต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อให้นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ ประกอบพิธี โดยมีการหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และลงขวานทองที่ต้นไม้จันทน์หอมต้นที่15 เป็นปฐมฤกษ์ และดำเนินการบากต้นไม้จันทน์หอมที่เหลืออีก 3 ต้น พร้อมๆ กัน สำหรับการตัดไม้จริงนั้น ต้องรอให้ทางสำนักช่างสิบหมู่แจ้งมาทางอุทยานอีกครั้ง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่อุทยานฯ กุยบุรี จะดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่การตัด การแปรรูป การลำเลียงขึ้นรถไปส่งมอบจนเสร็จสิ้นให้ลุล่วงเพื่อแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทำบุญ 30 วันถวายพระราชกุศล

สำหรับต่างจังหวัดประชาชนร่วมทำพิธีทำบุญและทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลอย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก จ.สงขลา บริเวณถนนทะเลหลวง อ.เมืองสงขลา ประชาชนทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบ 30 วันแห่งการเสด็จสวรรคต ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เช่นเดียวกับ จ.นครศรีธรรมราช บริเวณถนนหน้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ต.ท่าวัง อ.เมือง มีบรรดานักธุรกิจ พ่อค้าและประชาชนคนไทยเชื้อสายจีนย่านธุรกิจการค้าท่าวังรวมตัวกันร่วมกันจัดทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่มาติดตั้งและจัดเลี้ยงอาหารประชาชนอย่างเต็มที่

ติดรูป 10,089 ล้อมรอบเจดีย์

ที่ จ.ขอนแก่น ริมบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น นำบุคลากรและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่นรวมทั้งประชาชนทั่วไปร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูปและจัดทำโรงทานแจกให้ผู้ที่มาทำบุญด้วย นอกจากนี้คณะศิลปกรรมศาสตร์ยังได้เปิดให้ประชาชนเข้าชม “เจดีย์ถวายสถิตฟ้า เสด็จอาลัย” ที่มีความสูง 16 เมตรเทียบเท่ากับอาคาร 5 ชั้น โดยรอบเจดีย์มีภาพวาดจากหัวใจของชาวขอนแก่น จำนวน 10,089 ภาพติดเอาไว้ซึ่งเป็นภาพที่ชาวขอนแก่นได้ร่วมกันวาดภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากหัวใจเพื่อให้ชาวขอนแก่นได้ร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อันหาที่สุดมิได้ ส่วนรูปแบบของเจดีย์ได้จำลองจากเขาพระสุเมรุโดยจะตั้งไว้เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนจะเก็บเข้าไปไว้ในคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อไป

กระทงยักษ์ติดเลข ๙ สีทอง

ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมืองนครราชสีมา ศูนย์ฝึกกีฬาทางน้ำวอเตอร์แลนด์ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยภาค 3 จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยประดิษฐ์กระทงใหญ่ยักษ์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 เมตร สูง 7 เมตร กลีบกระทงทำด้วยไฟเบอร์กลาสสีขาว 69 กลีบ สีขาวหมายถึงการแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 และบริเวณทั่วทั้งกระทงติดเลข 9 สีทองไว้จำนวน 89 ตัว ซึ่งสีทองหมายถึงการน้อมเสด็จสู่สวรรค์สวรรคาลัยพร้อมประดับประดาแสงไฟไว้ภายในกระทงเพื่อเตรียมนำไปลอยในงานสืบสานประเพณีลอยกระทงต่อไป

ข้าวหมูแดงชื่อดังเปิดกินฟรี

ส่วนที่ร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบ “เฮียต๊ะ” ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต ข้างธนาคารออมสิน สาขาบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เปิดบริการให้ชาวบ้านกินฟรีโดยขึ้นหน้าร้านว่า “วันนี้อาหารทุกรายการทานฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับในหลวงของเรา” ภายในร้านพบลูกค้าจำนวนมากแวะเวียนเข้ามานั่งอยู่เต็มร้านโดยมีนายบุญเอื้อ คงกระพันธ์ หรือเฮียต๊ะ เจ้าของร้านและกลุ่มเพื่อนกำลังขะมักเขม้นแจกจ่ายข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ขนมจีน ขนมหวานและน้ำผลไม้ให้กับลูกค้ารับประทานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ขณะเดียวกัน นางณิทฐา แสวงทอง รอง ผวจ.ราชบุรี กับ พ.อ.พีรฉัตร พานทอง หน.กองกิจการพลเรือน มทบ.15 ร่วมแจกพระบรมฉายาลักษณ์ 999 ภาพให้ประชาชนที่มาใช้บริการด้วย

สองช่างใจดีบริการตัดผมฟรี

ขณะที่ จ.พิษณุโลก ที่ร้านป้าบัวเขียวริมบึงพระจันทร์ ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก ร้านขายข้าวหมูกรอบ ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ต้มไก่ย่าง ข้าวหน้าไก่ย่างและข้าวหน้าเป็ดเปิดกินฟรีตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป จนกว่าของจะหมดและที่ถนนยมราช ต.ท่าวัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช นางสุจินต์ ศรีสังข์ เจ้าของร้านตัดผม “แป้น สุจินต์” นำช่างตัดผม 10 คน ตัดผมฟรีให้ประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีประชาชนมารอใช้บริการจำนวนมาก นอกจากนี้ นายประภาส ยามสุข หรือ “ช่างออด พอเพียง” อายุ 56 ปี เจ้าของร้านตัดผม ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 3 ต.บางระกำ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทองร่วมกับสมาชิกในครอบครัวบริการตัดผม ย้อมผมและเลี้ยงอาหารฟรีให้ประชาชนทั่วไป 1 วัน โดยมีคนมาใช้บริการตลอดทั้งวัน

นักปั่น 1,000 คนมุ่งหน้าเข้ากรุง

นอกจากนี้ที่หน้าอาคารสิทธาคาร อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายธวัชชัย เอกธุระประคัลภ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดนครปฐม พร้อมสมาชิกชมรมฯจาก จ.นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสาคร นนทบุรีและราชบุรี ร่วม 1,000 คน ปั่นจักรยานเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระบรมมหาราชวังระยะทาง 25.5 กม. โดยมีพระครูยติธรรมานุยุต หรืออาจารย์แป๊ะ เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ อ.นครชัยศรี พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ อดีต ผู้ช่วย ผบ.ตร. กลุ่มเพื่อน 89 ผู้นำชุมชนบ้านหัวไผ่ จัดอาหารเครื่องดื่ม ผลไม้แจกจ่ายให้กับนักปั่นก่อนเดินทาง และที่ จ.สงขลา นายสมเกียรติ ปลื้มใจ วัย 44 ปี ชาวบ้านทุ่งลุง ต.พะตง อ.หาดใหญ่ ออกวิ่งจากโรงเรียนวัดทุ่งลุงมิตรภาพที่ 198 มุ่งหน้าไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อไปลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยมีนักวิ่งนับร้อยคนที่ทราบข่าวต่างพร้อมใจกันร่วมวิ่งเพื่อไปส่งในระหว่างทางด้วย

จัดแข่งเรือยาวถวายพ่อหลวง

ที่อ่างเก็บน้ำบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นโครงการอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เทศบาลเมืองหัวหินได้จัดให้มีกิจกรรม “เรือยาวร่วมใจถวายพ่อหลวง” โดยมีเรือชื่อดังจากทั่วประเทศ 89 ลำร่วมแข่งขันเพื่อถวายแด่พ่อหลวงและเป็นการย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯทอดพระเนตรการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2551 ณ อ่างเก็บน้ำเขาเต่าแห่งนี้

ระดมกำลัง รด.ช่วยเกี่ยวข้าว

พ.ท.สุรชัย สีรินทร์ ประชาสัมพันธ์ มทบ.27 ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาวิชาทหาร 60 นายของศูนย์ฝึกโรงเรียนเมยวดีพิทยาคม อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ฝึกโดยหน่วยฝึกวิชาทหาร มทบ.27 ช่วยกันทำดีเพื่อพ่อ โดยพากัน ช่วยเกี่ยวข้าวในนาพื้นที่ 7 ไร่ของนายผุย ศรีดี อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.พัชรี ศรีดี อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5/1 โรงเรียนเมยวดีพิทยาคมและเป็นนักศึกษาวิชาทหาร ที่ทุ่งนาหมู่ 3 บ้านหนองเมย ต.เมยวดี อ.เมยวดี เนื่องจากนายผุย ศรีดี ประสบอุบัติเหตุจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วงจนแขนขวาหัก ไม่สามารถเกี่ยวข้าวได้และไม่มีเงินจ้างรถเกี่ยวข้าว ทาง มทบ.27 จึงระดมกำลังนักศึกษาวิชาทหาร 60 นาย มาช่วยตามโครงการทำดีเพื่อพ่อ

ชาวสงขลา 5 หมื่นจุดเทียน

ค่ำวันเดียวกัน ที่ถนนนครใน อ.เมืองสงขลา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา นำข้าราชการ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนกว่า 5 หมื่นคนร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมมีการแปรอักษรในสัญลักษณ์ “สงขลาอาลัย” และ “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” ของนักเรียนโรงเรียนวรนารีเฉลิม และมีการขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์กับเพลงสรรเสริญพระบารมี สำหรับถนนนครในเป็นถนนที่ประกอบไปด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมที่งดงาม เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของชาวสงขลา ผ่านมุมมองทางสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของ จ.สงขลาด้วย

ปวงประชาราษฎร์พร้อมใจจัดงานน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ครบ 1 เดือน ด้วยดวงใจอาดูร โดยที่ รพ.ศิริราช บุคลากรทางการแพทย์ร่วมแปรอักษร-จุดเทียนแสดงความอาลัย 14 พ.ย. 2559 04:44 14 พ.ย. 2559 05:07 ไทยรัฐ