วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปชช.ภาคใต้ ร่วมแปรอักษร จุดเทียน แสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9

ปชช.ภาคใต้ ร่วมแปรอักษร จุดเทียน แสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9

  • Share:

หมู่บ้านเล็กๆ เคยประสบภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อ 12 ปีก่อน ร่วมแปรตัวอักษรรูปหัวใจ-เลข ๙ จากนั้นร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และ จุดเทียน แสดงความอาลัยแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เช่นเดียวกับที่ ภูเก็ตและสงขลา...

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 13 พ.ย. 59 ที่วัดบางมรวน หมู่ที่ 5 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายเชิดชาย ปัทมยุตานนท์ ผู้ใหญ่บ้านบางมรวน ได้นำชาวบ้านกว่า 100 คน พร้อมด้วยชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลตัวเมือง และเคยมีญาติพี่น้องประสบภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อปี พ.ศ.2547 เป็นเวลา 12 ปี ที่ผ่านมา สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานความเมตตาช่วยเหลือชาวบ้านในจังหวัดพังงา หลังประสบภัยสึนามิ จนมีบ้านที่อาศัย มีอาชีพที่มั่นคง พร้อมสร้างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 ขึ้น เพื่อให้ลูกหลานที่ประสบภัยสึนามิได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านกว่า 100 คน ได้ร่วมกันจุดเทียนเป็นรูปหัวใจ และเลข ๙ แปรอักษรย่อว่า "พอเพียง" ในพื้นหญ้าที่ชาวบ้านร่วมใจกันทำขึ้นมา และยืนสงบนิ่งล้อมวงเป็นรูปหัวใจ

บรรยากาศเป็นไปด้วยเงียบสงบ และความโศกเศร้า ซึ่งบางคนมีอาการน้ำตาไหล แต่ก็ยังตั้งจิตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ให้อภิบาลคุ้มครองดวงพระวิญญาณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทุกคนต่างตั้งจิตภาวนาขอให้พระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย ก่อนจะร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังจากนั้น ได้ทำพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อแสดงความอาลัย ถวายเป็นพระราชกุศล ก่อนจะร่วมกันจุดเทียน และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ด้าน ที่บริเวณวงเวียนกระเฌอขุดแร่ หรือ วงเวียนหอย สะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประชาชนนับพันคนมาร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบ 1 เดือนแห่งการเสด็จสวรรคต บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและยังคงโศกเศร้า โดยมีพสกนิกรชาวภูเก็ตทุกหมู่เหล่าต่างแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ร่วมกิจกรรม ไว้อาลัย โดยมีนายโชคดี เดชอมรธัญ ผวจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม 

ก่อนพิธีจุดเทียนแสดงอาลัยจะเริ่มต้นขึ้นนั้น บริเวณด้านหน้าของหัวขุดแร่ได้มีการแสดงดนตรีของเด็กและเยาวชนจากโรงเรียน ดนตรีสยามกลการ การเดี่ยวแซกโซโฟนเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การขับร้องบทเพลงในหลวงของแผ่นดิน โดยนักร้องเยาวชนของจังหวัดภูเก็ต และไฮไลต์ของงาน คือ การแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระราชกรณียกิจในระบบ 3 มิติ หรือ แม็ปปิ้ง โปรเจ็คชั่นบนอนุสาวรย์กระเฌอตักแร่ หรือ วงเวียนหอยอย่างสวยงาม จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดได้ร่วมจุดเทียนถวายอาลัยตามด้วยร้องเพลง สรรเสริญพระบารมีและการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที

ส่วนที่บริเวณซุ้มประตูเมืองเก่า เขตเทศบาลนครสงขลา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน จำนวนกว่า 1 หมื่นคนต่างพร้อมใจสวมใส่ชุดดำร่วมงาน "รำลึกพระมหากรุณาฯ สงขลาน้อมอาลัย ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์" น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันครบรอบ 30 วันแห่งการสวรรคต โดยตลอดถนนทั้ง 3 สายย่านเมืองเก่าสงขลา ประกอบด้วย ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนพัทลุง เนื่องแน่นเต็มไปด้วยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ "รูปที่มีอยู่ทุกบ้าน" "คือ ความทรงจำแห่งชีวิต" "สืบสานพระราชปณิธานสานศรัทธาตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" กิจกรรมเรื่องของพ่อ/คำสอนพ่อ การฉายภาพยนตร์สารคดี หนังสั้น ละครเทิดพระเกียรติ กิจกรรมต้นไม้ของพ่อ "ตามรอยเท้าพ่อ สานต่อที่พ่อทำ" กิจกรรมศิลปะเพื่อพ่อ โดยกลุ่ม Kids Art House ศิลปิน Street Art ซึ่งเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ และศิลปินอิสระ กิจกรรมบทเพลงของพ่อ โดยวงโยธวาทิตโรงเรียนมหาวชิราวุธ และสงขลาแจมเมอร์ กิจกรรมบทเพลงเพื่อพ่อ โดยนางสาวมนัสนันท์ อักษรถึง หรือ "น้องอันฉี The voice" วงดนตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และคณะนักร้องประสานเสียงรวมสถาบัน กิจกรรมพูดเพื่อพ่อ "เกิดอีกกี่ 10 ชาติ ก็ไม่เจอมหาราชที่ชื่อภูมิพล" โดยคุณอรพิมพ์ รักษาผล ฯลฯ และการแปรพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 คู่กับคำว่า "สงขลา" โดยนักเรียนจากโรงเรียนวรนารีเฉลิม จำนวน 600 คน

ส่วนในช่วงค่ำยังมีกิจกรรมเรือประดับไฟอาลัยพ่อ "ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป" โดยประชาชนที่เข้าร่วมงานจะร่วมจุดเทียนอยู่บนถนน 3 สายย่านเมืองเก่า เป็นเสมือนสายน้ำ 3 สายไหลลงมาบรรจบเป็นหนึ่งที่บริเวณซุ้มประตูเมืองเก่า เป็นคำมั่นสัญญาว่าชาวจังหวัดสงขลาจะรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อพ่อหลวงของปวงชนชาว ไทย หลังจากนั้นจัดให้มีกิจกรรมลูกขอสัญญา ร่วมกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ ยึดถือหลักทรงงาน สืบสานแนวพระราชดำริ กิจกรรมจุดเทียนร้อยใจคนไทยรักกัน จักยึดมั่นสถาบันนิรันดร และกิจกรรม ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ โดยการยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 99 วินาที ก่อนจะร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเสียงดังกึกก้องไปทั่วเมืองสงขลา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจกันมาด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุด มิได้ หลายคนกอดภาพพระบรมฉายลักษณ์ไว้แนบอก พร้อมกับหลั่งน้ำตาแห่งความจงรักภักดี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้