วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เรื่องเล่าประทับใจ" จากล่ามภาษามลายูผู้ภักดี

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการนำเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ภาคภาษาอาหรับ แปลงโดยอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ อดีตจุฬาราชมนตรี และขับร้องโดยคณะอนาชีดมัจลิชุดดีนี มาเป็นส่วนหนึ่งในงานประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2016” ซึ่งจะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 9-11 ธ.ค.ศกนี้

ในการแถลงรายละเอียดของการจัดงานที่อาคารจัตุรัสจามจุรี คณะอนาชีดมัจลิชุดดีนี ได้ร่วมขับร้องบทเพลงสรรเสริญพระบารมี ภาคภาษาอาหรับด้วย พร้อมกันนี้ว่าที่ ร้อยโทดิลก ศิริวัลลภ ผู้ที่เคยทำหน้าที่ล่ามภาษามลายูประจำพระองค์วัย 76 ปี ได้มาเปิดใจถึง “เรื่องเล่าน่าประทับใจ” ในขณะทำหน้าที่ว่า พระ บาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ภาคใต้ตั้งแต่ปี 2502 แต่ตนมีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จฯ ในปี 2516 ที่จังหวัดนรา– ธิวาส และได้เป็นล่ามภาษา มลายู ตอนนั้นตนเป็นผู้ช่วย ศึกษาธิการนายอำเภอ ที่อ.ตากใบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีรับสั่งขอให้ตนเป็นล่ามภาษามลายูไปตลอด ซึ่งตนก็เป็นล่ามภาษามลายูให้กับทุกพระองค์ จนกระทั่งทุกวันนี้

เวลาเสด็จฯเยี่ยมราษฎร ในหลวง ร.9 จะรับสั่งถามคนที่มาเฝ้าฯว่า มีอาชีพอะไร สุขภาพอนามัยเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง ทรงมีพระอารมณ์ขันอย่างยิ่ง โดยพระองค์ท่านจะรับสั่งภาษามลายูได้เป็นคำๆ ก็จะรับสั่งถามว่า ปวดหัวไหม ปวดท้องไหม ประชาชนเลยมีความรู้สึกประทับใจ รักพระองค์ท่าน เพราะไม่ทรงถือพระองค์ เมื่อก่อนเขาจะเรียกพระองค์ท่านว่า “รายอ ซีเย” แปลว่า “พระเจ้าแผ่นดิน” จากนั้นเขาก็เรียกพระองค์ท่านว่า “รายอ กีตอ” แปลว่า “พระเจ้าแผ่นดินของเรา” แต่ตอนนี้เขาเรียก พระองค์ว่า “กีตอ กาเซะ รายอกีตอ” แปลว่า “เรารักในหลวงของเรา” เพราะเขารู้ว่าพระองค์ทรงห่วงใยและทรงมาช่วยพวกเราจริงๆ ปัญหาของทางภาคใต้มีเยอะ ทั้งเรื่องการศึกษา อาชีพ การทำมาหากิน โดยเฉพาะ จ.นรา– ธิวาส ที่มีดินพรุมากที่สุด ปลูกอะไรไม่ขึ้น โครงการพระราชดำริเปลี่ยนคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเรา ทำให้ประชาชนรักพระองค์มาก เวลาเสด็จฯเยี่ยมราษฎรแต่ละครั้ง ทรงใช้เวลากว่าครึ่งวัน ตั้งแต่บ่าย 2 โมง ไปจนถึง 2-3 ทุ่ม ไม่ทรงกังวลเรื่องความมืดแต่อย่างใด อาหารการกินก็เสวยง่ายๆ ทรงโปรดข้าวหมกไก่, ไก่สะเต๊ะ, มัสมั่น, โรตี

คุณดิลก ล่ามภาษามลายู เล่าต่อว่า ความประทับใจจากการได้มีโอกาสตามเสด็จฯในฐานะล่ามมีมากมาย แต่ที่ประทับใจที่สุด ครั้งหนึ่งที่พระองค์ท่านเสด็จฯ อ.ภูเขาทอง จ.นราธิวาส ขบวน เสด็จฯขับไปจนถึงทางแยก ซึ่งทางข้างหน้าสะพานขาด นายทหารขอให้พระองค์เสด็จฯกลับ พระองค์รับสั่งว่า “ประชาชนเขารอเราอยู่ เขาลำบากนะ เราต้องไป” จากนั้นก็ทรงให้รถนำขบวนเสด็จฯลัดเลาะไปตามขอบทางข้ามน้ำไปได้จนสำเร็จโดยไม่มีใครเป็นอันตราย จะมีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ไหนเสี่ยงแบบนี้ มีแต่พระองค์ท่าน ถ้าไม่เสด็จฯไป ก็ไม่มีใครว่า

นอกจากเป็นล่ามแล้ว คุณดิลกบอกว่า ตนยังได้มีโอกาสสอนภาษามลายูสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทั้ง 2 พระองค์ทรงฟังภาษามลายูได้ โดยเฉพาะฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ทรงพูดได้คล่อง คุณดิลกยังบอกอีกด้วยว่า การเป็นล่ามนี้ถือเป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิต ของตนเลยทีเดียว เพราะสามารถเป็นตัวเชื่อม นำความจงรักภักดี ของประชาชน มากราบบังคมทูล ให้พระองค์ทรงทราบ และนำความห่วงใยของพระองค์ไปบอกประชาชนด้วย ทำให้ตนรู้สึกมีคุณค่า คิดว่าจะทำให้ดีที่สุด พร้อมทั้งยังอบรมสั่งสอนลูกหลานให้ยึดแนวพระราชดำรัสเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีแต่ให้กับให้จริงๆ.

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 13 พ.ย. 2559 13:53 13 พ.ย. 2559 13:57 ไทยรัฐ