วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จอมทัพไทยจอมทัพธรรม : ตามรอยพระราชกรณียกิจพัฒนากองทัพอย่างยั่งยืน

องค์จอมทัพไทยกับกิจกรรมทางการทหาร

ซึ่งมีอยู่คู่กันมาโดยตลอดระยะเวลายาวนาน

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันสมควรแห่งตำแหน่งจอมทัพไทยทุกประการ

จากพระราชกรณียกิจด้านการทหาร ที่ทรงบำเพ็ญอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นหลักชัยของทหารทุกหมู่เหล่า

กองทัพสนองรับใช้จอมทัพไทยตามพระราชประสงค์ด้วยความจงรักภักดี พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นหลักชัยให้เหล่าทหารได้ยึดถือและปฏิบัติตามพระอัจฉริยภาพทาง ด้านผู้นำตลอดมา

ทรงดำรงตำแหน่งทางทหารและพระยศครั้งแรกในกองทัพไทย ทรงได้รับพระราชทานพระยศร้อยโท เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 1 กองพันที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

ก่อนที่กระทรวงกลาโหมทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศจอมพลกองทัพบก กองทัพอากาศและกองทัพเรือ

ทั้งหมดเป็นเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ “ตามรอยจอมทัพไทย” สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดทำขึ้นเพื่อเทิดทูนพระเกียรติยศ “ตามรอยจอมทัพไทย”

ทีมข่าวการเมือง ได้นำเนื้อหาในหนังสือบางช่วง บางตอน นำเสนอให้เห็นว่าพระองค์ทรงให้ความสนพระราชหฤทัย ฝึกศึกษาด้านการทหารมาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์

กระทรวงกลาโหมถวายการอารักขาและการฝึกศึกษาด้านการทหารแด่พระองค์อย่างใกล้ชิดในทุกครั้ง

โดยพระองค์ทรงประทับเรือพระที่นั่ง เรือรบหลวง เครื่องบินพระที่นั่งของกองทัพไทย

การใช้ระยะเวลาอันยาวนานในการเสด็จพระราชดำเนินนี้เอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทรงฝึกศึกษาและสนพระราชหฤทัยในเรื่องยุทโธปกรณ์ทางทหาร

โดยเสด็จฯไปทอดพระเนตร และทรงสอบถามทหารเกี่ยวกับการทำงานของเรือรบหลวงและเครื่องบินพระที่นั่ง

ทรงศึกษาและฝึกปฏิบัติการใช้ยุทโธปกรณ์ทางด้านการทหารอย่างจริงจังต่อเนื่อง

ทรงศึกษาเรียนรู้การใช้อาวุธปืนอย่างถี่ถ้วนทุกขั้นตอน และฝึกปฏิบัติกับทหารทุกเหล่า

ทรงแสดงพระปรีชาสามารถด้านการใช้อาวุธปืน ทรงพระแสงปืนเล็กยาวแบบเอ็ม 16 ได้อย่างแม่นยำเป็นที่ประจักษ์

อีกทั้งทรงพระราชทานคำแนะนำแก่ทหารเกี่ยวกับสมรรถนะของปืนเล็กยาวแบบเอ็ม 16 และยังสามารถประกอบอาวุธปืนให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังเป็นที่ปรากฏเมื่อทางกองทัพบกได้รับอาวุธปืนเล็กยาวแบบเอ็ม 16 สำหรับใช้ในราชการในจำนวนจำกัด เมื่ออาวุธปืนบางส่วนเกิดขัดข้องระหว่างทหารปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ทหารต้องสูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับอาวุธปืนที่ชำรุดเสียหายบางส่วนมาทรงตรวจสอบสมรรถนะ หาสาเหตุข้อบกพร่องด้วยพระองค์เอง ทรงซ่อมแซมด้วยเครื่องอะไหล่ที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อทรงซ่อมแซมเสร็จแล้ว จึงได้พระราชทานกลับคืนให้แก่หน่วยเดิม

ยังความปลาบปลื้ม ก่อให้เกิดกำลังใจแก่เหล่าทหารทั้งมวลเป็นอย่างยิ่ง

สร้างศรัทธาให้ทหารทุกหมู่เหล่าด้วยพระปรีชาสามารถทางด้านอาวุธและแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ

และนำข้อมูลมาใช้วางแผนและทำประโยชน์แก่กองทัพและประชาชนมาโดยตลอด

ทรงเน้นย้ำให้ทหารเร่งขวนขวายศึกษาวิชาการด้านอื่นให้มีความชำนาญและทันยุค ทันสมัยควบคู่กันไป

เนื่องจากทรงเห็นว่าทหารต้องให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อสร้างความสามัคคีแก่ประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาความมั่นคงของชาติอันเป็นหน้าที่หลักของกองทัพไทย

ทรงเข้าพระราชหฤทัยสภาพแท้จริงของพื้นที่และกองกำลังทัพ ด้วยการสำรวจพื้นที่ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ ทอดพระเนตรการฝึกดำรงชีพในป่าร่วมกับหน่วยทหารโดยไม่ถือพระองค์

การเสด็จทอดพระเนตรการฝึกดำรงชีพในป่านี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความแน่นแฟ้นของทหารทุกหมู่เหล่าภายใต้การนำของพระองค์

ทรงสนพระราชหฤทัยและให้ความสำคัญต่อการฝึก ในการที่จะปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายทุกรูปแบบ ทุกสภาพภูมิประเทศ รวมถึงให้กำลังพลมีจิตใจกล้าหาญ ซื่อสัตย์ และมีความจงรักภักดี ในหลักสูตรทหารเสือราชินี

ทรงมีพระราชปณิธานที่จะเตรียมกำลังทหารให้มีความพร้อมรบอยู่เสมอ อันเป็นภาระหน้าที่สำคัญที่สุดในภาวะปกติของกองทัพไทย

พระองค์พระราชทานพระพุทธรูปบูชา พระพุทธสิงห์ชัยมงคล ประจำหน่วยทหารที่ขึ้นตรงต่อกองทัพบก โดยอัญเชิญพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร.” ประดับผ้าทิพย์พระพุทธสิงห์ชัยมงคล

และพระราชทานพระจิตรลดาให้แก่ทหารทุกคนที่ไปราชการสงคราม และมีพระบรมราโชวาทใจความว่า ขอมอบพระให้เนื่องในโอกาสที่จะไปทำสงครามที่เวียดนาม

ขอเน้นย้ำให้ทุกคนจงตั้งมั่นทำความดี เสียสละทั้งต่อหน้าและลับหลัง

ในส่วนที่กระทรวงกลาโหมได้สนองพระมหากรุณาธิคุณนี้ เป็นเพียงจุลภาพของการฝึกศึกษาของพระองค์ ยังมีภาพเหตุการณ์ร่วมฝึกศึกษาพร้อมพัฒนากองทัพไทยอีกมาก

ล้วนเป็นที่จดจำของทหารทุกเหล่าทัพ ให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามแบบอย่างของผู้ซึ่งเป็นจอมทัพไทย

ขณะที่นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ก่อความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี 2547 จวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบได้พยายามนำศาสนามาเป็นเงื่อนไข

พระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใย ทรงมีพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า งานศาสนาใดๆจะมีชื่ออย่างไรก็ตาม ต้องส่งเสริมสนับสนุนกัน เพื่อความเป็นปึกแผ่นของสังคม

ฉะนั้น ที่ศาสนาต่างๆในประเทศไทยปรองดองกันดีพอสมควรเป็นเวลาช้านาน

จึงทำให้บ้านเมืองเราอยู่เย็นเป็นสุขได้

พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาทางด้านการทหารว่า เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างพื้นฐานความมั่นคงของประเทศ

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหารและวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

เข้ารับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการรับราชการต่อไป

ในปีแรกๆการพระราชทานกระบี่จัดให้มีขึ้น ณ พระที่นั่งชุมสาย ในศาลาว่าการกลาโหม ต่อมาเปลี่ยนสถานที่พระราชทานกระบี่หลายแห่ง เช่น อาคารใหม่สวนอัมพร ศาลาดุสิดาลัยสวนจิตรลดา อาคารอเนกประสงค์วังไกลกังวล และในปี 2550 พระราชทาน ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรดา

ดังเช่น พระบรมราโชวาทในพิธี ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2520 ความว่า การปฏิบัติหน้าที่ของทหารในยามบ้านเมืองถูกคุกคามประทุษร้ายดังทุกวันนี้ ย่อมมีอันตรายมาถึงในหลายด้าน

นอกจากอันตรายโดยตรงจากการปฏิบัติการยุทธ์แล้ว ยังมีอันตรายในรูปแบบอื่นๆ เช่น การแทรกแซง แทรกซึม ยุแหย่ ยุยั่ว ป้อยอ ล่อหลอกนานาประการ ถ้าไม่ระมัดระวังให้ถี่ถ้วนรอบคอบแล้ว จะเป็นอันตรายพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ

ฉะนั้น เพื่อปฏิบัติตนปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย จะต้องฝึกหัดคิดพิจารณาสถานการณ์ทุกอย่างด้วยความละเอียดรอบคอบ ด้วยเหตุผลและหลักวิชา ทำความเห็น ความเข้าใจในกรณีต่างๆให้กระจ่างแจ่มแจ้งและถูกต้อง

ยิ่งกว่านั้นจะต้องทำความคิดจิตใจให้มั่นคง หนักแน่น มีความขยันหมั่นเพียร ทั้งอดทนต่ออุปสรรคและอคติทุกอย่าง ไม่หวั่นไหวด้วยการยุแยงปลุกปั่นทั้งปวง

สำคัญที่สุดจะต้องยึดมั่นในอิสรภาพความมั่นคง

และความเจริญของประเทศบ้านเมืองเป็นจุดสูงสุด.

ทีมการเมือง

13 พ.ย. 2559 09:13 13 พ.ย. 2559 09:13 ไทยรัฐ