วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมเด็จฯพระอาจารย์

อาจารย์ หม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช นั้น ท่านมีพระอุปัชฌาย์ องค์เดียวกับพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศ

ครั้งหนึ่ง เมื่อรู้ข่าวสมเด็จฯพระอาจารย์ ประชวรหนัก กำลังใกล้จะสิ้นพระชนม์ อยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ “ผมก็รีบวางงานทั้งหมด รีบไปดูใจพระอาจารย์ ว่ายังงั้นเถิด”

(พระสมเด็จฯของคึกฤทธิ์ ทองแถม นาถจำนง เรียบเรียง สำนักพิมพ์ดอกหญ้า พ.ศ.2555)

พอไปถึงก็เห็นท่านนอนเงียบ หลับตาสนิท ชีพจรก็ไม่มี หมอบอกว่าท่านหายไป 18 ชั่วโมงแล้ว แต่ที่ยังรู้ว่าท่านยังไม่สิ้นพระชนม์ ก็เพราะท่านยังอ่อน และยังอุ่นอยู่บ้าง

ตอนนั้นความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท และได้มีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จฯมาเยี่ยมพระอาการ ประทับอยู่ข้างนอกห้องประชวร

หมอเอาเข็มฉีดยามาจิ้มที่แขนสมเด็จฯ แล้วทูลถามที่ข้างพระกรรณท่าน ด้วยเสียงธรรมดา

“สมเด็จฯ พ่ะย่ะค่ะ ทรงรู้สึกเจ็บบ้างไหม”

หมอทำอยู่สองสามครั้ง ท่านก็นอนเฉย ผมบอกหมอว่า ถึงตอนนี้เข้าขั้นปรมัตถ์ อย่ามัวไปใช้มารยาทหรือราชาศัพท์กับท่าน ต่อกันไม่ถึงหรอก ผมเอาเอง ถ้าไม่ฟื้น ก็หมดทางกันละ

ว่าแล้วผมก็จับแขนท่านแรงๆ แล้วตะโกนที่หูของท่าน กึกก้องไปทั้งโรงพยาบาล

“สมเด็จฯ! สมเด็จฯ! หายไปไหนนั่นน่ะ กลับมาก่อนเหอะ! ในหลวงเสด็จฯมาประทับอยู่นอกห้องแล้ว” ท่านก็ลืมตาขึ้นมา มองหน้าผม รับสั่งว่า “เอ็งเสือกมาทำไมอีกล่ะ”

ผมลงกราบรับพรท่าน ท่านก็ลุกขึ้นนั่ง บอกพระที่อยู่ในห้องว่า อยากกินหมากสักคำ พระก็หัวเราะบอกว่าหายแล้ว และหาหมากมาถวาย แล้วก็ห่มผ้าเรียบร้อย นั่งอยู่บนเตียง

พระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้ามา ท่านก็ถวายพระพร ด้วยเรื่องต่างๆ เป็นปกติ

อีกสองสามเดือนต่อมา ผมไปเฝ้าท่าน ทูลถามว่า วันนั้นท่านหายไปไหนมาตั้งสิบแปดชั่วโมง ชีพจรก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี

ท่านตอบว่า “ตัวเป็นกับตัวตาย มันเป็นเส้นสองเส้น มีขนาดเท่านิ้วก้อย เวลายังมีทุกข์อยู่ มันก็อยู่ห่างกัน แต่พอมันทับกันได้เป็นเส้นเดียวกัน ก็สิ้นทุกข์”

ผมบอกว่า “สมเด็จฯทำเหมือนกับเล็งกล้องถ่ายรูปไลก้า แล้วยังไง”

ท่านตอบว่า “ของข้ามันกำลังจะทับกันเป็นเส้นเดียวดีอยู่แล้ว พอดีเอ็งมาร้องเอะอะ สิ้นสมาธิ ข้าก็เลยเดือดร้อนมาจนถึงเดี๋ยวนี้”

ทั้งหมดนี้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เขียนลงในหน้า 5 สยามรัฐ ฉบับ 11 ก.ย.2511 ว่า...อีกสองปีต่อมาสมเด็จฯพระอาจารย์ ก็สิ้นพระชนม์

ช่วงเวลาสองปีนั้น ใครที่ได้ดูภาพยนตร์ส่วนพระองค์ก็คงพอจะปะติดปะต่อได้เอง เหตุประชวรหนักครั้งนั้น ทรงรู้ว่าจะอยู่ต่อไปไม่นาน สมเด็จฯพระอาจารย์ จึงถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระผนวช

ย้อนไปนึกถึงเหตุการณ์ครั้งประชวรหนัก ครั้งนั้นมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นสามข้อ

ข้อแรก สมเด็จฯพระอาจารย์ท่านตั้งพระทัยแน่วแน่ ในวิถีธรรม ความตายเป็นสุข ข้อสอง มีศิษย์เอกอุอย่าง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ใช้ปัญญาหาวิธีสื่อสาร

และข้อสาม พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯมา...เหมือนจะทรงขอนิมนต์ ให้พระอาจารย์ทรงอยู่ต่อ และสมเด็จฯพระอาจารย์ ท่านก็แสดงปาฏิหาริย์ “ขานรับ”

ใครที่ยังนึกไม่ออก พระบรมเดชานุภาพนั้นเป็นเช่นใด อ่านเรื่องนี้จบแล้ว ก็คงเข้าใจเอง.

กิเลน ประลองเชิง

13 พ.ย. 2559 08:57 13 พ.ย. 2559 08:57 ไทยรัฐ