วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความวุ่นวายที่อเมริกา ถือเสียว่า “กฎแห่งกรรม”

โดย ซูม

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นสรุปคะแนนล่าสุดของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก่อนที่ผมจะเขียนต้นฉบับวันนี้ว่า คุณโดนัลด์ ทรัมป์ เอาชนะคุณฮิลลารี คลินตัน ด้วยคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง หรืออิเล็กโทรัลโหวต 290 เสียง ต่อ 232 เสียง

โดยคะแนนเสียงชี้ขาดอยู่ที่ 270 เสียง ใครที่ทำได้ถึงจำนวนนี้ ก็ถือว่าเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งคุณทรัมป์แกทำได้ถึง 290 เสียง เอาชนะไปได้

แต่ถ้าลองไปดูคะแนนเสียงจากประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิทั่วประเทศ จากการนับถึงขณะนี้ ซึ่งแม้จะยังไม่จบดี แต่ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงคะแนนโดยรวมมากนัก ปรากฏว่าคุณฮิลลารีได้เสียงโหวตรวมกัน 60,811,795 เสียง หรือ 47.8 เปอร์เซ็นต์

ในขณะที่คุณโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ 60,248,555 หรือ 47.3 เปอร์เซ็นต์ แพ้คุณฮิลลารี 563,240 เสียง และดูจากแนวโน้มแล้วเมื่อนับเสร็จทุกรัฐ คะแนนรวมของคุณฮิลลารีน่าจะชนะคุณทรัมป์ได้อย่างหวุดหวิด

จึงอาจจะเป็นอีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์การเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาที่คนได้คะแนน “ป๊อปปูล่าร์โหวต” มากกว่า แต่แพ้เพราะได้คะแนนเสียง “อิเล็กโทรัลโหวต” หรือคณะผู้เลือกตั้งน้อยกว่า

จะทำไงได้ล่ะ เมื่อกฎกติกาคือรัฐธรรมนูญของเขาระบุไว้แล้วว่า เสียงชี้ขาดคืออิเล็กโทรัลโหวต มิใช่ป๊อปปูล่าร์โหวต จึงเป็นอันว่าคุณทรัมป์จะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนต่อไป

ที่มีการประท้วงไปทั่วประเทศในขณะนี้ ทั้งหนักบ้าง เบาบ้าง ก็คงเป็นปฏิกิริยาประเภท “อาฟเตอร์ช็อก” แบบหลังแผ่นดินไหวเสียมากกว่า

ในที่สุดก็คงต้องยุติลง เพราะผู้รักษากฎหมายของเขาเข้มแข็ง ใครจะมาทำอะไรรุนแรงที่ผิดกฎหมาย เขาไม่ยอมเด็ดขาด

แม้แต่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้ซึ่งกำลังจะพ้นตำแหน่ง และอยู่พรรคเดียวกับคุณฮิลลารี ก็ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ และยอมรับ กติกาประชาธิปไตยที่เขากำหนดไว้

มีการเตรียมการผ่องถ่ายอำนาจ และหารือกับคุณทรัมป์ไปเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งออกมาบอกประชาชนที่กำลังประท้วงว่า สามารถทำได้สำหรับการประท้วงอย่างสันติ แต่อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายเด็ดขาด

กล่าวโดยสรุปการเลือกตั้งที่สหรัฐอเมริกาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นปัญหาสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอเมริกันอย่างน้อยก็ 2 ปัญหาด้วยกัน

ปัญหาแรกเลยก็คือ การถอยหลังเข้าคลองของนักการเมืองสหรัฐฯที่เคยได้ชื่อว่า เป็นนักการเมืองน้ำดี หาเสียงด้วยการพูดถึงสิ่งดีๆว่าจะทำอะไรบ้าง? ประเทศชาติจะได้อะไรบ้าง ฯลฯ กลับเปลี่ยนมาหาเสียง แบบทำลายล้างมากขึ้นและมากขึ้น

เคยมีคนกล่าวว่า การทำลายล้างหรือการเจาะยางเล่นงานคู่แข่งขันนั้น แม้ที่สหรัฐฯจะมีอยู่บ้าง แต่ก็จะอยู่ราวๆร้อยละ 20 เท่านั้นในสมัยก่อน

แต่คราวนี้กลับกัน เรื่องนโยบายมีแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีก 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องทำลายล้างคู่ต่อสู้ ทั้งโดยอ้อมและโดยตรง

ปัญหาที่สองก็คือ ปัญหาความแตกแยกทางความคิดความเชื่อและศรัทธาทางการเมืองของคนอเมริกันที่กำลังเป็นไปอย่างสุดขั้ว โดยมีทั้งฝ่ายรักคุณทรัมป์และรังเกียจคุณทรัมป์ใกล้เคียงกัน

กลายเป็นประเทศ 2 ฝ่าย 2 ความคิด และ 2 นครา ที่อาจพูดจากันไม่รู้เรื่องไปอีกนาน แบบที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในบ้านเรา

ใครจะไปนึกล่ะว่าประเทศยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้นำโลกทุกด้าน ไม่ว่า การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา ความเจริญรุ่งเรือง ความศิวิไลซ์อย่างสหรัฐอเมริกา จะมีปัญหา 2 เรื่องนี้เกิดขึ้นได้

มองอย่างพุทธศาสนิกชน ผมก็ได้แต่เห็นใจคนอเมริกัน นึกถึง “กฎแห่งกรรม” ที่คนไทยเรามีความเชื่อว่าใครก่อกรรมอะไรไว้จะได้อย่างนั้น

ที่แล้วมารัฐบาลสหรัฐฯเที่ยวไปแทรกแซงชาติอื่นๆเอาไว้เยอะ ไปก่อเหตุโน่นนี่เอาไว้ก็เยอะ แม้แต่การไปยุให้เกิดความแตกแยกในชาติโน้นชาตินี้ก็ทำมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อถึงเวลากรรมก็เลยตอบสนองทำให้เกิดความแตกแยกในบ้านตนเองขึ้นมาบ้าง ด้วยประการฉะนี้

ก็คงต้องแก้กรรมด้วยการชดใช้กรรมและหันมาทำความดีให้มากขึ้น อีกไม่นานกรรมก็คงจะหมดลง

ห่วงแต่ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่านจะรู้หรือไม่หนอ ว่า บาปบุญคุณโทษคืออะไร เวรกรรมคืออะไร เกรงว่าท่านจะไปก่อกรรม ซ้ำซ้อน ทำให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้นไปซะอีกเท่านั้น.

“ซูม”

13 พ.ย. 2559 08:41 13 พ.ย. 2559 08:41 ไทยรัฐ