วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไงโลกก็ขาดอเมริกาไม่ได้

ชัยชนะถล่มทลายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา ที่พลิกล็อกช็อกโลก กำลังสร้างจินตนาการความวิตกต่อชาวโลกมากมาย จากนโยบายหาเสียงของทรัมป์ โดยเฉพาะนโยบาย America First อเมริกาต้องมาก่อน การยกเลิกข้อตกลงการค้า TPP เพื่อสร้างงานให้กับคนอเมริกันในประเทศ การประกาศทำสงครามการค้ากับจีนด้วยกำแพงภาษีสินค้าจีน 45% การลดภาษีนิติบุคคลสหรัฐฯเหลือ 15% เพื่อดึงให้บริษัทอเมริกันกลับมาลงทุนในประเทศ ไปจนถึง การสร้างกำแพงกั้นสหรัฐฯกับเม็กซิโก และ การเลิกยุ่งเกี่ยวทางการเมืองการทหารในต่างประเทศ

แต่ล่าสุด ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แถลงถึงนโยบายเร่งด่วน 3 เรื่อง ที่จะทำทันทีที่เข้าไปนั่งในทำเนียบขาวคือ การดูแลสุขภาพของประชาชน ความมั่นคงปลอดภัยตามพรมแดนสหรัฐฯ และ การสร้างงาน

ในความเห็นผม บนโลกเบี้ยวใบนี้วันนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะสร้างกำแพงสีชมพู เพื่อปิดกั้นตัวเองจาก แรงงานเม็กซิโก และ โลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การค้า การเมือง การทหาร เหมือนอย่างที่สหรัฐฯเคยทำมาตลอด เพื่อ “สร้างสมดุล” ให้เกิดขึ้นในโลกเบี้ยวใบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทหาร และ การเมืองระหว่างประเทศ มิฉะนั้น 4 ปีจากนี้ จีนจะก้าวขึ้นมาทำหน้าที่นี้แทนสหรัฐฯ ซึ่งคงเป็นเรื่องที่สหรัฐฯทนไม่ได้แน่นอน

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่านโยบายการเมืองของทรัมป์ก็คือ พฤติกรรมของทรัมป์เอง ที่มีความเป็น “นักธุรกิจทุนนิยม” มากกว่าความเป็น “นักการเมือง” ถ้าหาก ทรัมป์ ตัด “ความโลภทางธุรกิจ” ไปไม่ได้ เราก็คงจะได้เห็น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินตามเส้นทางของอดีตผู้นำหลายคนในโลกนี้อย่างแน่นอน

แค่วันที่สองหลังจากที่ชนะการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็แต่งตั้งลูกสาวลูกชายตัวเอง คือ นางอิวังกา ทรัมป์ นายเอริก ทรัมป์ นายโดนัลด์ จูเนียร์ ทรัมป์ และ นายเจเรด คุชเนอร์ ลูกเขยสามีของ นางอิวังกา ทรัมป์ เป็น “ทีมถ่ายโอนอำนาจในทำเนียบขาว” ร่วมกับ ไมค์ เพนซ์ คู่ชิงรองประธานาธิบดี แทนที่จะเป็นทีมงานของพรรครีพับลิกัน ตั้งคนในครอบครัวและเครือญาติเข้าสู่อำนาจตั้งแต่วันแรกเลย

โดยอุปนิสัยส่วนตัวของทรัมป์เอง ก็ไม่ค่อยแคร์อะไรอยู่แล้ว ยิ่งไปดูธุรกิจของทรัมป์ก็ยิ่งเห็นชัด นอกจากอสังหาริมทรัพย์ก็คือ “กาสิโน” หรือ บ่อนการพนัน และ ทรัมป์เองก็เคยล้มละลายไปถึง 6 ครั้ง แล้วฟื้นฟูธุรกิจขึ้นมาใหม่

ก็เอาเรื่องส่วนตัวของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 มาให้ดูตัวตนพอเป็นกระสาย

ทีนี้ไปดูประเด็นที่ผมเขียนว่า ยังไงโลกก็ขาดอเมริกาไม่ได้ เพราะ สหรัฐอเมริกาใหญ่ ใหญ่เกินกว่าที่จะ สร้างกำแพงสีชมพู เพื่อ โดดเดี่ยวตัวเอง ด้วยการไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกที่สหรัฐฯยุ่งอยู่ในปัจจุบัน

ผมมองในแง่เศรษฐกิจเป็นหลัก จากความใหญ่ของจีดีพีสหรัฐฯ ซึ่ง IMF กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประเมินไว้ในปี 2016 จีดีพี สหรัฐฯจะอยู่ที่ 18.561 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 649.635 ล้านล้านบาท เท่ากับ 1 ใน 4 ของจีดีพีทั้งโลก ขณะที่ ประเทศจีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ มีจีดีพี อยู่ที่ 11.391 ล้านล้านดอลลาร์ ทิ้งที่ 3 คือ ญี่ปุ่น ห่างกันลิบลับ จีดีพีญี่ปุ่นวันนี้อยู่ที่ 4.730 ล้านล้านดอลลาร์ ห่างจากจีนถึงสองเท่าครึ่ง ห่างจากสหรัฐฯถึง 4 เท่า

ในแง่การค้าโลก (ตัวเลขปี 2014) จีนมีสัดส่วนการส่งออก 12.4% เป็นอันดับ 1 ของโลก อันดับ 2 สหรัฐฯ มีสัดส่วนการส่งออก 8.6% ของ โลก ด้านการนำเข้า สหรัฐฯมีสัดส่วนการนำเข้าเป็นอันดับ 1 ของโลก สัดส่วน 12.7% ตามด้วยจีนเป็นอันดับ 2 มีสัดส่วน 10.3% ของโลก

ถ้า สหรัฐฯ และ จีน สองประเทศนี้ ทำสงครามการค้ากันเมื่อไหร่ การค้าโลกมีหวังพังยับเยินแน่นอน ผมจึงเชื่อว่า สหรัฐฯใหญ่เกินกว่าที่จะใช้นโยบายโดดเดี่ยวตัวเองได้ หรือ ทำสงครามการค้ากับจีนได้ ไม่เชื่อคอยดูกันต่อไป ตอนหาเสียงก็พูดไปยังงั้น.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

13 พ.ย. 2559 08:35 13 พ.ย. 2559 08:35 ไทยรัฐ