วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ครู”ของแผ่นดิน เปลวเทียนปัญญา

“ครู”ของแผ่นดิน เปลวเทียนปัญญา

  • Share:

“การศึกษา” คือปัจจัยสำคัญ นำไปสู่การพัฒนาประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษาสำหรับประชาชนที่อยู่ในชนบทอย่างมาก ดังที่ทรงได้มีพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษาไว้ ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2516 ความตอนหนึ่งว่า...

“การให้การศึกษาคือ การให้คำแนะนำและส่งเสริมบุคคลให้มีความเจริญงอกงามในการเรียนรู้คิดอ่านและการทำตามอัตภาพของแต่ละคน โดยจุดประสงค์ในที่สุดคือ ให้บุคคลนำเอาความสามารถที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลตน เกื้อกูลผู้อื่นอย่างสอดคล้อง และไม่ขัดแย้งเบียดเบียนแก่งแย่งกัน เพื่อสามารถอยู่ร่วมกันเป็นสังคม เป็นประเทศได้”

จากแนวพระราชดำริสู่แนวทางการนำมาปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา สู่โครงการสำคัญอย่างแนวทางการขยายโอกาสทางการศึกษา จนมาเป็นมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2538 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการขยายโอกาสทางการศึกษาของประเทศ ทำให้ประชาชนทั่วประเทศมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายขึ้น

แนวทางการดำเนินการของ “มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม” นอกจากจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบการศึกษาไทยแล้ว ยังเป็น “ต้นทาง” การดำเนินการของภาคส่วนอื่นๆ ในเวลาต่อมา ที่เป็น “ความสำเร็จ” และเป็น “แรงขับเคลื่อนสำคัญ”

นำไปสู่ “การขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ” จนเกิดผลสัมฤทธิ์ และกลายเป็นแนวคิดของการพัฒนาการศึกษาในยุคใหม่ที่ทำให้ “คนไทยเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น”

ดร.วีณัฐ สกุลหอม รองคณบดี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต บอกว่า จากความสำเร็จด้านการขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีพระราชปณิธานเป็นจุดเริ่มต้น ปัจจุบันการศึกษาเกิดขึ้นแล้วทั่วแผ่นดินไทย ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีสายพระเนตรกว้างไกลด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้แก่ประชาชน นำมาซึ่งประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติ

...ด้วยพระราชปณิธานมุ่งเน้นให้ประชาชนทุกคนต้องได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้บกพร่องทางกาย รวมทั้งชนกลุ่มน้อย เพื่อลดปัญหาคนออกจากระบบการศึกษา

ดร.วีณัฐ ย้ำว่า นอกจากการศึกษาในระบบแล้ว ยังเปิดกว้างในเรื่องการศึกษานอกหลักสูตรด้านอื่นๆอีกมากมาย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของปวงชนชาวไทย ที่ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาไทยอย่างเท่าเทียม และยังเป็นต้นแบบให้ทั้งภาครัฐ...ภาคเอกชน เดินหน้า ในกิจการด้านการขยายโอกาสทางการศึกษาที่เป็นไปตามแนวทางที่เหมาะสม อันเป็นเป้าหมายสูงสุดตามแนวพระราชดำริ...“ครูของแผ่นดิน”

“การจัดการศึกษาแบบขยายโอกาส จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการสร้างคน...คนสร้างชาติ ที่ในปัจจุบันก็ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชนอย่างแพร่หลาย และเป็นแนวทางสำคัญในการเข้าถึงการศึกษาของประชาชนในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งช่วยพัฒนาส่งเสริมการเรียนรู้ให้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

“โครงการ OSOTSPA ROAD TO UNIVERSITY” หนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท โอสถสภา จำกัด ภาคเอกชนที่มุ่งหวังขยายโอกาสทางการศึกษาแบบพิเศษนอกระบบให้กับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ได้มีโอกาสเข้าถึง “การติว” เพื่อเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสในการสอบแข่งขันเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

ธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานอาวุโส เล่าให้ฟังว่า ก่อนเริ่มทำโครงการ OSOTSPA ROAD TO UNIVERSITY เมื่อ 8 ปีที่แล้ว บริษัทได้แนวคิดจากพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องการส่งเสริมการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความรู้ ความคิดของบุคคล

โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการศึกษาของเยาวชนที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญ เพื่อให้เป็นพลเมืองดีมีคุณภาพของประเทศชาติต่อไปในอนาคต

“พระองค์ท่านอยากให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น หรือเท่าเทียมกัน ดังเช่นโครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จะต้อง...สอนง่าย ฟังง่าย เขียนง่าย เข้าใจง่าย เราจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความเท่าเทียมทางโอกาสในการศึกษาของเยาวชนทั่วประเทศ”

“ติวเข้ม” เพื่อสานฝันเยาวชนไทยสู่รั้วมหาวิทยาลัย โดยให้ “ติวเตอร์” ชื่อดังของประเทศมาสอนเทคนิคง่ายๆ เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจง่ายขึ้นในการทำข้อสอบ...จัดครั้งละ 7 จังหวัด และมีการถ่ายทอดไปยังจังหวัดใกล้เคียง น่าดีใจว่ามีเด็กๆให้ความสนใจเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละประมาณ 5 หมื่นคน

“เยาวชนเข้าร่วมกว่าสี่แสนคน สามารถกระจายการให้ความรู้กับนักเรียน ม.ปลายที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และภาคใต้”

ช่วงเดินสายการติวจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม สิ้นสุดเดือนกันยายนไปแล้ว เริ่มต้นที่จังหวัดเชียงราย พิษณุโลก อุบลราชธานี สกลนคร หนองคาย ตราด สงขลา

นอกจากนี้ยังจัดคุณครูแนะแนวที่เริ่มนำร่องไปเมื่อปีที่แล้ว มาปีนี้จะจัดให้มีการแนะแนวทุกจังหวัดที่จัดติว...ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีการแข่งขันกันมากขึ้น ทั้งสอบตรง...สอบแอดมิชชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย การเลือกที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งก็ต่างกันไป

“...จะทำให้คุณครูแนะแนวสามารถแนะนำนักเรียนเพื่อการเตรียมพร้อม เลือกคณะที่จะสอบได้เป็นอย่างดี” ธนาว่า

น.ส.อาสานี ปิ โรงเรียนประทีปวิทยา จ.นราธิวาส บอกว่า เธอเรียนสายวิทย์ อนาคตอยากเรียนพยาบาลที่ มอ. เพราะใกล้บ้าน ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ไม่สงบบ่อยๆ เวลาไปไหนมาไหนก็กลัวเหมือนกัน แต่เผอิญเป็นบ้านเกิด ไม่มีโอกาสได้ไปติวที่อื่น พี่น้องก็ไม่ได้เรียนหนังสือ จึงพยายามมาติวเพื่อที่จะสอบเข้าพยาบาลให้ได้

“ตั้งใจว่าเรียนจบแล้วจะทำงานที่ รพ.นราธิวาส อยากให้โอสถสภาจัดติวที่ภาคใต้บ่อยๆ เพราะพวกเรามีโอกาสในการติวน้อยกว่าเด็กในส่วนกลางเยอะ แต่ไม่เคยท้อถอย...หากประสบความสำเร็จสอบได้ตามที่ต้องการแล้ว ก็จะขอตั้งใจเรียน...จบออกมาเป็นคนดี ร่วมพัฒนาประเทศชาติต่อไป”

อีกเสียงเป็นของ พุทธชาติ อินหงษา โรงเรียนปลาค้าววิทยานุสรณ์ จ.อำนาจเจริญ เขาเล่าว่า กำลังเรียนสายวิทย์-คณิต อยากเรียนต่อคณะนิเทศศาสตร์ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มาติวให้เด็กๆ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ มุมมอง เทคนิคการทำข้อสอบในวิชาต่างๆ ถ้าเป็นไปได้อยากให้จัดติวทุกวิชา

“การติวนอกจากได้รับความรู้ สนุกแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยด้วย ที่สำคัญ...ถ้าสามารถสอบเข้าตามที่ได้ตั้งใจไว้ ตั้งปณิธานขอเป็นคนดี และจบออกมาตอบแทนสังคม...

โดยจะเน้นเรื่องของการให้โอกาสกับคนอื่นๆ ตามรอยพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ที่ได้ทรงสร้างเส้นทางแห่งการพัฒนาด้านการขยายโอกาสทางการศึกษา จนได้รับโอกาสดีๆในวันนี้”

พระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ขยายโอกาสทาง “การศึกษา” เสมือน“เปลวเทียน” ส่องทางแห่งปัญญา...สว่างไสวไปทั่วประเทศ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้