วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าดูแค่ภาพต้องเข้าถึงเนื้อใน

คงต้องดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา...

หลังจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา ขณะนี้เป็นแค่ว่าที่ประธานาธิบดีต้องรอไปอีกจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2560 นั่นแหละครับ...จึงจะมีการสาบานตนเพื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นได้มีการหารือเพื่อส่งมอบตำแหน่งโอบามาได้เปิดทำเนียบขาวเชิญทรัมป์ไปหารือเรื่องการส่งมอบอำนาจ

เป็นประเพณีทางการเมืองที่ดีงาม ซึ่งสหรัฐฯดำเนินการลักษณะนี้มาตลอดเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจจาก “คนสู่คน”

ประเทศไทยน่าจะนำมาใช้เพื่อแสดงให้ประชาชน ไม่ว่าจะใครหรือพรรคการเมืองไหนก็ตาม จะแพ้หรือชนะก็จะมีภาพที่แสดงถึงสปิริต

นี่คือบุคคลที่จะเป็น “ผู้นำประเทศ” คนต่อไป

เพื่อให้เกิดความยอมรับจากสังคมประเทศและเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบสร้างเอกภาพให้ประชาชนได้ซึมซับเป็นเบื้องต้น

ประเทศไทยหลังเลือกตั้งเท่าที่ดูดซับมาตลอดมักเห็นว่าแพ้แต่ยังไม่แพ้ ชนะก็ลิงโลดใจ ผลลัพธ์ที่ตามมาจึงทำให้เกิดความรู้สึกแบ่งแยกตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามาบริหารประเทศ

อีกจุดที่มองข้ามไม่ได้คือ วิธีการเลือกตั้งของสหรัฐฯแม้จะใช้มานานแล้วก็ตามคือการกำหนดให้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งเอาไว้ 270 คะแนน คนไหนได้คะแนน 270 คะแนน

ถือว่าเป็นผู้ชนะเลือกตั้งทันทีไม่ต้องสนใจอย่างอื่น

อีกส่วนหนึ่งมาจากเสียงของประชาชนที่ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งแทบจะไม่มีความหมายอย่างปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งนี้

คือคะแนนเสียงจากประชาชนโดยตรง “ฮิลลารี” ชนะ “ทรัมป์”

เชื่อว่าด้วยวิธีเลือกตั้งที่ใช้ระบบโบราณอย่างนี้อาจจะต้องมีการแก้ไขใหม่

ตรงนี้กระมังที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาความไม่พอใจของฝ่ายที่สนับสนุน “ฮิลลารี” จนทำให้มีการชุมนุมประท้วงกันหลายรัฐจนถึงขั้นเกิดความรุนแรงที่น่าวิตกว่าอาจจะเกิดเหตุบานปลายต่อไปได้

อีกทั้งมีประชาชนบางรัฐประกาศที่จะแยกตัวออกจากสหรัฐฯหรือจะอพยพออกจากประเทศไปอยู่ประเทศอื่นๆ

นักวิเคราะห์มองกันว่า หากการชุมนุมประท้วงยุติลงภายในระยะเวลาไม่นานนักคงไม่เป็นอะไร เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึกไม่ยอมรับ

หากยาวนานออกไปคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ เพราะอาจจะมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังเพื่อหวังผลทางการเมืองในการโค่นล้มก็มีความเป็นไปได้ด้วยการสร้างข้อมูลเพื่อสร้างภาพให้เห็นว่า “ทรัมป์” มีด้านลบอย่างไร

จนเกิดความรู้สึกหวั่นไหว เกลียดกลัวได้เช่นกัน

เพราะการเมืองสหรัฐฯนั้นต้องมองให้ลึกไปกว่าที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น ต้องไม่ลืมว่าเหนือสหรัฐฯยังมีกลุ่มทุนใหญ่ที่มีอิทธิพลอำนาจและบทบาทครอบงำอยู่

เมื่อตัวแทน “เดโมแครต” พ่ายแพ้ก็จะทำให้แผนการต่างๆที่จะต้องดำเนินต่อไปล้มครืนลงทันที

จึงมีเสียงเตือนไปถึง “ทรัมป์” ว่า ก่อนที่จะถึงวันสาบานตนเป็นประธานาธิบดีอีก 2 เดือนกว่าๆนี้ระวังตัวให้ดี

เพราะอาจจะถูก “สไนเปอร์” ส่องเอาได้ทำเป็นเล่นไป...

แต่ก็ยังมีผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งได้มีการชุมนุมและร่วมกันจุดเทียนเพื่อเรียกร้องให้ชนอเมริกันทั้งหลายร่วมกันคิดและระลึกถึงความเป็น “อเมริกา” อย่างมีเอกภาพ

คงได้เห็นประเทศที่ยกตัวเป็น “ต้นแบบประชาธิปไตย” ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?

“สายล่อฟ้า”

13 พ.ย. 2559 08:20 13 พ.ย. 2559 08:21 ไทยรัฐ