วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กสทช.กับข้อสังเกตของ สตง.

ได้รับหนังสือจาก ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ชี้แจงถึงเรื่องที่ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ตั้งข้อสังเกตเอาไว้เพื่อให้เป็นที่เข้าใจการทำงานของ กสทช.อย่างถูกต้องและไม่คลาดเคลื่อนไปจากข้อ เท็จจริง ดังนี้

โดยปกติแล้ว กสทช.ได้ทำตามคำแนะนำของ สตง. เช่นการปรับปรุงการจัดทำและบริหารงบประมาณการปรับปรุงระเบียบ กสทช.ว่าด้วยพัสดุ การดำเนินการประชาสัมพันธ์ การจ้างที่ปรึกษา และการปรับปรุงระเบียบการดำเนินงานอื่นๆ ซึ่งจะต้องมีการนำเสนอที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาด้วย

การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น กสทช.ได้มีการตั้งอนุกรรมการที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ซึ่งมีความรู้ความสามารถ เช่น ศ.พิเศษ ประสพสุข บุญเดช เป็นต้น รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายของ กสทช.ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจตามกฎหมาย ทั้งนี้ การดำเนินงานของ กสทช.ระหว่างปี 2544–2556 มีรายได้เข้ารัฐจำนวน 4–5 พันล้านบาท ต่อมาในปี 2558 มีรายได้จากการประกอบกิจการโทรคมนาคมมากขึ้น จนสามารถจัดทำงบประมาณแบบเกินดุลได้

สำหรับ การจัดซื้อจัดจ้างบางโครงการ ที่ สตง. ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างนั้น กสทช. ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามเอกสารงบประมาณรายจ่ายที่ผ่านแต่ละงานแต่ละโครงการแล้วต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการทุกอย่างรวมทั้ง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 มาพิจารณาใช้ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด

งานด้านการประชาสัมพันธ์ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า จะต้องถึงกลุ่มประชาชนที่ต้องการได้รับการพัฒนาความรู้ความทันสมัย ซึ่ง กสทช.เน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก โดยไม่ได้มุ่งที่จะประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ขององค์กรแต่อย่างใด เช่นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าสู่การเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์จากการออกอากาศภาคพื้นดินในระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัล เป็นต้น

ส่วนการเดินทางไปต่างประเทศนั้น กสทช. ให้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกัน ตามมติ ครม.ซึ่งจะต้องพิจารณาตามภารกิจที่จำเป็นต่อการเข้าร่วมประชุม และปรับลดจำนวนผู้เดินทางและผู้ติดตามไม่เกินคณะละ 5 คน และไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี นอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้หน่วยงานต่างๆมีการศึกษาดูงานในต่างประเทศโดยนำไปรวมกับโครงการจ้างที่ปรึกษา จึงทำให้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ปี 2558 คิดเป็นเงิน 59 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 41เมื่อเทียบกับปี 2557

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของ กสทช. ซึ่งจะต้องผ่านการอนุมัติและพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกองค์กรร่วมด้วย เพื่อต้องการให้การทำงานของ กสทช.มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

13 พ.ย. 2559 08:15 13 พ.ย. 2559 08:15 ไทยรัฐ