วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โยกวีลแชร์ ร่วมสักการะ เผย9ผู้พิการ เดินทาง4วัน มุ่งมั่นถึงกรุง

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเชิญ พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เคยพระราชทานแก่บัณฑิต ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.ธรรมศาสตร์ โดยทรงให้ทบทวนถึงความเป็นครูที่จะส่งเสริมบุคคลให้เป็นคนดีมีคุณค่า ขณะที่พสกนิกรมารอเข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ขณะเดียวกัน สุดปลื้ม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานผ้าถุงสีดำ ที่ทรงออกแบบ พร้อมถุงผ้าสีดำสำหรับใส่รองเท้า และเข็มกลัดโบไว้ทุกข์สีดำ ให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพได้หยิบยืม หวังให้สวมใส่อย่างถูกต้องตามจารีตประเพณี ปวงประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า แห่แหน กันมาแสดงออกถึงความอาลัยและความกตัญญูต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ รวมถึงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรมาตลอดระยะเวลาทรงครองราชย์

พสกนิกรล้นสนามหลวงแต่เช้า

โดยตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 12 พ.ย. พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเข้าแถวเพื่อเข้ากราบแสดงความอาลัยที่หน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยหัวแถวอยู่ที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี หางแถวอยู่ที่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ประกอบกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ทำให้มีประชาชนเข้ามาที่ท้องสนามหลวงมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดเส้นทางการสัญจรจำนวน 27 เส้นทางโดยรอบพระบรมมหาราชวัง รวมทั้งสะพานสมเด็จ พระปิ่นเกล้า แต่ให้สัญจรเฉพาะรถโดยสารประจำทาง รถจักรยานยนต์เท่านั้น ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ท้องสนามหลวงยังคงเป็นไปด้วยความเข้มงวด โดยตำรวจและทหารสนธิกำลังตั้งจุดตรวจบุคคลที่จะเดินทางเข้าสู่ท้องสนามหลวง โดยขอความร่วมมือประชาชนให้พกบัตรประจำตัวประชาชน มาแสดงก่อนเข้าบริเวณพื้นที่

มารอตี 4 ได้เข้าเป็นชุดแรก

ทั้งนี้ กองอำนวยการร่วมศูนย์มิสกวัน กอ.รมน.ทภ.1 ที่ประจำการอยู่บนถนนหน้าพระธาตุ รายงานว่า ทันทีที่มีการเปิดให้ประชาชนผ่านประตูวิเศษไชยศรี ขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ ในเวลา 05.00 น. พบว่ามียอดประชาชนผ่านเข้าประตูวิเศษไชยศรีในชุดแรกรวมทั้งสิ้นถึง 5,243 คน ในจำนวนนี้กลุ่มที่อยู่หัวแถว มาเข้าแถวรอตั้งแต่ตี 4 หลังชุดแรกเข้าไปแล้วยังคงเหลือประชาชนกว่า 6 พันคนที่ยังรอเข้าพระบรมมหาราชวังและเริ่มทยอยเดินทางมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อฟ้าสว่าง สำหรับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเป็นคณะใหญ่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกนำมาจากภูมิภาคต่างๆ ประกอบด้วยราษฎรจาก จ.ราชบุรี สุรินทร์ สุโขทัย และระยอง เป็นต้น

ราชสกุล “ยุคล” ถวายภัตตาหาร

สำหรับพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่สามสิบ นับแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2559 นั้น เมื่อวันที่ 12 พ.ย. เวลา 07.00 น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม

จากนั้นเวลา 15.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพร้อมด้วย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท บำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ตามด้วยเวลา 19.00 น.พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดา มาตุ เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

พระพิธีธรรมจาก 10 พระอารามหลวง

ทั้งนี้ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพตลอด 100 วัน จะมีการสวดพระอภิธรรมพระบรมศพวันละ 9 รอบ ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น.นั้น พระพิธีธรรมจาก 10 วัดพระอารามหลวงในกรุงเทพฯ ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดอนงคารามวรวิหาร วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร จะผลัดเปลี่ยนมาสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันละ 4 วัด วัดละ 4 รูป แบ่งเป็นพระพิธีธรรม ประจำช่วงเวลา 08.00-18.00 น. 2 วัด และพระพิธีธรรมประจำช่วงเวลา 18.00-08.00 น. 2 วัด ในการนี้ สำนักพระราชวัง ได้จัดห้องในพิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นห้องรับรองสำหรับพระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในช่วงเวลา 18.00-08.00 น. ได้จำวัดพักผ่อน หลังเสร็จการพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ รอบเวลา 21.00 น. และกลับมาสวดพระอภิธรรมพระ บรมศพใหม่อีกครั้งในเวลา 05.00 น. ของวันใหม่

ม.ศิลปากรรวมใจถวายพ่อหลวง

อีกด้านหนึ่ง ที่ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ในช่วงสาย บรรดาศิลปิน ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ร่วมจัดงานเขียนภาพ “ในหลวงของประชาชน” โดยมีการวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนกระดานไม้อัดขนาด 2.40×2.40 เมตร จำนวน 89 ภาพ นำมาติดตั้งบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมความงดงามและพระจริยวัตรตลอดจนพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงานยังมีภาพเขียนของ ศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2552 สาขาทัศนศิลป์ ซึ่งได้วาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใช้ชื่อภาพว่า “89/70/4447=9” นอกจากนี้ยังเปิดบริการสกรีนเสื้อเลขเก้าไทยและแจกพระบรมสาทิสลักษณ์ ขนาด เอ 4 จำนวน 4 ภาพ ภาพละ 1,000 ชิ้น ให้กับผู้ที่สนใจมาชมงาน

“ปรีชา” ชี้พระองค์คือเทวดาเดินดิน

ศ.ปรีชา เถาทอง กล่าวถึงพระบรมสาทิสลักษณ์ดังกล่าวว่า ภาพนี้ได้แนวคิดมาจากที่พระองค์ทรงงานเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน เปรียบเสมือนเทวดาที่อยู่บนดิน ตนเลยนำฉลองพระองค์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเคยใส่ ซึ่งเป็นชุดคล้ายกับเทวดา แล้วนำมาเขียนโดยให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มาทรงสวมใส่ เหมือนกับเป็นเทวดาที่ติดดิน คอยช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ ส่วนต้นไม้ที่อยู่รายล้อมพระองค์ท่าน สื่อให้เห็นถึงเกษตรทฤษฎีใหม่ที่พระองค์ท่านทรงคิดค้น ส่วนชื่อภาพนั้น 89 หมายถึงพระชนมายุ 70 หมายถึงทรงงานครบ 70 ปี ส่วน 4447=9 เป็นจำนวนโครงการพระราชดำริ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน นักร้องประสานเสียงและวงดุริยางค์ จากคณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร จัดแสดงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ พร้อมการเขียนภาพประกอบดนตรี โดย ศ.ปรีชา เถาทอง มาวาดรูปน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ด้วยการนำแนวพระราชดำรัสต่างๆมาก่อเกิดมรรคผลและประโยชน์แก่ตนเองและสังคมต่อไปนับจากนี้ ก่อนปิดท้ายงานที่ผู้มาร่วมงานทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ประทานผ้าถุงดำให้ ปชช.ยืม

ส่วนที่เต็นท์ปะรำพิธีข้างประตูวิเศษไชยศรี เวลา 11.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จส่วนพระองค์มาประทานผ้าถุงสีดำ ที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง พร้อมถุงผ้าสีดำสำหรับใส่รองเท้า และเข็มกลัดโบไว้ทุกข์สีดำ สำหรับให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ได้หยิบยืมสวมใส่อย่างถูกต้องตามจารีตประเพณี โดยมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางพรจันทร์ นุกุลประดิษฐ์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้ยังมีบุคคลชั้นนำในวงการแฟชั่นไทย ตลอดจนดาราพิธีกรชื่อดังเดินทางมาร่วม อาทิ นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการนิตยสารโว้ก น.ส.ดิษยา สรไกรกิติกูล ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Disaya นายสมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของแบรนด์ Fly Now น.ส.มิลิน ยุวจรัสกุล ดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์ Milin ม้า-อรนภา กฤษฎี น.ส.พัชรศรี เบญจมาศ หรือกาละแมร์ เป็นต้น สำหรับการประทานสิ่งของให้พสกนิกรใช้ในครั้งนี้ กองงานส่วนพระองค์ขอร้องไม่ให้สื่อเข้ามาทำข่าวถ่ายภาพ โดยให้เหตุผลว่า “พระองค์ต้องการทำให้ประชาชนแบบปิดทองหลังพระ”

ทรงอยากให้แต่งกายถูกจารีต

ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ ทรงมีรับสั่งว่า ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าประชาชนที่เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น ต่างก็มาจากทั่วประเทศ บ้างก็แต่งกายมาไม่เหมาะสม ด้วยความไม่รู้แจ้ง บ้างก็ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการจัดหาเสื้อผ้าที่ถูกต้องตามจารีต จึงทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่ได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงอยากช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ประสบปัญหาเหล่านั้น ให้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพตามความตั้งใจ โดยข้าพเจ้าได้ออกแบบกระโปรงผ้าสีดำที่เหมาะสมในการเข้าเขตพระราชฐาน แล้วได้ชักชวนบรรดาแบรนด์เสื้อผู้มีจิตกุศลทั้งหลายมาช่วยกันผลิตเพื่อให้ประชาชนผู้มาเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพได้ยืมใส่อย่างเหมาะสม ก่อนที่จะเข้าไปยังเขตพระราชฐาน

ต้องนำบัตรประชาชนมาแสดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผ้าถุงดำที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง ได้ประทานแพตเทิร์นให้กับแบรนด์เสื้อชั้นนำ ได้แก่ Asava, Disaya, Fly Now, Greyhound, Issue, Kem, Kloset, Milin, Sirivannavari, Sretsis, Tango, Tirapan, Theater, Tube, Vatanika, Vickteerut ไปผลิตตัดเย็บ รูปทรงเป็นผ้าถุงทรงตรง ที่ดัดแปลงเล็กน้อยให้สวมใส่ง่าย ยาวครึ่งน่อง ตัดเย็บด้วยผ้า สีดำล้วน ไม่มีลวดลาย จำนวน 1,500 ชิ้น ถุงผ้าสีดำ 1,500 ชิ้น เข็มกลัดโบสีดำ ตรงกลางประดับเหรียญหนึ่งบาทสำหรับแจกจ่ายแก่ชาวต่างชาติได้ร่วมแสดงความอาลัย จำนวน 3,500 ชิ้น สำหรับผ้าถุงดำและถุงใส่รองเท้าดำ กรุงเทพมหานครจะนำมาให้ประชาชนได้หยิบยืม ที่เต็นท์หมายเลข 3 ทิศเหนือ ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา เริ่มวันที่ 13 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00 น.พสกนิกรที่ประสงค์จะยืมใส่ ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแลก แล้วส่งคืนที่จุดทางออก ประตูเทวาภิรมย์ ถนนมหาราช ส่วนเข็มกลัดโบไว้ทุกข์สีดำ ทาง กทม.รับเป็นผู้แจกจ่ายให้ชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน

“กาละแมร์” ปลื้มใจได้รับคำชม

ด้าน น.ส.พัชรศรี เบญจมาศ หรือกาละแมร์ พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า ที่มาของโครงการนี้มาจากการที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องจากทรงทราบด้วยพระองค์เองว่า บางคนสวมใส่ชุดที่ไม่ตรงกับระเบียบที่ทางสำนักพระราชวังตั้งไว้ จึงทรงร่วมกับดีไซเนอร์ชื่อดังของไทยหลายแบรนด์ ออกแบบผ้าถุงที่มีทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นดีไซน์ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งเรียบง่ายและทรงคุณค่า นอกจากนี้ ยังทรงห่วงใยประชาชนที่ต้องถอดรองเท้า ขณะขึ้นถวายสักการะบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากเดิมต้องนำรองเท้าใส่ในถุงพลาสติกที่ทำให้เกิดเสียงดัง จึงทรงออกแบบถุงผ้าใส่รองเท้าที่มีรูปทรงสวยงามให้ประชาชน สำหรับทั้งผ้าถุงและถุงใส่รองเท้านั้น ประทานให้กับทางกรุงเทพมหานคร จากนั้นคงจะมีการตั้งจุดสำหรับไว้ให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพได้หยิบยืม นอกจากนี้ พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ยังทรง ออกแบบเข็มกลัดริบบิ้นสีดำด้วยพระองค์เอง ในเข็มกลัดยังมีเหรียญบาทที่มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องด้วยทรงห่วงใยชาวต่างชาติที่เดินทางมา เนื่องจาก บางคนอาจแต่งกายไม่เรียบร้อย เพราะอาจไม่ทราบธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ก็อยากมาแสดงความอาลัย ก็จะสามารถติดเข็มกลัดนี้แทนได้เช่นกัน

“รู้สึกดีใจและปลาบปลื้มใจแทนพสกนิกรชาวไทย ที่พระองค์ท่านทรงเมตตากับประชาชนอยากให้ประชาชนแต่งกายสวยงามสุภาพ ผ้าถุงและถุงใส่รองเท้าที่ทรงออกแบบ ส่วนตัวที่ได้มีโอกาสมาร่วมแจกจ่ายริบบิ้นในวันนี้ มาจากการที่ได้รวมกลุ่มกันตั้งบูธในสนามหลวงชื่อ ยืมผ้าเพื่อกราบพ่อ เพื่อให้ประชาชนที่แต่งกายมาไม่ถูกต้องได้หยิบยืมไปใช้ แล้วนำกลับมาคืนเมื่อถวายสักการะพระบรมศพเสร็จสิ้น มีวันหนึ่งดีใจมาก เมื่อทรงส่งข้อความส่วนพระองค์มารับสั่งกับตนว่า รู้สึกชื่นชมและสนับสนุนในสิ่งที่ทำ ทั้งยังทรงรับสั่งว่า จะออกแบบผ้าถุงให้ประชาชนได้ยืมด้วยพระองค์เอง และขอให้มาช่วยกันแจกจ่ายในวันนี้” พิธีกรชื่อดังกล่าว

ห่วงโรคทางเดินหายใจระบาด

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ภายหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ว่า บริเวณรอบสนามหลวงมีชุดปฏิบัติการทางการแพทย์ คอยช่วยเหลือประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ขณะนี้ประชาชนป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเป็นจำนวนมาก และพบว่าบางคนระหว่างรอมีอาการชักเกร็งรุนแรง จนต้องนำส่งโรงพยาบาล กอร.รส.มีความห่วงใย เมื่อพบว่าตัวเองมีอาการเจ็บป่วย มีน้ำมูก ให้ขอยาและหน้ากากอนามัย จากจุดบริการทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ หรือให้พักรักษาตัวก่อนจนกว่าจะหาย ส่วนประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเป็นหมู่คณะ อยากให้มีการคัดกรองบุคคลที่มีอาการเจ็บป่วย และควรพักรักษาตัวให้หายก่อน ถ้าหากเดินทางมาต้องตากแดดนานหลายชั่วโมงอาจทำให้อาการทรุดลงได้

ช่วยกันดูแลคนป่วยโรคจิต

ขณะที่นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรามีหน่วยบริการทางการแพทย์ให้กับประชาชนทุกจุดรอบท้องสนามหลวง หากรู้สึกเจ็บป่วย ให้ขอรับการรักษาทันที นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอาสาสมัคร นักเรียนพยาบาล นักเรียนนายร้อย และกลุ่มนักศึกษาต่างๆที่คอยช่วยเหลือ พาไปยังเต็นท์พยาบาลได้ ขณะที่คนมีปัญหาสุขภาพจิตปะปนอยู่ ก็ขอให้ประชาชนช่วยสังเกตอาการเบื้องต้น หากพูดจาผิดปกติ คุยคนเดียว หรือมีท่าทีแตกต่างให้ประสานกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อนำตัวไปรักษาหรือโทร.สายด่วน สุขภาพจิต 1323 หรือสายด่วนกู้ชีพ 1669 ได้ตลอด 24 ชม.

การข่าวยังไม่พบสิ่งผิดปกติ

พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการกองบังคับการ ตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 ทุกวันเพื่อประเมินสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางมาท้องสนามหลวง ด้านการข่าวยังไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือเหตุการณ์ร้ายแรง ส่วนกรณีท่าเรือธรรมศาสตร์ ที่ไม่เปิดให้ประชาชนใช้นั้น เนื่องจากท่านี้ เป็นกองอำนวยการของตำรวจน้ำ ที่ต้องคอยดูและท่าเรือทั้งหมด 29 ท่า มีนายตำรวจประจำท่าละ 2 นาย คอยดูแลความปลอดภัย ซึ่งท่านี้ยังใช้สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ช่วยฉุกเฉินอีกด้วย

ผบ.ตร.ตรวจสนามหลวง

จากนั้นเวลา 13.00 น. ที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. เดินทางมาตรวจดูแลความเรียบร้อยประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า เนื่องจากเป็นวันหยุดมีประชาชนเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพจำนวนมาก เบื้องต้น ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ถึงช่วงเที่ยงมียอดกว่า 60,000 คน นอกจากนี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ทำให้มีคนจำนวนมากขึ้น แต่การจราจรไม่น่าเป็นห่วง โดยให้ บช.น.จัดจราจรเป็นหลัก รวมทั้งความปลอดภัย และพื้นที่รองรับการเดินทางของประชาชน

ทรงเชิญพระบรมราโชวาทแก่บัณฑิต

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2558 โดยพระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิต ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าพเจ้ามามอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประจำปีนี้

ตามที่รายงานให้ทราบว่า มหาวิทยาลัยมีนโยบาย ที่จะสร้างเสริมให้บัณฑิตมีความรู้ความสามารถที่ ก้าวหน้า ทันการณ์ทันสมัย และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนและส่วนรวม โดยยึดถือปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทนั้น น่าพอใจอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงขอเชิญพระบรมราโชวาทที่เคยพระราชทานแก่บัณฑิตในที่ประชุมนี้ เกี่ยวกับความเป็นครู ซึ่งเป็นคุณสมบัติประการสำคัญที่จะส่งเสริมบุคคลให้เป็นคนดีมีคุณค่า ให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งว่า ความเป็นครู หมายถึงการมีความรู้ดีประกอบด้วยหลักวิชาที่ถูกต้องแน่นแฟ้นและแจ่มแจ้งแก่ใจ รวมทั้งคุณความดีและความเอื้ออารี ปรารถนาที่จะถ่ายทอดเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นได้ มีความรู้ความเข้าใจที่ดีด้วย ความแจ่มแจ้งแน่ชัดในใจย่อมทำให้สามารถส่องแสดงความรู้ออกมาให้เข้าใจตามได้โดยง่าย ทั้งในการปฏิบัติงานก็ย่อมทำให้ผู้ร่วมงานได้เข้าใจโดยแจ่มชัด ส่วนความหวังดีโดยบริสุทธิ์ใจนั้น จะน้อมนำให้เกิดศรัทธาแจ่มใสมีใจพร้อมที่จะรับความรู้ด้วยความเบิกบาน ทั้งพร้อมที่จะร่วมงานกับผู้ที่มีคุณสมบัติของครู โดยเต็มใจและมั่นใจ

ดังนี้ก็จะทำให้กิจการใดๆที่กระทำอยู่ ดำเนินไปโดยสะดวกราบรื่นและสำเร็จประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสมบูรณ์ ความเป็นครูจึงมิใช่คุณสมบัติเฉพาะสำหรับครูเท่านั้น หากแต่เป็นคุณสมบัติที่จะอำนวยประโยชน์เกื้อกูลมากแก่คนทุกคนและแก่กิจการทุกอย่าง บัณฑิตทั้งหลายแต่ละคณะแต่ละคน ล้วนเป็นผู้มีพื้นฐานวิชาการแน่นแฟ้นดีอยู่แล้ว น่าจะศึกษาเรื่องความเป็นครูให้เห็นจริง และอบรมให้บังเกิดขึ้นพร้อมในตนเองบ้าง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมร่วมกันในชาติบ้านเมืองของเรา ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีแต่ความสุขความเจริญสวัสดี

เต็นท์ ปธพ.แจกอาหาร

สำหรับกิจกรรมจากเหล่าจิตอาสาต่างๆที่เต็นท์ 42 ปธพ.1-5 และแพทยสภา ฝั่งทิศเหนือท้องสนามหลวง หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสำหรับผู้บริหารทางการแพทย์ (ปธพ.) กลุ่มฟ้าทะลายโจร นำโดยนางอภิศราวรรณ วัชรินทร์พร ปธพ.4 นำปาท่องโก๋ ขนมเชงซิมอี๊ ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซึ่งเป็นเจ้าดังจากเยาวราช จำนวน 500 ชุด มาแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ ที่ท้องสนามหลวง โดยนางอภิศราวรรณกล่าวว่า ที่เต็นท์ ปธพ.นี้จะแจกอาหารไปจนครบ 100 วัน โดยจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาในแต่ละกลุ่มต่างๆ โดยวันที่ 12 พ.ย. เป็นของกลุ่มฟ้าทะลายโจร นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่สนใจจะนำอาหาร น้ำดื่มมาแจกในท้องสนามหลวง แต่ไม่มีเต็นท์ ให้แจกที่ เต็นท์ ปธพ.ยินดีจะให้ใช้พื้นที่แจกอาหารและน้ำดื่ม หากใครต้องการสามารถติดต่อได้ที่เต็นท์ ปธพ.42 ได้

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่ประทาน

ส่วนบริเวณหน้ากรมศิลปากร ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง บริเวณเต็นท์รถเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน เวลา 17.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงปรุงอาหารให้ประชาชนได้รับประทาน ซึ่งเป็นเต็นท์ที่แจกข้าวเหนียวไก่ทอด และข้าวจี่ มีประชาชนมายืนต่อแถวรอข้าวเหนียวไก่ทอดอย่างคับคั่ง ทั้งนี้มีพิธีกรและนักแสดง ได้แก่ ชมพู่-อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ แยม-ทิชา ตันติประสุต ช่วยแจกข้าวเหนียวไก่ทอด น้ำเปล่า และผลไม้อีกด้วย

โยกสามล้อ-วิ่งไกลมาถึงแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับประชาชนที่เดินเท้า-วิ่งมาจากภูมิภาคต่างๆได้ทยอยมาถึงท้องสนามหลวง แล้ว อาทิ นายพิภพ เลไธสง อายุ 58 ปี ประธานกลุ่มพัฒนาอาชีพคนพิการ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ที่นำขบวนรถสามล้อมือโยก รวม 9 คัน ของผู้พิการเดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายพิภพมาถึงในช่วงเช้าและกล่าวว่า ออกเดินทางจาก รพ.กบินทร์บุรี ตั้งแต่เวลา 09.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ใช้เวลาเดินทาง 4 วัน ระยะทางกว่า 190 กม. ทุกคนที่มาไม่รู้สึกเหนื่อยถึงแม้จะไม่มีร่างกายสมบูรณ์ แต่ไม่ใช่อุปสรรคในใจนึกเพียงจะมาให้ถึง จากนี้จะน้อมนำพระราชดำริเดินตามรอยพ่อต่อไป ขณะที่นายกัมปนาท ศรีอำภัย อายุ 45 ปี และนายราเชน เผือกทอง อายุ 35 ปี สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร วิ่งจาก อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อนำดอกไม้มาแสดงความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง โดยนายกัมปนาทเปิดเผยว่า วิ่งจาก จ.ชุมพร ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา รวมเวลา 7 วัน ระยะทาง 450 กิโลเมตร เพื่อถวายบังคมพระบรมศพ ส่วนสาเหตุที่ต้องวิ่งมา เพราะอยากมาแบบเหนื่อย เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเหนื่อยมามาก

ไนจีเรียในไทยแสดงความอาลัย

นอกจากนี้ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง นายวิคเตอร์ อเดโอลา ประธานสมาคมชาวไนจีเรียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และผู้แทนชาวไนจีเรีย ประกอบด้วย ดร.ลอยด์ นวาฟอร์ นายบูชิ คริสโตเฟอร์ โอคาฟอร์ บาทหลวงริชาร์ด โอคาฟอร์ และนายคิงสลีย์ คาบูรู มาลงนามในสมุดหลวงแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ นายวิคเตอร์ อเดโอลา ประธานสมาคมชาวไนจีเรียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย กล่าวว่า ชาวไนจีเรียในประเทศไทยเคารพและรัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมาลงนามแสดง ความอาลัยในครั้งนี้ พวกเราชาวไนจีเรียขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต นอกจากนี้ ตนอยากบอกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชไม่ใช่แค่เป็นพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย แต่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์สำหรับทุกคน เพราะนอกจากประเทศไทยแล้ว ชาวไนจีเรียยังนับถือพระองค์คล้ายพระมหากษัตริย์ของชาวไนจีเรียด้วย และเชื่อว่าหลังประเทศไทยผ่านเหตุการณ์นี้ไป หวังว่าคนไทยจะรักกันมากขึ้น เพราะทุกคนรักพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งความรักนี้จะสามารถทำให้คนไทย เป็นหนึ่งอันเดียวกันได้ และสิ่งที่อยากบอกคนไทยนั้นคือ พวกเราเดินทางมาที่นี่เพราะอยากให้คนไทย รู้ว่าชาวไนจีเรียรักในหลวงมากและรู้สึกเสียใจไม่แพ้ กับคนไทย

คนแห่เช่าเหรียญทรงยินดี ร.9

สำหรับที่สวนอัมพร พระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม เปิดให้ประชาชนเช่าบูชาเหรียญทรงยินดี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งวัดจัดสร้าง ในปี 2549 โดยนำเหรียญเนื้อทองแดงราคา 200 บาท ออกมาให้เช่าบูชา 7 แสนเหรียญ รวมทั้งเหรียญเงิน เหรียญเงินหน้าทองคำ และพระกำลังแผ่นดินเนื้อผง เนื้อนวโลหะ สร้างปี 2539 ออกมาให้บูชา ในราคา 300 บาท มีประชาชนจำนวนมากแห่เช่าบูชาคึกคักตลอดทั้งวัน หลายคนเช่าเหมายกลังในราคา 3 หมื่นบาท พระเทพประสิทธิมนต์กล่าวว่า เหรียญทรงยินดีออกแบบและผลิตโดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ทางวัดได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเป็นที่ระลึกในการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์พุทธมณฑลในปี 2549 และยังมีเหลืออยู่ มีคนสอบถามเข้ามาจำนวนมากจึงนำออกมาให้ประชาชนบูชาเป็นที่ระลึกและไว้สักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ตั้งแต่วันที่ 12-16 พ.ย. รายได้จากการจำหน่ายเหรียญจะนำไปสมทบ ทุนจัดสร้างอาคารศูนย์ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทางสติปัญญาครบวงจร ของมูลนิธิช่วยคน ปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ถ่าย MV เพลงถวายพระราชสักการะฯ

นอกจากนี้ ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยราชภัฏ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี ช่วงสายวันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมเหล่าศิลปิน ดารา นักแสดง และนักร้องกว่า 50 ชีวิต ร่วมถ่ายมิวสิกวีดิโอเพลง “เดิมพันที่ยิ่งใหญ่” เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมแสดงความอาลัยพ่อแห่ง แผ่นดิน โดยมี ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา นายณัฏฐ์ เดชะปัญญา อาจารย์ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา และนายอิศรา-กรณ์ สุวรรณทิพย์ กรรมการส่งเสริมกิจการ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา นำนักศึกษาและวงออเคสตรา มาร่วมบรรเลงประสานกับวงดนตรีสากล สำหรับการถ่ายมิวสิกวีดิโอเพลง “เดิมพันที่ยิ่งใหญ่” ในครั้งนี้ จะมีการตัดต่อเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน ความยาว 5.30 นาที ซึ่งระหว่างการถ่ายทำยังได้อาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวาดภาพมาร่วมวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาด 3.3 เมตร ประกอบเนื้อหาในมิวสิกวีดิโอเพลง จนเสร็จสิ้นภายในเวลา 5.30 นาที

ร่วมทำบุญแสดงอาลัยเนืองแน่น

สำหรับในส่วนภูมิภาค ตลอดวันแต่ละจังหวัดมีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลและกิจกรรมเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างพร้อม เพรียง อาทิ ที่หน้าสวนตุงและโคมนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน รวมทั้งชนเผ่าต่างๆ กว่า 2,000 คน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล (ครบ 30 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนที่วัดช้างล้อม ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ว่าที่ ร.ต.พยุงศักย์ สุวรรณโณ นายอำเภอศรีสัชนาลัย นำผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนกว่า 5,000 คน ทำกิจกรรมเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยแปรอักษรสัญลักษณ์เลข ๙ และคำว่า “รักพ่อ” ภายในรูปหัวใจขนาดใหญ่และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้อง แล้วยืนสงบนิ่ง จากนั้นได้ประกอบพิธีสงฆ์และจุดเทียนแสดงความอาลัย โดยผู้ร่วมงานส่วนหนึ่งเป็นชาวเขาเผ่าปกากะญอ บ้านแม่สาน ต.แม่สิน ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯไปให้ความช่วยเหลือและพระราชทานนามสกุลให้มาร่วมงานต่างชูพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เหนือหัวด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เพลงสรรเสริญพระบารมีดังก้องหาด

ด้านนายพิศิษฐ์ พลแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ นำคณะครู นักศึกษากว่า 1,000 คน ร่วมกันแปรขบวนอักษรเป็นสัญลักษณ์เลข ๙ ด้านล่างแปรอักษรเป็นตัวย่อของวิทยาลัย วท.บก. เพื่อร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนที่ชายหาดบางสัก ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายสวัสดิ์ บรรจงพาศ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 จังหวัดพังงา นำคณะครู 101 คน นักเรียน 729 คน ร่วมกันแปรอักษรเป็นรูปหัวใจ คำว่าพ่อ และอักษรย่อ ร.ป.ค. 35 พร้อมหมายเลข 9 รูปหัวใจ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้องและยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายสวัสดิ์กล่าวว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 เดิมชื่อโรงเรียนบ้านบางสัก เคยประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อปี 2547 ทำให้อาคารเรียนเสียหายทั้งหมด ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระ ราชทานความช่วยเหลือสร้างอาคารเรียน ที่พักนักเรียน โดยมีหลายหน่วยงานเข้าไปดำเนินการก่อสร้างจนสามารถเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 และ ปวช. มีนักเรียนกว่า 700 คน และเป็นโรงเรียนที่ให้โอกาสเด็กนักเรียนยากจน กำพร้าได้เข้าเรียนอีกด้วย

ทรงเป็นหลักชัยมาตลอด 70 ปี

ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคสตูล ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีต รมว.ต่างประเทศ อดีตเลขาธิการ อาเซียน ไปบรรยายพิเศษในงานโครงการส่งเสริมการลงทุน “เรื่องอนาคตสตูล” จัดโดยหอการค้า จ.สตูล โดยก่อนเปิดการบรรยาย ได้มีการยืนสงบนิ่ง 90 วินาที แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย ดร.สุรินทร์กล่าวว่า นอกจากคนไทยมีความอาลัยต่อพระองค์ท่านแล้ว พระองค์ท่านยังเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในโลก ที่มีผู้นำประเทศทั่วโลกแสดงความอาลัย คนทั่วโลก 7,300 ล้านคนต่างอาลัย ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์ ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเจริญความรุ่งเรือง และตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ เป็นช่วงที่ฟันฝ่าอุปสรรค ฟันฝ่าวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ไปได้หลายครั้ง พระองค์ท่านทรงเป็นหลักชัยให้ตลอด 70 ปีแห่งการ ครองราชย์ พระองค์ท่านทรงเป็นศาสนูปถัมภกทุกศาสนา

จำหน่ายเหรียญกษาปณ์ ร.9

ด้านนางวิไลรัตน์ อักษรพันธ์ ธนารักษ์พื้นที่นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครศรีธรรมราช ได้กำหนดเปิดจำหน่าย จ่าย แลก เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วาระต่างๆ 3 วาระ คือ เหรียญเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เหรียญรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม และเหรียญ ครบ 50 ปี ฝนหลวงพระราชทาน จำนวน 4,000 ชุด ชุดละ 3 เหรียญ ในราคาชุดละ 60 บาท ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.นี้ เปิดรับบัตรคิวเวลา 07.30 น. 1 คน 1 คิว คิวละ 1 ชุด และเริ่มจำหน่ายเวลา 09.00 น. เพื่อให้ประชาชนที่สนใจเก็บเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังเปิดจำหน่าย จ่าย แลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในวาระต่างๆ ที่จัดสร้างในรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นเหรียญเดี่ยว อีก 3,000 เหรียญ ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย.เป็นต้นไป

บ้านเพชวนจุดเทียนแสดงความอาลัย

ส่วนที่ จ.ระยอง นายไพรัตน์ อรุณเวสสะเศรษฐ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเพ เปิดเผยว่าขอเชิญชาวจังหวัดระยอง และพี่น้องชาวบ้านเพ ร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันอังคารที่ 15 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ณ บริเวณท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งได้ศึกษาเรียนรู้พระราชกรณียกิจและพระราชปณิธานของพระองค์ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งกิจกรรมในงานจะมีการแปรอักษร “๙” ในวงล้อมหัวใจ พร้อมข้อความ “บ้านเพ ระยอง รักพ่อหลวง” ในเวลา 16.00 น. จากนั้นเวลา 17.00 น. มีการบรรเลงเพลงจากวงหัสดนตรี ฐานทัพเรือสัตหีบ และการขับเสภาเพื่อเทิดพระเกียรติ ตามด้วยเวลา 19.00 น.ร่วมเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงความฝันอันสูงสุด พร้อมร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัยให้แสงเทียนสว่างไสวไปทั้งเมือง

จีนซื้อข้าวแจกถวายเป็นพระราชกุศล

ที่ถนนคนเดินด้านหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามสั่งซื้อข้าวหอมมะลิ 20 ตัน ระหว่างสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ จ.ขอนแก่น กับเทศบาลนครขอนแก่น โดยนายหลี่ หมิง กัง กงสุลใหญ่สาธารณรัฐ ประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า รัฐบาลจีนประสานงานมายังสถานทูตจีนประจำประเทศไทย สั่งการให้สถานกงสุลใหญ่ฯดำเนินโครงการเพื่อสังคมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงอนุมัติงบประมาณ 5 แสนบาท สั่งซื้อข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรชาวขอนแก่น บรรจุถุงละ 4 กิโลกรัม จำนวน 5,000 ถุง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ผู้ยากไร้ในชุมชน ซึ่งทางสถานกงสุลใหญ่ฯจะจัดกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ซึ่งครบ 50 วันของการสวรรคต และยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้วย

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเชิญ พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เคยพระราชทานแก่บัณฑิต ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.ธรรมศาสตร์... 13 พ.ย. 2559 00:24 13 พ.ย. 2559 07:20 ไทยรัฐ