วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปู' จ่อเบรกขายข้าว โวดึงคนแห่ช่วย ทำราคาขยับ แล้วชงสอบเงินกกต.

“ยิ่งลักษณ์” เบรกเล่นบทแม่ค้าขายข้าวสาร ฟุ้งสร้างปรากฏการณ์ตื่นตัวทำหลายหน่วยงานแห่ช่วยเหลือชาวนา สัปดาห์หน้ายื่นหนังสือร้องศาลปกครองคัดค้านคำสั่งชดใช้ค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท “อภิสิทธิ์” ยกนิ้วการันตีประกันราคาข้าวดีที่สุด ถ้าเป็นนายกฯ ใช้นโยบายนี้แน่ วอนอย่ามองโรงสีเป็นผู้ร้าย แนะจัดการเป็นรายตัว ต่างจังหวัดคึกคักเปิดตลาดนัดให้เกษตรกรขายตรง ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการสอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวโกงจำนำข้าวเตรียมขยายผลหาผู้ร่วมรับผิดทางละเมิด เล็งคลอดคู่มือสาวทุจริต “วัชระ” เสนอ ปปง.-ป.ป.ช.เช็กสมบัติ กกต.เพื่อความโปร่งใส

หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซื้อข้าวสารหอมมะลิจากชาวนามาจำหน่ายแล้ว 2 รอบ ล่าสุดมีท่าทีจะยุติการนำข้าวมาจำหน่ายแล้ว เนื่องจากหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือรวมทั้งราคาข้าวเริ่มขยับราคาสูงขึ้น

“ยิ่งลักษณ์” เบรกขายข้าวลอต 3

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่รับซื้อข้าวสารหอมมะลิจากชาวนาและนำมาจำหน่ายใน กทม.และสมุทรปราการ กิโลกรัมละ 20 บาท 2 ครั้ง ขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว แต่ยังคงมีชาวนาประสานผ่านมายังอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและทีมงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ช่วยลงพื้นที่รับซื้อข้าวมาจำหน่วยใน กทม. แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นว่า แม้ข้าวที่นำมาขายจะมีปริมาณไม่มาก แต่สร้างปรากฏการณ์ส่งผลหลายหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือชาวนาโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและราคาเริ่มขยับสูงขึ้น มีรายงานข่าวว่า จ.สุรินทร์ มีห้างสรรพสินค้าส่งคนไปรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงแล้ว ในราคา กก.ละ 25 บาท จำนวนหลายสิบตัน ดังนั้นจะให้เป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงไปดำเนินการก่อน จึงยังไม่พิจารณาเรื่องของการขายข้าวลอตที่ 3

จ่อร้องค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีกระทรวงการคลังมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีโครงการรับจำนำข้าว เป็นเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่ง หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว กระทรวงการคลังจะใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ขณะที่หนังสือคำสั่งดังกล่าวถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 19 ต.ค.และจะครบ 30 วัน ในที่ 19 พ.ย. ล่าสุด คนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าน.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมยื่นหนังสือร้องศาลปกครองขอคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เคยทำหนังสือขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ได้รับการพิจารณา โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยืนยันว่าทำถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

เย้ย “วรงค์” กลัวพรรคพวกเสียประโยชน์

นายนิยม ช่างพินิจ อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โจมตีว่าการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กดราคาข้าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา ราคา กก.ละ 12 บาท ไม่ต่ำกว่าราคาตลาดแน่นอน ราคาที่ชาวนาขายได้ในพื้นที่หลังจากตากแห้งแล้ว กก.ละ 7.50 บาท เป็นข้าวสาร กก.ละ 20บาท เท่ากับราคาที่ชาวนาวางขายเองในต่างจังหวัด ข้าวที่นำมาขาย เป็นข้าวที่ไม่ได้คัดเกรด จึงเทียบไม่ได้กับข้าวบรรจุถุงชาวนาขายมีกำไร แต่ลดต้นทุนในส่วนกลางทางและปลายทาง ที่มุ่งโจมตีแต่เรื่องนี้เป็นเพราะว่ากลัวพรรคพวกตัวเองที่ทำธุรกิจค้าข้าวจะเสียผลประโยชน์หรือไม่ และมุ่งโจมตีในลักษณะมือไม่พายเอาเท้าราน้ำได้ แต่สงสารพี่น้องชาวนาพิษณุโลกที่มีผู้แทนเช่นนี้

“มาร์ค” ยันประกันราคาดีที่สุด

เมื่อเวลา 07.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยัง จ.ชุมพร เพื่อเป็นประธานทอดกฐิน ณ วัดศรีสุเทพ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยได้แวะเยี่ยมชมกิจการของบริษัท ตี๋บ้านนก 2005 จำกัด ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับมาตรการแก้ปัญหาข้าวที่กำลังมีราคาตกต่ำว่า เป็นปัญหาตกค้างจากนโยบายเก่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมามีการคาดการณ์ผิด คิดว่าภาวะความแห้งแล้งจะทำปริมาณข้าวน้อย เมื่อข้าวออกมามากรัฐบาลจึงใช้วิธีการแทรกแซง หากตนยังเป็นนายกฯ คงต้องใช้นโยบายการประกันราคาข้าวที่ยุ่งยากน้อยที่สุด ส่วนระยะยาวคงต้องปรับปรุงคุณภาพการผลิต หาวิธีให้ชาวนามารวมตัวกันขายข้าวให้ได้ แต่ที่รู้สึกไม่สบายใจคือ พอข้าวมีปัญหาก็มักมองว่าโรงสีคือผู้ร้าย พยายามทำลายความน่าเชื่อถือโรงสี ควรระบุให้ชัดเจนว่าโรงสีใดทำไม่ถูกต้อง จัดการเป็นรายๆ ไป ส่วนที่มีบางพรรคการเมืองออกมาเปิดจุดซื้อขายข้าวตามที่ต่างๆ คนส่วนใหญ่คงรู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร ใครอยากช่วยเรื่องนี้ถือว่าดี แต่ควรขึ้นอยู่กับหลักความเป็นจริงด้วย

ปัดข่าวลือก๊วน กปปส.ไขก๊อก

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์ กรณีนายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร เขต 3 ออกมาประกาศให้สมาชิกหลายคนของพรรค ที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่ม กปปส.ลาออกจากพรรคไปว่า ขอยืนยันว่าในพรรคไม่มีความขัดแย้ง ทุกคนในพรรคยังอยู่ครบ ไม่มีใครที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับกลุ่ม กปปส.ลาออกจากพรรคแม้แต่คนเดียว ยืนยันว่าไม่เคยเคลียร์ปัญหาใดๆ เรื่องนี้ในพรรค เพราะไม่เคยมีความขัดแย้งยังเจออดีต ส.ส.หลายคนที่เข้าร่วมกับ กปปส. มีเพียงบางคนเท่านั้นที่ไปบวช หากเลือกตั้งเมื่อใด คิดว่าสมาชิกของพรรคก็คงกลับมารวมตัวกัน ทุกคนคงอยากกลับมาเป็นสมาชิกของพรรคเหมือนเดิม

“วรงค์” คิดเลขโชว์ตอกย้ำกดราคา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯช่วยชาวนานำข้าวสารหอมมะลิมาขาย กิโลกรัม (กก.) ละ 20บาท 1 ตันจะได้ 12,500 บาท เท่ากับชาวนาได้เงินเพิ่มว่า เอาเข้าจริงแล้ว 1 ตันคือ 1,000 กก. ถ้าขาย กก.ละ 20 บาท ก็จะได้เงิน 20,000 บาท แต่เป็นเงิจากการขายข้าวสาร ไม่ใช่ขายข้าวเปลือก แต่ข้าวสารหอมมะลิ 1 ตัน ต้องใช้ข้าวเปลือก 2,380 กก. หรือ 2.38 ตัน หากขายข้าวสารหอมมะลิ กก.ละ 20 บาท จะคิดเป็นราคาข้าวเปลือกที่ตันละ 8,403 บาท ถ้าบวกขายแกลบ ปลายข้าว พร้อมรำ ปัดราคาให้เต็มที่เป็น 9,000 บาท เท่ากับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาตันละ 9,000 บาท ต่ำกว่าราคารับจำนำที่รัฐบาลประกาศที่ 9,500 บาท อย่างนี้จะไม่ให้บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กดราคาข้าวของชาวนาได้อย่างไร

สั่งตำรวจช่วยอุดหนุนชาวนา

พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า สั่งหน่วยที่มีหลักสูตรประจำหรือมีโครงการฝึกอบรม เช่น โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ศูนย์ฝึกอบรมของกองบัญชาการต่างๆ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆ พิจารณาจัดซื้อข้าวสารจากเกษตรกรเพื่อนำไปบริโภค ซื้อตรงจากเกษตรกรหรือซื้อผ่านสหกรณ์ได้ตามความจำเป็นเหมาะสม พร้อมให้จัดตำรวจที่ไม่ติดภารกิจเวรยามหรือผู้มีจิตอาสาเข้าช่วยเก็บเกี่ยว ให้อนุเคราะห์จัดพื้นที่ให้เกษตรกรนำข้าวเปลือก ข้าวสาร มาวางจำหน่าย หน่วยที่มีสถานีวิทยุกระจายเสียงในเครือข่าย ต้องช่วยประชาสัมพันธ์ราคา สถานที่ และช่องทางการจำหน่ายข้าวสารให้แก่เกษตรกร แล้วแจ้ง สวพ.91 ทราบ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์

ช่วยเหลือตามรอยพ่อ

ด้าน จ.ร้อยเอ็ด ที่เวทีถนนคนเดินสาเกตนคร หน้าโรงเรียนเมืองร้อยเอ็ด นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกสัญญาความร่วมมือการซื้อขายข้าวสาร ระหว่างกลุ่มเกษตรกร และสหกรณ์การเกษตรใน จ.ร้อยเอ็ด กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้ขายข้าวได้ในราคาดีขึ้น โดยชาวนาขายข้าวสารได้จำนวน 284 ตัน เฉลี่ย ก.ก.ละ 32 บาท เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท

ส่วนที่ จ.มุกดาหาร พ.อ.จตุภัทร วงศ์ศรีเผือก ผบ.นพค.ที่ 24 กล่าวว่า ทางหน่วยได้บูรณาการร่วมกับผู้นำชุมชน คณะกรรมการกลุ่มโรงสีข้าวชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่เร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร เปิดให้บริการสีข้าวฟรีโดยไม่คิดมูลค่ารวม 4 จุด พร้อมนำรำ และปลายข้าวกลับไปใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ ลดภาระค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสนับสนุนให้ประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ น้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

ขณะที่ จ.สุรินทร์ นพ.สมคิด สุริยเลิศ ผอ.รพ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลได้จัดโครงการช่วยชาวนาตามรอยพ่อหลวง เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือ ชาวนาให้นำข้าวสารมาจำหน่าย และยังรับซื้อข้าวสารจากชาวนามาใช้ในโรงครัวของโรงพยาบาลจำนวน 8 ตันต่อเดือนด้วย

เปิดตลาดนัดซื้อขายคึกคัก

จ.นครสวรรค์ น.ส.รัตนพร กิติกาศ เกษตรและสหกรณ์ จ.นครสวรรค์ จัดกิจกรรมตลาดนัดข้าวสารเพื่อช่วยเหลือชาวนา บริเวณตลาดนัดหน้าค่ายจิรประวัติ มีนายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ พล.ต.บุญยืน อินกว่าง ผบ.มทบ.ที่ 31 ค่ายจิรประวัติ ร่วมพิธีเปิดงาน การจัดงานครั้งนี้เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ในการช่วยแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ด้วยการจัดหาช่องทางจำหน่ายข้าวสารให้แก่เกษตรกร

ส่วน จ.กำแพงเพชร นายธานี ธัญญาโภชน์ ผวจ.กำแพงเพชร นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มแปรรูปข้าว ที่เปิดจำหน่ายข้าวสารช่วยเหลือชาวนารวม 2 จุด ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และห้างสรรพสินค้านิคส์แลนด์ อ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับความสนใจจากประชาชนแห่มาซื้อข้าวสารกันคึกคัก

หนุนจับมือทำสหกรณ์เข้มแข็ง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกร ชาวนาชาวไร่ และวิสาหกิจชุมชน รวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน โดยทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน มีเงินทุนหมุนเวียน มีอำนาจต่อรองการซื้อขายสินค้า อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ประมาณ 107 แห่งทั่วประเทศ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งเดือน ต.ค.58-พ.ค.59 มียอดจำหน่ายรวมกว่า 6,300 ล้านบาท รัฐบาลยังต่อยอดการซื้อขายสินค้าของสหกรณ์ โดยเชื่อมโยงกับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มช่องทางการตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก นำข้อมูลผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์ ที่มีคุณภาพดี ไปบรรจุไว้ในตลาดสินค้าสหกรณ์ออนไลน์ www.co-opclick.com

ป.ป.ท.ตั้งอนุฯสอบเอี่ยวโกงข้าว

อีกด้าน นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ท.มีมติให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวในขั้นตอนต่างๆแล้ว 515 สำนวน จากทั้งหมด 986 สำนวน คาดว่าจะเสร็จภายในกรอบเวลา 6 เดือน สัปดาห์หน้าจะเรียกเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของ ป.ป.ท.จากทุกเขตพื้นที่มาประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ และอาจพิจารณาออกคู่มือการสอบสวนคดีทุจริตรับจำนำพืชผลเกษตร เพื่อใช้เป็นกรอบการสอบปากคำและเก็บรวบรวมหลักฐาน

ขยายผลหาผู้ร่วมรับผิดทางละเมิด

นายประยงค์กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบความรับผิดทางละเมิดจากความเสียหายร้อยละ 80 โครงการรับจำนำข้าว ศอตช.ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกือบครบถ้วนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อรายงานภาพรวมต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน ศอตช. วันที่ 15 พ.ย. ข้อมูลที่พบเป็นเพียงรายละเอียดว่าคณะกรรมการชุดต่างๆและบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องในขั้นตอนใดบ้าง เพื่อนำไปขยายผลตรวจสอบลงลึกไปในการกระทำของแต่ละบุคคลที่เข้าข่ายต้องรับผิดทางละเมิดต่อไป

ชี้ “ปู” ไม่ควรจ่ายเบี้ย 3.5 หมื่นล้าน

นายสุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความคิดเห็นคนอีสานกับปัญหาชาวนา” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,168 ราย เขตพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า คนอีสานถึงร้อยละ 25.1 ระบุสาเหตุที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำช่วงนี้ เกิดจากรัฐไม่เตรียมมาตรการรองรับ รองลงมาร้อยละ 17.2 เกิดจากปัญหาพ่อค้าคนกลางและโรงสีกดราคา มีเพียงร้อยละ 16.0 มีความเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถลดพื้นที่การปลูกข้าวได้ตามเป้า ส่วนการให้คะแนนการเตรียมการและแก้ปัญหาของรัฐบาล ร้อยละ 35 ให้คะแนนรัฐบาลระดับพอใช้ ร้อยละ 28.3 ให้คะแนนอยู่ในระดับดี และร้อยละ 22.9 ให้คะแนนอยู่ในระดับแย่ ร้อยละ 12.4 ให้คะแนนรัฐบาลในระดับที่แย่มากและล้มเหลว ส่วนการสำรวจความคิดเห็นเรื่องการเรียกเก็บค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาทจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก พบว่าร้อยละ 37.2 เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่สมควรจ่ายค่าเสียหาย ขณะที่ร้อยละ 31.8 เห็นว่าสมควรจ่ายค่าเสียหาย และร้อยละ 30.9 เฉยๆ ไม่แน่ใจ

ค้านใช้ รธน.ใหม่โละ กกต.

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ กรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดเดิมคนใดไม่ขาดคุณสมบัติสามารถทำหน้าที่ต่อได้ แต่ต้องหา กกต.ให้ครบจำนวนตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ถ้า กกต.ชุดเดิมเข้ามาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ควรมีบทเฉพาะกาลรับรองสถานภาพการทำหน้าที่ต่อไปอีกระยะหนึ่งแล้วค่อยเข้าสู่กระบวนการสรรหาตามกติกาใหม่ แต่ถ้าใครมีคดีความค้างและมีคำพิพากษาออกมาทำให้ขาดคุณสมบัติต้องพ้นไป หาก กกต.ชุดเดิมมีคุณสมบัติไม่ครบตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วต้องออกไปนั้น มองว่าไม่น่าถูกต้องเพราะเขาได้เป็น กกต.ตามรัฐธรรมนูญ ปี 50

ใครก็ได้ขอแค่ทำงานเป็นกลาง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมา ก็ไม่จำเป็นต้องสรรหา กกต.ใหม่ทั้งหมด เพียงแต่หาเพิ่มตามจำนวนที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การทำหน้าที่ กกต. หากทำงานอย่างตรงไปตรงมา เป็นกลาง พิจารณาเรื่องร้องเรียนอย่างสุจริต ไม่เข้าข้างใคร ใครก็ทำหน้าที่ได้

กระตุก กรธ.อย่าหลงประเด็น

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของ กรธ.ที่จะให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัดว่า มีข้อสงสัยว่า หากจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นแล้วจะให้ กกต.จังหวัดทำหน้าที่อะไร ให้นั่งดูอยู่เฉยๆหรืออย่างไร เพราะ กรธ.ยืนยันว่าจะยังคงมี กกต.จังหวัด จะกลายเป็นว่าจะทำหน้าที่ทับซ้อนหรือลักลั่นกันหรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตต่อ กรธ.ว่า การจะให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัดอาจมีอุปสรรคในการทำหน้าที่ 1.ความไม่ชำนาญพื้นที่ ไม่รู้จักบุคคลไม่รู้ภูมิหลังของหัวคะแนนดีเท่า กกต.จังหวัด 2.การจะคงไว้ทั้ง กกต.จังหวัดและเพิ่มผู้ตรวจการการเลือกตั้งต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเพิ่มขึ้น ดังนั้นอย่าหลงประเด็น ที่ผ่านมาชาวบ้านรู้ว่ามีการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.ไม่รู้ หรือหาพยานหลักฐานไม่ได้ ทั้งข้อครหาการรับผลประโยชน์ ทำสำนวนคดีต่างๆถูกครอบงำแทรกแซง ทั้งหมดจึงอยู่ การวางระบบจัดการบริหารและการสร้างวัฒนธรรมภายใน กกต.ยังไม่ปรับปรุงระบบสืบสวนสอบสวนก็คงไร้ผล

ชง ปปง.-ป.ป.ช.เช็กสมบัติ กกต.

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อสรุปของ กรธ.ที่จะให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด โดยจับสลากลงพื้นที่เพื่อป้องกันการเอื้อทุจริตการเลือกตั้งว่า โดยข้อเท็จจริงคนโกงอยู่ที่ไหนก็โกงทั้งนั้น ควรให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน และให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน กกต.กลาง กกต.จังหวัดและที่สำคัญคือฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.ด้วยพร้อมเปิดเผย เพราะที่ผ่านมาอดีต ส.ส. นักการเมืองต่างโจษจันกันอย่างกว้างขวางว่า กกต.เขาซื้อหรือจ่ายเงินกันอย่างไร คนที่ทุจริตนั้นมีจริง แต่เจ้าหน้าที่ที่ดีก็มีมากตนจึงขอให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ กกต.ที่ซื่อสัตย์สุจริตที่ไม่ร่ำรวยจากเงินทุจริต ท่านมีศักดิ์ศรีและเกียรติยศมองหน้าคนในสังคมไม่ต้องอายใครแน่นอน ส่วนที่นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ระบุแนวคิดจะตั้งหน่วยหาข่าวทางลับเพื่อให้สอดรับกับอำนาจที่ กรธ.จะเพิ่มให้ กกต.ตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งทางการเมืองนั้น กกต.ต้องกวาดบ้านตนเองให้สะอาดเสียก่อนจึงจะสามารถทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมขึ้นได้

แนะ กกต.ปรับองค์กรให้พร้อม

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี กรธ.ไม่มีเเนวคิดรีเซ็ต กกต.ก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้กระชับหน้าที่ เพราะการเลือกตั้งจริงๆอยู่ที่การทำผิดในเชิงนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นประชานิยม หรือการซื้อเสียงทั้งหลาย ที่ผ่านมาจับได้เฉพาะการปราศรัยซื้อเสียงบาทสองบาท แต่การซื้อเป็นอุตสาหกรรม กกต.ไม่มีความสามารถ และ กกต.บางส่วนก็ทุจริต ดังนั้นต้องปรับองค์กรให้สมบูรณ์ พร้อมที่จะรับมือกับการเมืองโปร่งใส ส่วนที่จะใช้ผู้ตรวจการเลือกตั้งมาทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัดนั้น เห็นว่า ต้องมีองค์กรมาดูแลส่วนนี้ จะใช้ชื่ออะไรก็ได้ แต่ต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวกการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ไม่ควรมีอำนาจ ไปวินิจฉัย สั่งการใดๆ แต่ต้องไม่มีผลต่อการชี้ถูก ผิดของผู้สมัคร

สปท.เร่งมือทำงานโค้งสุดท้าย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สปท.เปิดเผยว่า จากการหารือและได้เสนอกันเมื่อสองสัปดาห์ก่อนในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) ให้แก้ไขข้อบังคับการประชุมเพื่อกระชับการทำงานของ สปท.ในช่วงที่เหลืออยู่ ล่าสุด วิป สปท.ได้บรรจุระเบียบวาระดังกล่าวเข้าที่ประชุมวิป สปท.เเล้ววันที่ 17 พ.ย. ก่อนเสนอที่ประชุมใหญ่ต่อไป การแก้ไขข้อบังคับมี 2 ส่วนคือ 1.ต้องปรับกระชับการทำงานที่เหลืออยู่ให้มีประสิทธิภาพ ชัดเจน รวดเร็ว ประชาชนสัมผัสได้ 2.เรื่องกฎหมายให้แก้ไขข้อบังคับให้ สปท.อย่างน้อย 2 คน เข้าไปมีส่วนเป็น กมธ.ร่วมกับ สนช. พิจารณากฎหมายแต่ละฉบับโดยเฉพาะฉบับที่เกี่ยวกับการปฏิรูป รวมไปถึงร่วมพิจารณากฎหมายลูกด้วย

“ยิ่งลักษณ์” เบรกเล่นบทแม่ค้าขายข้าวสาร ฟุ้งสร้างปรากฏการณ์ตื่นตัวทำหลายหน่วยงานแห่ช่วยเหลือชาวนา สัปดาห์หน้ายื่นหนังสือร้องศาลปกครองคัดค้านคำสั่งชดใช้ค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท 13 พ.ย. 2559 00:08 13 พ.ย. 2559 03:12 ไทยรัฐ