วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เจษ' รับบทยิ่งใหญ่ ย้อนไปในละครได้ย้อนคิด ตั้งใจเป็นคนดี ทำตามในหลวง ร.๙

เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้ร่วมแสดงในละครพิเศษ “เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรีส์” ที่ ช่องวัน 31 จัดทำขึ้นพิเศษในเรื่องราวถ่ายทอดถึงการนำพระราชดำรัสมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทำให้พสกนิกรชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากเป็นความภูมิใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเหล่านักแสดงและทีมงานแล้ว สำหรับ เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ การได้ย้อนไปในละคร เหมือนทำให้ชีวิตจริงของพระเอกหนุ่มได้ย้อนคิดอะไรใหม่....

รับบทเป็นอะไร? “รับบทเป็นพอร์ช เด็กวัยรุ่นสมัยใหม่ที่ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยเพราะคิดว่าตัวเองมีเงินและไม่ได้ผูกพันกับพระเจ้าอยู่หัวเท่าไหร่แล้วไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงเสียใจมากเหลือเกิน แต่ไม่ได้แปลว่าเค้าไม่เสียใจนะครับ เค้าแค่อยากให้ทุกๆอย่างกลับมาเป็นปกติเร็วที่ สุดและอยากให้แม่ของเค้าไม่ต้องร้องไห้เสียใจ เค้าไม่รู้ว่าทำไมคนรุ่นก่อนๆถึงผูกพันกับพระเจ้าอยู่หัวขนาดนั้น จนวันนึงเค้าประสบอุบัติเหตุและได้กลับไปปี 2523 ซึ่งเป็นยุคของคอมมิวนิสต์ ทำให้เค้าได้เรียนรู้ถึงความยากลำบาก ได้เรียนรู้ว่าจริงๆที่ตัวเองใช้ชีวิตอยู่อย่างฟุ่มเฟือย ยังมีคนที่ยากจนถึงขั้นไม่มีจะกิน ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า น้ำประปา ซึ่งในหลวงท่านเล็งเห็นและเสด็จฯไปช่วย ช่วยสร้างเขื่อน สร้างงาน พอได้ไปอยู่ตรงนั้นเค้าถึงเห็นว่าจริงๆไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่ท่านทรงทำเพื่อชาวไทย แต่ครั้งนี้มันเป็นแค่ครั้งที่เค้าได้รู้ ได้สัมผัสจริงๆ ในที่ที่เค้าคิดว่าลำบากจนอยู่แทบไม่ไหวแต่ในหลวงกลับเสด็จฯไปโดยไม่รู้สึกว่าตรงนั้นลำบากเลย ในหลวงยินดีจะช่วยคนไทย แม้จะเป็นคอมมิวนิสต์ที่อาจไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลหรือระบอบกษัตริย์ ในหลวงก็ไปช่วย ยิ่งทำให้เค้ารู้สึกเห็นคุณค่าและซึบซับความรู้สึกรักในหลวงของคนรุ่นเก่า ทำให้พอกลับมาปัจจุบัน พอร์ช กลายเป็นคนที่รักในหลวงมากๆ เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจจากคลิปของบีบีซี ที่พระองค์ท่านตรัสว่า พระองค์ไม่ได้สู้กับคอมมิวนิสต์ แต่พระองค์สู้กับความอดอยากหิวโหยของประชาชน รวมๆคือไม่ว่าคอมมิวนิสต์ หรือเราทุกคน ก็คือคนไทย ทุกคนรักในหลวงเหมือนกัน”

ฉากประทับใจในการถ่ายทำ? “มันมีฉากนึง ตัวละครที่ผมเล่นถูกย้อนไปในอดีต แต่ตัวเค้าเองยังไม่รู้ จนพี่อาร์-อาณัตพล วิ่งมาบอกพ่อของเค้าว่าในหลวงเสด็จ เราก็งงว่าในหลวงสวรรคตแล้วนี่ เรายืนช็อก ถามตูมตาม-ยุทธนาว่าปีนี้ปีอะไร เค้าบอกปี 2523 เราช็อกมองปฏิทิน คือเรากลับไปในอดีตอยู่ในยุคคอมมิวนิสต์ เป็นฉากที่พี่อาร์เพิ่งกลับจากรับเสด็จพร้อมครอบครัวด้วยความดีใจและจะไปช่วยท่านทำฝาย เรารู้ว่าท่านสวรรคตแต่สิ่งที่เราเห็นตรงหน้าเราได้เห็นความสุขที่เราไม่เคยเห็น ของคนที่อยู่ในที่ที่ท่านเสด็จฯไปจริงๆ ความรู้สึกเหมือนกับที่ตอนนี้พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว แล้วเราดูคลิปต่างๆที่ท่านเสด็จฯไปตามที่ต่างๆ เราเกิดทันในยุคของท่าน แต่เราไม่เคยมีความรู้สึกซึมซับอะไรเลยมารู้สึกว่าท่านทำเพื่อทุกคนขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ทำไมเราถึงไม่รัก ทุกคนก็ไปกราบรูปในหลวงที่ปฏิทินด้วยความดีใจ แต่เรากราบลงไปพร้อมกันด้วยอารมณ์อีกแบบ ด้วยอารมณ์ว่าผมขอโทษ ที่ผมเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่พระองค์ทรงทำมันมากมายและทำให้คนมีความสุขขนาดนี้ วันที่จุดเทียนตอนเช้าผมถ่ายในสตูดิโอเป็นยุคที่เราได้กลับมาแล้ว ผมถ่ายฉากเดียว ร้องไห้หนักมาก ร้องไห้จนรู้สึกว่ามองอะไรไม่เห็น จนคนถามว่าป่วยรึเปล่า แต่มันรู้สึกจริงๆ”

มองผ่านตัวละครนี้ เล่นยากแค่ไหน? “มันเป็นครั้งนึงในชีวิต ทั้งชีวิตผมไม่เคยทำอะไรให้พระองค์ท่านเลยและสิ่งนี้มันจะอยู่ในใจผมตลอดไป อยู่ให้คนไทยเห็นตลอดไปว่าครั้งหนึ่งเราเคยอยู่ในละครเรื่องนี้ แค่เราเป็นส่วนหนึ่งของของละครเทิดพระเกียรติครั้งนี้ มันคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริงๆที่สุดในชีวิตครับ ตัวละครนี้ยากเหมือนกันแต่เราก็พยายามทำให้มันกลมที่สุด ผมเชื่อว่าคนสมัยใหม่ อายุประมาณผมตามตัวละคร ทราบข่าวในหลวงสวรรคตไม่มีใครไม่เสียใจ แต่เค้าอาจจะเสียใจน้อยกว่าคนรุ่นเก่าเพราะไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องอยู่กับความเศร้าไม่เดินต่อไป แต่สิ่งที่ตัวละครเจอ มันทำให้เค้าเข้าใจว่าทำไมคนรุ่นเก่าถึงเศร้า สิ่งที่ผมได้รับมาจากเรื่องนี้ จริงๆมันไม่ได้คำสอนซะทีเดียว ผมได้รู้ว่าคนที่แค่ฟัง ไม่เท่าคนที่เห็นจริงๆ เราเป็นเด็กวัยรุ่นได้ยินว่าท่านทรงทำสิ่งต่างๆ มันคือนามธรรมที่เราอาจไม่ได้เห็น พอในวันที่เราเห็นจริงๆ เราไม่ต้องคิดเลยว่าคำสอนของท่านคืออะไร เราแค่เห็นว่าท่านทำอะไรบ้าง แล้วเราลองคิดสิว่าถ้าเราเป็นกษัตริย์ เราจะทำมั้ย เราจะไปเดินลุยป่าแบบนั้นมั้ย เราเป็นคนธรรมดาเรายังไม่เดินเลย แต่ท่านลงไปขนาดนั้นเพื่อไปช่วยคน ย้อนกลับมามองตัวเองว่าบางทีเรายังไม่เอาเลย ถ้าเราได้เห็นจริงๆ หรือแม้แต่เราดูคลิปต่างๆมันทำให้เรารู้เลยว่า ท่านคือพ่อของทุกคน ท่านไม่ได้มองว่าใครเป็นใคร ฐานะเป็นยังไง”

การได้ย้อนไปในละคร เหมือนทำให้ชีวิตจริงเราได้ย้อนไปเห็นพระมหากรุณาธิคุณและได้ย้อนคิดด้วย? “หลังจากที่ผมถ่ายเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดอีกแบบ ได้โตไปกับตัวละคร ทุกอย่างมันยังอยู่ในตัวเราอยู่ ทำให้เราย้อนกลับมาคิด ลองคิดแทนว่าพระองค์ท่านอยากให้เราทำอะไรเพื่อคนอื่น อยากให้คนไทยเป็นคนดี มันเปลี่ยนแนวคิดการใช้ชีวิตเลย เราทำตามพระองค์ท่าน พระองค์ทำดีอย่างไร ทรงอยากเห็นคนไทยเป็นอย่างไร เราก็ทำให้เป็นอย่างนั้นครับ”.

เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้ร่วมแสดงในละครพิเศษ “เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรีส์” ที่ ช่องวัน 31 จัดทำขึ้นพิเศษในเรื่องราวถ่ายทอดถึงการนำพระราชดำรัสมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทำให้พสกนิกรชาวไทยมีชีวิต 12 พ.ย. 2559 13:39 12 พ.ย. 2559 13:40 ไทยรัฐ