วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 13/11/59

โดย สีกาอ่าง

รูปเหมือนครึ่งพระองค์ กองมหาดเล็กราชองครักษ์ พ.ศ. ๒๕๑๖ หมายเลข ๑๑๑๑.

วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย. เป็นวันครบ 30 วันแห่งการเสด็จสู่สวรรคาลัย ของ “ในหลวง” ทีมงาน สนามพระวิภาวดี จึงขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรมาตลอดพระชนม์ชีพ ดังว่า ดล 70 ปีทอง ทรงครองฉัตร ประศาสน์รัฐประสบสุข พ้นทุกข์เข็ญ ทศพิธราชธรรม ทรงบำเพ็ญ เพื่อร่มเย็นแห่งอาณาประชากร.....

วันนี้ ขอเปิดสนามด้วย พระเครื่องเพียงหนึ่งเดียว จากฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คือ พระพิมพ์จิตรลดา หรือ พระสมเด็จจิตรลดา อีกหนึ่งพระอัจฉริยภาพ ด้านพุทธศิลป์.....

กำเนิดของพระพิมพ์นี้ เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2508 คราวจัดสร้าง พระพุทธนวราชบพิตร เพื่อพระราชทานเป็นพระพุทธรูปประจำทุกจังหวัด.....

โดยทรงโปรดฯให้ อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ นายช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เป็นผู้ปั้นหุ่นองค์พระ ณ พระตำหนักจิตรลดาฯ โดยใช้ พระพุทธรูป ภปร. วัดบวรนิเวศฯ ฝีมือ อ.ไพฑูรย์ เป็นต้นแบบ.....

แต่มีพระราช ดำริให้แปลง พระกร จาก ปางประทานพร เป็น ปางมารวิชัย โดยทรงตรวจสอบพุทธศิลป์ ด้วยพระองค์ จนเป็นที่พอพระทัย แล้วจึงให้ อ.ไพฑูรย์ จำลององค์เป็น พระพิมพ์ จิตรลดา เพื่อบรรจุติดไว้ฐานด้านหน้า องค์พระพุทธนวราชบพิตร และอีกส่วน พระราชทานข้าราชบริพารและทหารที่ไปร่วมรบเวียดนาม เกาหลี.....

อ.ไพฑูรย์ ได้แกะแม่พิมพ์ถวาย โดยจำลองย่อองค์พระพุทธนวราชบพิตร ประทับนั่งเหนือฐานบัว 9 กลีบ ตามลำดับรัชกาล ในกรอบทรง 3 เหลี่ยม ลงใน หินมีดโกน เมื่อทรงนำมวลสารทดลองกดพิมพ์ ได้องค์พระออกมาพิจารณาแก้ไขหลายครั้งจนเป็นที่พอพระทัย จึงนำไปจัดสร้างพระพิมพ์ด้วยมวลสารในพระองค์ อาทิ เส้นพระเจ้า พวงมาลัยบูชาพระแก้วมรกต พวงมาลัยบูชาพระขรรค์ชัยศรีในพระราชพิธีฉัตรมงคล สีจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ สีที่ขูดจากเรือใบพระที่นั่ง.....

และยังให้กระทรวงมหาดไทย รวบรวมมวลสารมงคลศักดิ์สิทธิ์จากทั่วราชอาณาจักร มาเป็นมวลสาร ด้วยประสงค์ให้องค์พระมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ครบถ้วน .....

โดยใช้เวลาหลังทรงงาน จัดสร้างด้วยพระหัตถ์ทุกองค์ เริ่มแต่ปี พ.ศ. 2508-2513 ซึ่งผู้ใกล้ชิดเล่าว่า ทรงปรับปรุงแก้ไข และพระราชทานไปด้วย รุ่นแรกๆยังไม่มีใบประกาศ (เห็นได้จากองค์พระยังไม่งามนัก) ปีต่อๆมา มีการปรับสูตร ผสมเนื้อพระตกแต่งพิมพ์ องค์พระหนากว่าเดิม และงดงามขึ้นเป็นลำดับ.....

ถึงปี พ.ศ.2512 คณะแพทย์ประจำพระองค์ทูลขอให้หยุดสร้าง เพราะเกรงผงฝุ่นจะเป็นอันตรายกับพระสุขภาพ และมีการพบว่ามีการสร้างพระปลอม จำหน่าย พระองค์เกรงจะสร้างความเดือดร้อนให้พสกนิกร จึงทรงยุติการสร้าง แต่ยังมีพระที่สร้างไว้ พระราชทานถึงปี พ.ศ.2513.....

จากที่เห็นๆหมุนเวียน ในวงการพระ คาดว่า ทรงสร้างพระพิมพ์จิตรลดาไว้ไม่เกิน 4,000 องค์ ซึ่งไม่มีทางพอกับความต้องการ ทำให้ความนิยมเคยพุ่งสูงสุดถึง 3-4 ล้าน จนเมื่อ พ.ศ.2548-49 มีพวกไม่รู้ฟ้ารู้ดิน ทำพระปลอมฝีมือดีเข้ามาในวงการ ทำให้ราคาความนิยมลดน้อยลงมาก เหลือ 7-9 แสนบาท.....

แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อเสด็จสวรรคต สิ่งสัญลักษณ์ที่ระลึกอันเกี่ยวกับพระองค์ทุกชนิด จึงกลับมาเป็นที่แสวงหา พระพิมพ์จิตรลดา จึงมีราคาพุ่งขึ้น หลักล้าน และหลายล้าน อีกครั้ง.....

ยิ่งเป็นองค์สวยเยี่ยม อย่างองค์ในภาพของ เสี่ยระ ภูเก็ต นักนิยมพระเครื่องมืออาชีพ คลื่นลูกใหม่ใจถึง เลือกเล่นแต่ของแท้ ของดี สวย ที่สำคัญ เงินถึง เพราะมีนายหัวเมืองใต้มากมายไว้ใจให้จัดหาพระเครื่องของขลัง.....

บรรยายองค์เดียว ก็จะหมดสัมปทาน องค์ต่อไปขอไปเร็วๆ คือ รูปเหมือนจำลอง ในหลวง ครึ่งพระองค์ ทรงเครื่องแบบราชการ ซึ่งมีพระบรมพระราชานุญาต ให้กองมหาดเล็กราชองครักษ์ จัดสร้างเป็นที่ระลึก คราวงานพระราชพิธีครองราชย์ครบรอบ 25 ปีโดยศิลปิน อ.ไข่มุก ชูโต เป็นผู้ปั้นหุ่นต้นแบบ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๖ ทุกองค์มีหมายเลขกำกับ.....

เป็นรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ ๑ ราคาเล่นหาอยู่ที่ หลายแสน สำหรับองค์ที่มีหมายเลขทั่วไป แต่สำหรับองค์ที่มีหมายเลขเด่นเป็นมงคล อย่างองค์หมายเลข ๑๑๑๑ นี้ ราคา หลายล้าน ทีเดียวเชียว.....

ตามมาด้วย พระปิดตา เนื้อเมฆพัตร พิมพ์เล็ก (แต่งเก่า) หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ องค์นี้ของ เสี่ยทราย เมืองตรัง สภาพงามระดับแชมป์ ซึ่งระยะนี้มีมาให้ชมบ่อยเพราะเป็นพระอินเทรนด์.....

เขียนเรื่องไปเยอะแล้ว แต่ยังมีอีกนิดเรื่อง เนื้อเมฆสิทธิ์ ของวัดอนงคาราม จะมีลักษณะผิวเนื้อละเอียดเนียนแน่น สีเนื้อวรรณะเปล่งปลั่งใสมีประกายรัศมีออกเหลืองอมเขียวแบบสีปีกแมลงทับ บางองค์วรรณะเนื้อออกเหลืองอมเขียวอมแดง ผิวนอกหากโดนสัมผัสขัดถูจะกลายเป็นสีขาว แต่ไม่นานจะกลับเป็นสีเดิม.....

ส่วนเรื่องลักษณะ พระพิมพ์ปิดตา ที่มี พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก จุดสังเกต พิมพ์ใหญ่ รูปทรงจะเป็นกลมมน ด้านหลังมีเนื้ออูมนูน มีทั้งแบบ แต่ง และ ไม่แต่ง--ส่วน พิมพ์เล็ก รูปทรงมักเป็นสามเหลี่ยม ด้านหลัง แบนเรียบ.....

องค์ต่อไป เป็น พระพุทธรูปบูชา สุโขทัย หมวดวัดตะกวน ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ซึ่งเป็นศิลปะผสมผสานระหว่างพุทธศิลป์เชียงแสนลานนา กับพุทธศิลป์จินตนา การช่างสุโขทัย ที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือช่างระหว่างช่วงรอยต่อของยุคสมัยที่ปลายยุคจะเสื่อมถอย กับยุคใหม่ที่เริ่มรุ่งเรือง.....

ศิลปะหมวดนี้ เกิดขึ้นด้วยฝีมือช่าง ซึ่งหลบภัยสงครามมาชุมนุมรวมอยู่ที่วัดตะกวนมีการแลกเปลี่ยนความรู้ เกิดเป็นพุทธศิลป์งดงามที่มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ได้รับการยกย่องเป็น ศิลปะพระวัดตะกวน.....

อย่างองค์นี้ พิจารณาได้จากเนื้อโลหะ รูปพระพักตร์ เม็ดพระศก ที่บอกชัดถึง พุทธศิลป์เชียงแสน ส่วนองค์ที่เป็น ทรงชะลูด คอดโค้งพลิ้วไหว เนื้อในพระเนตรแบบตาเนื้อ ก็บอกความเป็น พุทธศิลป์สุโขทัยไว้ชัดเจนเช่นกัน เป็นการผสมผสานพุทธศิลป์ต่างสมัยได้อย่างลงตัว กาลสมัยอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 18 องค์ในภาพเป็นพระถึงยุคถึงศิลป์ ขนาดใหญ่ ที่มีความสมบูรณ์งดงามเป็นที่สุดองค์หนึ่ง--เคยเห็นเป็นของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ เวลานี้เป็นของใครต้องถามกัน.....

ต่อด้วย พระรอด พิมพ์ต้อ กรุวัดมหาวัน ลำพูน ของ เสี่ยพรรค (เจ้าเก่า) เหมือนกัน.....

ในอดีต สุดยอดพระเครื่องเมืองเหนือพิมพ์นี้ ได้รับความนิยมเป็นอันดับรองๆ ในตระกูล แต่ปัจจุบัน พระรอด ทุกพิมพ์หายาก แพงลิบ ราคาไล่หลังตามติดกัน พิมพ์ต้นๆ หลักสิบล้าน พิมพ์รองก็ตามมาหลายล้าน ที่สำคัญพิมพ์ต้นๆ มีเงินไม่มีพระ แต่พิมพ์รองๆยังพอหาได้ ขอเพียงเลือกองค์งามๆสภาพเดิมๆแบบองค์นี้ เงินก็ไม่หาย พระก็ได้ใช้บูชา ราคาอนาคตก็เพิ่ม.....

รายการสุดท้าย เป็นเครื่องรางของขลังที่ สีกาอ่าง ชอบมากเพราะประทับใจเรื่องราวจากมหากาพย์รามเกียรติ์ คือ หนุมาน ของสุดยอดพระเกจิ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน อ.ปากเกร็ด นนทบุรี ตัวนี้เป็นงาน ไม้แกะ หน้ากระบี่ สวยขลังอลังการ.....

พระหลวงพ่อสุ่นเป็น เกจิอาจารย์ ยุคสงคราม เป็นต้นตำรับการสร้างเครื่องรางรูปหนุมาน ที่มีความงามด้วยศิลป์ชั้นสูง อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง คุ้มครองป้องกันภัย เสริมส่งอำนาจวาสนาบารมี.....

กล่าวกันว่าในอดีต ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระยาพหลพลพยุหเสนา กับ จอมพลสฤษดิ์ ล้วนใช้บูชา หนุมานหลวงพ่อสุ่น ขนาดใช้เป็นสัญลักษณ์ในการทำปฏิวัติ ถึงยุคนี้ก็แว่วว่า บิ๊กๆมีใช้กันหลายท่าน.....

หนุมานหลวงพ่อสุ่น มีสองลักษณะ คือแบบ หน้าโขน มีลวดลายอย่างศิลป์ไทยแต่งองค์ทรงเครื่องหรูหรา และแบบ หน้ากระบี่ ฝีมือช่างจีน แบบองค์ในภาพนี้ของ เสี่ยหมึก ท่าพระจันทร์ ที่บอกได้ว่าเป็น ลิงหน้าตี๋ ตัวงามสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ปรากฏ.....

ความละเอียดของ เนื้อไม้แกะ เห็นชัดว่าเป็นตัวพิเศษ ที่ตามตำราว่าทำจาก รากไม้พุด ที่ชอนไปทางทิศตะวันออก เป็น เคล็ดลับ ของการทำตัวพระเอกที่มีสร้างไว้นับตัว เฉพาะให้คนสำคัญ.....

ถามราคาตัวธรรมดา อยู่ที่ หลักมากแสน สำหรับตัวสวยสร้างพิเศษ หลักล้าน แน่ แต่จะกี่ล้านต้องถาม ไม่กล้าเดา เพราะยุคนี้เครื่องรางของขลังแพงพุ่งปรู๊ด.....

เข้าสนามพระใหม่ ซึ่งตอนนี้สำนักวัดไหนที่มีวัตถุมงคลหรือของที่ระลึกที่เกี่ยวกับ “ในหลวง ร.9” ก็นำออกมาให้บูชากันเอิกเกริก.....

รุ่นที่กำลังดังมากคือรุ่นที่จัดสร้างในมหามงคลวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พุทธศักราช 2539.....

พระราชพิธีกาญจนาภิเษก ถือเป็นพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่และสำคัญ พระราชพิพัฒน์โกศล (ขณะนั้น) เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย ได้ปรารภกับ นายเติม-นางจ่าง พรมจีน ถึงการสร้างโรงพยาบาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ครอบครัวนายเติม จึงมีจิตศรัทธาถวายที่ดิน 7 ไร่ ซึ่งติดกับหมู่บ้านเศรษฐกิจ แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพ มหานครให้กับเจ้าคุณ เพื่อสร้าง โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ซึ่งมีความหมายว่า “พระราชาผู้ทรงทำความเจริญยิ่ง”.....

ในการนั้น ได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึกสร้างโรงพยาบาลราชพิพัฒน์มอบให้เป็นที่ระลึกและเฉลิมพระเกียรติ โดย พระบรมราชานุญาต ออกแบบและผลิตโดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง.....

และพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงโปรดฯ ให้ สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ประกอบพิธีมหาชัยมังคลาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว เมื่อ ๒๕๓๙ โดยพระภาวนาจารย์ 109 รูปสวดเสก.....

และทรงโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จฯแทนพระองค์ เปิดโรงพยาบาล เมื่อ ๙ เมษายน ๒๕๔๒.....

ที่มาเป็นสิริมงคลและกุศลเจตนาดีงาม พอเจ้าคุณนำเหรียญรุ่นนี้ออกมาให้บูชาที่สวนอัมพร จึงถือเป็นวาสนาที่จะได้บูชาเหรียญทรงคุณค่าแห่งชาติที่จารึกภาพประวัติศาสตร์--เปิดจำหน่ายถึง 16 พ.ย. .....

ลากันด้วยเรื่อง ลุงกมล ข้าราชการ ซึ่งเล่นพระมานาน พอเกษียณ ก็ว่างมาก และอยากมีรายได้เพิ่ม จึงเล่นหุ้น โดยเอาเงินเก็บไปซื้อหุ้น พยายามศึกษาหาข่าว.....

แต่ก่อนลงทุนทุกครั้ง จะถือเคล็ด ตระเวนทำบุญ และหาบูชาพระเครื่องของขลังสร้างใหม่ เลือกหลวงพ่อดังๆพิธีดีๆ ที่โฆษณาว่ามีอานุภาพด้านโชคลาภ มาใช้บูชาติดตัว--ก็แปลก เพราะเล่นหุ้นตัวไหน ก็ได้กำไร.....

แต่ดูบัญชีแบงก์ เงินกลับเหลือน้อยลง ลุงกมล ก็สงสัยว่าเมียแอบถอนหรือเปล่า จนวันหนึ่ง ก็เรียกเมียมาให้ช่วยดูบัญชี แล้วถามอ้อมๆว่า รู้ไหมว่าเงินรั่วไปทางไหน ทำไมเหลือน้อย เพราะหุ้นก็ได้กำไรทุกตัว.....

เมียกระชากสมุดบัญชีไป บอกฉุนๆ ไม่ต้องดู เงินที่หาย เพราะเอาไปเช่าพระไปมากกว่ากำไรหุ้น แล้วก็ถือโอกาสบ่นต่อ ไม่รู้จะซื้อมาทำไม กินก็ไม่ได้.....

ลุงกมล ก็เลยนึกออกว่าเงินไปไหน จึงหัวเราะ บอกว่าไม่เป็นไร “กินไม่ได้” ก็จริงแต่ “ขายกินได้” เพราะถ้าเจ๊งหุ้น ก็จะเลิกเป็นเซียนหุ้น ไปเป็นเซียนพระได้ทันที เพราะมีเยอะชนิดเปิดร้านได้ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

12 พ.ย. 2559 12:46 12 พ.ย. 2559 12:55 ไทยรัฐ