วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำมั่นสัญญาเขย่าโลก!

ยี้ผู้นำใหม่ – กลุ่มผู้ประท้วงชูป้ายขนาดใหญ่ ต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าท่ีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ที่หน้าศูนย์ “สเตเปิล เซนเตอร์” บนท้องถนนใจกลางนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย (รอยเตอร์)

นายโดนัลด์ ทรัมป์ อภิมหาเศรษฐีจอมบ้าบิ่น ว่าที่ประธานาธิบดีใหม่ คนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา เคยประกาศนโยบายหวือหวาน่าตกตะลึงไว้มากมายในช่วงหาเสียง

ในส่วน “นโยบายต่างประเทศ” เรื่องใหญ่ๆที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งโลก รวมทั้งการประกาศว่าภายใน 100 วันแรกหลังขึ้นครองตำแหน่ง จะยกเลิก “ข้อตกลงปารีส” ว่าด้วยสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เพื่อลดโลกร้อน ซึ่งมีภาคีเกือบ 200 ประเทศ โดยสหรัฐฯ ร่วมลงนามและให้สัตยาบันด้วย เพิ่งมีผลใช้บังคับเมื่อ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา

เขายังสัญญาจะหยุดให้งบฯ หลายพันล้านดอลลาร์สนับสนุนโครงการ “พลังงานสะอาด” และข้อริเริ่มเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยจะนำเงินมาปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของสหรัฐฯ แทน ทรัมป์ยืนยันว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าโลกร้อนขึ้นเพราะน้ำมือมนุษย์นั้นเป็น “นวนิยาย” ที่ถูกกุขึ้นโดย “จีน” เพื่อลดศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสหรัฐฯ และยืนยันจะส่งเสริมพลังงานฟอสซิล ทั้งน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินต่อไป เพื่อเศรษฐกิจของชาติ

แต่การจะทำอย่างนั้น ทรัมป์ต้องเจออุปสรรคด้านกฎหมายและกระบวนการต่างๆ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ว่าชาติที่ให้สัตยาบันข้อตกลงปารีสต้องรออย่างน้อย 4 ปีจึงจะขอยกเลิกหรือปรับแก้ได้ แต่ถ้าทรัมป์จะเลิกซะอย่าง โลกคงได้แต่มองตาปริบๆ และชาติอื่นๆอาจทำตาม ข้อตกลงปารีสอาจ “แท้ง” กลางคัน

ทรัมป์ยังขู่จะล้มเลิกข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ รวมทั้งข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) โดยชี้ว่าทำให้คนอเมริกันตกงาน ทั้งยังขู่ถอนตัวจากองค์การการค้าโลก (WTO) จะตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนถึง 45% และ 35% จากบริษัทสหรัฐฯ ที่ปลดคนงานและย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ รวมทั้งเม็กซิโก

ทรัมป์ยังขู่จะขึ้นบัญชีให้ “จีน” เป็นประเทศที่แทรกแซงค่าเงิน ซึ่งถ้าทำเรื่องเหล่านี้จริง จะเป็นการเปลี่ยนนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต่อทั้งโลกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลกระทบกว้างขวางรุนแรง

ด้านความมั่นคง ทรัมป์โจมตีว่าสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (เนโต) เสาหลักด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ มากว่า 60 ปีนั้น “ล้าสมัย” สมาชิกเนโตอื่นๆ ในยุโรปส่วนใหญ่แบมือพึ่งพาเงินอุดหนุนจากสหรัฐฯ มากไป ไม่ทำตามเงื่อนไขจัดสรรเงินอย่างน้อย 2% ของจีดีพีของชาติมาช่วยเนโต ซึ่งถ้าสหรัฐฯ ตีจากเนโต ชาติในยุโรปตะวันออกโดยเฉพาะโปแลนด์ ที่เนโตใช้เป็นกำแพงต้านอิทธิพลของ “รัสเซีย” จะกระทบหนักที่สุด

ในส่วนเอเชีย ทรัมป์ชี้ว่า “ญี่ปุ่น” และ “เกาหลีใต้” พันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ ก็พึ่งพาสหรัฐฯมากเกินไป ควรรับผิดชอบตัวเองมากกว่านี้ ถ้าทำไม่ได้ สหรัฐฯอาจถอนทหารออกไป เขาถึงขั้นเปรยว่าทั้งสองประเทศนี้น่าจะมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น จะเกิดการแข่งขันสร้างสมอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชีย

แต่กรณี “เกาหลีเหนือ” ชาติอันตรายซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ ทรัมป์ยังไม่ระบุชัดว่าจะแก้ปัญหาที่รัฐบาลก่อนๆแก้ไม่ตกยังไง แต่เคยพูดว่า คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเป็น “ไอ้เลว” แม้จะแย้มว่าอาจยอมเจรจากันโดยตรง หลายฝ่ายกลัวว่าถ้าทรัมป์กับคิม จอง-อึน ซึ่งต่างเป็นผู้นำที่คาดเดาลำบากทั้งคู่เกิดปะทะกัน โลกสุ่มเสี่ยงเกิดสงครามนิวเคลียร์หรือไม่? คาบสมุทรเกาหลีจึงเป็นจุดอันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง

ที่น่าจับตามองอีกอย่างคือความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย ซึ่งตกต่ำสุดๆในยุคโอบามา โดยเฉพาะในสงครามซีเรียซึ่งยืนอยู่คนละข้างกัน แต่ทรัมป์เชื่อว่าจะสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซียให้ดีขึ้น และชมประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ว่าเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ซึ่งโฆษกของปูตินก็เด้งรับลูก แถลงหลังทรัมป์ชนะเลือกตั้งว่า ทรัมป์และปูตินมองโลกคล้ายกันมาก จึงน่าติดตามว่าความสัมพันธ์จะหวานชื่นหรือขื่นขมในท้ายที่สุด

ส่วนความสัมพันธ์กับจีน ถึงแม้อาจงัดข้อกันเรื่องการค้า แต่จีนคงหวังอยู่ลึกๆว่าจะดีขึ้น สหรัฐฯจะมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ เลิกแทรกแซงกิจการภายในและขัดแย้งกับจีนน้อยลง

กรณีข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ 6 ชาติมหาอำนาจบรรลุข้อตกลงกับ “อิหร่าน” นำไปสู่การยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่าน ทรัมป์ชี้ว่าเป็นข้อตกลงที่แย่ที่สุดที่เคยเห็น และจะล้มเลิกข้อตกลงนี้ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับ “คิวบา” ผลงานชิ้นโบแดงของโอบามา ก็อาจถูกทรัมป์ล้มเลิกเช่นกัน

ส่วนเรื่องภายในประเทศ ทรัมป์ประกาศจะสร้างกำแพงกั้นพรมแดนกับเม็กซิโกมูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์เพื่อสกัดผู้ลักลอบเข้าเมือง จะเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายและผู้มีประวัติอาชญากรรม 2 ล้านคน จะคัดกรองผู้เข้าสู่สหรัฐฯ สุดเข้มงวด ไม่ออกวีซาให้คนจากประเทศที่มีมาตรการคัดกรองต่ำ เพื่อป้องกันผู้ก่อการร้าย

นอกจากนี้ จะยกเลิกโครงการประกัน สุขภาพ “โอบามาแคร์” ของโอบามา ซึ่งอาจทำได้เพราะพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา จะแก้รัฐธรรมนูญจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของ ส.ส. และ ส.ว. จะห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลเป็น “ล็อบบี้ยิสต์” จะลดภาษีขนานใหญ่เพื่อสร้างงานเพิ่มอย่างน้อย 25 ล้านตำแหน่ง และจะยกเลิก “คำสั่งประธานาธิบดี” ของโอบามาทั้ง 32 ฉบับ รวมทั้งคำสั่งยกเลิกคว่ำบาตรเมียนมา ฯลฯ

คำมั่นสัญญาของทรัมป์ยังมีอีกเพียบ แค่ทำได้ส่วนใหญ่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั้งโลก แต่จะเป็นแค่ “ราคาคุย” ใช้หาเสียง หรือทำได้จริงแค่ไหน ไม่นานก็รู้!


ทีมข่าวต่างประเทศ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ อภิมหาเศรษฐีจอมบ้าบิ่น ว่าที่ประธานาธิบดีใหม่ คนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา เคยประกาศนโยบายหวือหวาน่าตกตะลึงไว้มากมายในช่วงหาเสียง 12 พ.ย. 2559 11:40 12 พ.ย. 2559 11:43 ไทยรัฐ