วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำไมพ่อแม่ต้องกีดกันรักของลูก?

ทำไมพ่อแม่ต้องกีดกันรักของลูก?

โดย เมอร์ลิน
13 พ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

คุณเคยรักหรือชอบใครสักคนแต่พ่อแม่ของอีกฝ่าย (ที่คุณไปชอบเค้า) ไม่ปลื้มคุณไหม? ปัญหานี้คงมีทุกยุคทุกสมัย แม้ในใจคิดว่า เออเนอะ ยังมีอย่างนี้อีกหรือ? แต่โลกของความจริงแล้ว มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำแต่ไม่ใช่กับทุกครอบครัว เพราะพ่อแม่ของบางคนถึงไม่ชอบแฟนของลูก ทว่าไม่แสดงออกก็มีเพียงเก็บไว้ในใจ เพราะถึงอย่างไรแม้พ่อแม่ไม่ชอบก็ไม่ได้หมายความว่าลูกต้องไม่ชอบตามไปด้วย

พ่อแม่อาจเตือนได้, ติได้, ชมคนที่ลูกชอบก็ได้ แต่จะไปปั่นหัวให้ลูกอย่าไปคบกับคนที่พ่อแม่ไม่ชอบได้รื้อ? เพราะสิ่งใดก็ตามที่คนเราชอบไปแล้ว รักไปแล้ว มักหมดรักไม่ได้ทันที ยิ่งเพิ่งรักกันยิ่งโอ้ยยากทำใจ

ดังนั้น พ่อแม่ที่เข้าใจความเป็นไปของชีวิตจะคิดได้เองว่า ไม่ควรไปบังคับลูก เพราะชีวิตของลูกก็ต้องเดินไปตามทางของเค้า จะให้เดินตามพ่อแม่ไปทุกอย่างทั้งที่ใจไม่เห็นด้วยคง “ยาก” ไม่งั้นจะกลายเป็นการเก็บกดความไม่พอใจสะสมไว้น่ะซี

ถ้าลูกไม่เห็นด้วยกับความคิดของพ่อแม่ที่กีดกันไม่ให้ลูกชอบหรือคบกับคนที่บุพการีไม่ชอบ ย่อมทำให้ลูกอึดอัดใจซะเปล่าๆ แต่มีเหมือนกันที่ลูกบางคนอาจตามใจพ่อแม่ด้วยการไม่คบก็ได้ เพราะจำนนด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ กระนั้นเชื่อดิในใจของลูกรายนั้นคงปั่นป่วนชวนระทึกอยู่เหมือนกัน แถมอาจตั้งคำถาม กับตัวเองว่า พ่อแม่เข้ามาบงการชีวิตเรา (ซึ่งคือลูก) มากเกินไปหรือเปล่า? จริงอยู่พ่อแม่ทุกคนก็รักลูกทั้งนั้น แต่ชีวิตของพ่อแม่ก็คือชีวิตของพ่อแม่ ส่วนชีวิตของลูกก็คือของลูก ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่หวังดีต่อลูก ใครก็รู้กันทั้งนั้น

แต่เรื่องการที่ลูกจะเลือกคบใคร? สมัยนี้แล้วพ่อแม่น่ะห่วงได้, หวงก็ได้ ถ้าลูกไม่ใช่คนเหลวไหลอย่างเลวร้ายจริงๆ และไม่ใช่คนทำอะไรก็ผิดพลาดมาตลอดชีวิตของลูกละก็ ปล่อยลูกไปเถอะ

เข้าใจนะว่า พ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด แต่ “ดีที่สุด” นั้น แปลว่าอะไร ช่วยบอก, ช่วยอธิบายให้ลูกทราบด้วยน้อ เผื่อลูกจะ “อิน” ไปกับเหตุผลต่างๆนานา และนี่ไม่ได้พูดถึงกรณีของดาราคู่ไหนนะ แม้จะคล้ายเรื่องราวของสาวชื่อ ข.กับหนุ่มชื่อ ก.ก็เหอะ

เอาเป็นว่าเท่าที่สังเกต การกีดกันไม่ให้ลูกไปคบกับ “คนที่พ่อแม่ไม่ชอบ” ส่วนมากมักเกิดกับครอบครัวที่ชายและหญิงมีฐานะไม่เท่ากัน (กระนั้นเดี๋ยวนี้เราคงปฏิเสธเพศเดียวกันรักกันไม่ได้แล้ว ตรงนี้จึงเป็นประเด็นด้วย) เอ้ากลับมาที่ฐานะทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายไม่เท่ากันก่อน สมมติฝ่ายหญิงรวยกว่าฝ่ายชาย พ่อแม่ของฝ่ายหญิงอาจพูดไม่ให้คบหนุ่มที่เธอชอบก็ได้ กลับกันถ้าระดับคุณชายไปชอบสาวบ้านๆตามที่มักเห็นในละครทางโทรทัศน์ มันสะท้อนให้เห็นว่า เรื่องฐานะนั้นเป็นปัจจัยอย่างนึงที่พ่อแม่มองอยู่ด้วยความห่วงใย

อยากบอกว่า 1.ฐานะทางการเงินนี่เป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งของบางครอบครัวในการพิจารณาเลือก “ว่าที่ลูกเขย” หรือ “ว่าที่ลูกสะใภ้” เลยนะ ตรงข้ามหากฐานะเท่าเทียมหรือห่างกันนิดหน่อยจะไม่ค่อยมีปัญหา

ส่วนการที่พ่อแม่ต้องขัดใจลูกและกีดกันบ้าง โดยเฉพาะถ้าลูกเป็นบุตรสาว ย่อมพอเข้าใจว่า เพราะเป็นห่วงกลัวลูกจะไม่สะดวกสบายเท่ากับอยู่บ้านของครอบครัวเดิม

แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า ลูกจะเลือกแบบนี้เอง จึงควรปล่อยให้ไปมีประสบการณ์ของตัวเองมั่ง เพราะไม่งั้น ต่อให้บุพการีพูดจนปากเปียก ปากแฉะ หรือยกความเลวร้ายของการกัดก้อนเกลือกินมาบรรยาย ลูกจะเชื่อ 100% รึ? เพราะเรื่องพรรค์นี้โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงมีความรักความชอบใครสักคนแล้ว “ใจ” มันอยู่เหนือเหตุผลทั้งนั้นแหละ หากใครเจอปัญหานี้ก็ขอเอาใจช่วยละกันนะ

บางทีพ่อแม่ก็นึกไม่ถึงว่าได้ทำร้ายจิตใจลูก และใครที่อ้างว่าลูกไม่กตัญญู โถๆๆ ถามเค้าหน่อยไหมว่าอยากเกิดมารึเปล่า? ไม่มีใครอยากเกิดมาเพื่อพบปัญหานี้หรอก

บุพการีก็ใจเย็นๆเนอะ เหมือนที่หลายคนเคยพูดไว้ ลูกเราเลี้ยงได้แต่ตัว

แล้วมีนะที่บางครอบครัวตอนแรกก็ไม่ชอบ “คนที่ลูกชอบ” แต่เพราะคนที่ลูกคบ, คนที่ลูกชอบ ได้พิสูจน์ตัวเองว่าดีพอ, ไม่ได้เกเรหรือเจ้าชู้และสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน พ่อแม่อาจแพ้ใจคนนั้นได้เหมือนกัน จะให้ยกตัวอย่างให้ฟังไหมล้าว่ามีคู่ไหนบ้าง อิอิ

ฉะนั้น ใครเจอปัญหานี้ก็อย่าเพิ่งท้อใจไปการกีดกันอย่างที่ 2.คนที่ลูกดันไปชอบมีท่าทางพิรุธ เช่น ดื่มหนัก,เล่นการพนัน,งานการไม่ทำ แต่ลูกดันไปชอบแบดบอย อันนี้สิน่าเป็นห่วงกว่า อย่างนี้ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่เตือนก็ควรฟังไว้ แหงละว่าแบดบอยมันมีเสน่ห์ดึงดูดให้เข้าหา แต่ลองคิดไกลๆสิ ชื่อก็บอกว่าแบด แล้วจะเป็นคนดีเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อยากเสี่ยงแล้วเจ็บไหมล่ะ.

เมอร์ลิน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้