วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สืบสานมรดกวัฒนธรรม : ยึดต้นแบบ "ในหลวง รัชกาลที่ 9" สร้างแรงบันดาลใจ

“ศิลปะของชาติไทย เป็นพยานอันหนึ่งที่แสดงว่าชาติไทยเป็นชาติที่เจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณ การที่จะรักษาแบบแผนความเจริญรุ่งเรืองนี้ไว้ไม่ให้เสียรูปควรที่จะรวบรวมศิลปะของไทยไว้มิให้เสื่อมสูญ เพราะในปัจจุบันนี้ มีศิลปะของชาติอื่นเข้ามาปะปนอยู่เป็นอันมาก อาจทำให้ศิลปะของไทยเราซึ่งอยู่ในระดับดีงามอยู่แล้ว ผันแปรไปได้”...

พระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานให้กรมศิลปากร เมื่อพุทธศักราช 2504

และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นมรดกของชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จึงน้อมนำพระบรมราชโองการดังกล่าว และ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระองค์ มาเป็นแนวทางการดำเนิน โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 กิจกรรมแหล่งเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรม ในวันเสาร์-วันอาทิตย์ และในช่วงปิดภาคเรียน ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2559-เดือนมีนาคม 2560

เป้าหมายเพื่อส่งเสริม และสนับสนุน กลุ่มเด็ก และเยาวชน ประชาชน ร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่น โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากร เพื่อปลูกฝังค่านิยมที่ดี ในการใช้ช่วงเวลาว่างให้ก่อประโยชน์ต่อตนเอง และต่อยอดไปสู่การสร้างสังคมให้มีคุณภาพ

ทั้งในด้านดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย ศิลปะไทย ทัศนศิลป์ การแสดง การถ่ายภาพ และภาพยนตร์

เห็นเยาวชนไทย ที่เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว แต่ละคนพกพาความมุ่งมั่นและตั้งใจในการฝึกปฏิบัติกันอย่างเต็มร้อย

เริ่มจาก ป่าน...ปาริชาติ มาทะฤทธิ์ ปี 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดประเด็นเล่าถึงความรู้สึกที่เข้าร่วมโครงการว่า “พสกนิกรชาวไทยได้เห็นเป็นประจักษ์ ในพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในฐานะที่ทรงเป็นอัครศิลปิน พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในศิลปะทุกแขนง ทรงมีความเพียรพยายามในทุกๆเรื่อง เราจึงได้รับแรงบันดาลใจจากพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ที่อยากจะอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยด้านดนตรีไทย จึงหมั่นฝึกฝนเครื่องดนตรีจะเข้ให้มีความก้าวหน้า ซึ่งการร่วมกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรม มุ่งหวังที่จะฝึกเพลงกราวใน ซึ่งเป็นเพลงหน้าพาทย์ประกอบอากัปกิริยา การเคลื่อนไหวของตัวละครฝ่ายยักษ์

ลักษณะทำนองแสดงความองอาจ สง่างามและฮึกเหิม มีกลุ่มลูกโยนที่มีความพิเศษ นับว่าเป็นโอกาส อันดีที่จะได้พัฒนาความสามารถของตนเองในระดับสูงขึ้น โดยมีวิทยากรระดับอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญมาฝึกสอน ส่วนสิ่งที่จะทำให้เราก้าวสู่ความสำเร็จนั้น เชื่อว่าจะต้องมีความพยายาม ความขยันฝึกซ้อมไล่เสียง จดจำตัวโน้ต และทำความเข้า ใจบทเพลง เราได้ตั้งใจว่าหลัง จากฝึกจนชำนาญแล้วจะไปเผยแพร่ต่อสู่ผู้ที่สนใจ เพื่อที่จะให้เด็กไทยร่วมสืบสานดนตรีไทยให้คงอยู่ต่อไป”

ต่อ...เอกณัฐ ลุผลแท้ ปี 1 คณะครุศาสตร์ สาขาดนตรีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมวงแจมด้วยว่า “ส่วนตัวมีความสนใจด้านดนตรีมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพราะได้รับการส่งเสริมจากครอบครัวให้ฝึกซอด้วง ซออู้ ขิม ระนาด อีกทั้งยังได้ศึกษาเกี่ยวกับการที่ ในหลวง รัชกาลที่9 ทรงสนพระทัยเรื่องการอนุรักษ์โน้ตเพลงไทย และทรงมีพระปรีชาสามารถในการพระราชนิพนธ์บทเพลงต่างๆ ไว้มากมาย จนกระทั่งสั่งสมให้เราเกิดเป็นความชอบ และความรักศิลปะดนตรีไทยจนถึงทุกวันนี้ ที่สำคัญมองว่าหากเราเป็นคนไทย ไม่เรียนรู้ที่จะเล่นและอนุรักษ์ดนตรีไทยเอาไว้ เราจะไม่สามารถไปพูดกับใครให้รู้เรื่องได้เลยว่าเราเป็นคนไทยที่สมบูรณ์ได้อย่างไร อีกทั้งยังตระหนักว่า ถ้าดนตรีไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ไทยไม่ได้รับความสนใจจากคนไทยเองแล้ว จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อฝึกพัฒนาศักยภาพทางดนตรีของตนเอง ในด้านเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องเป่า โดยเน้นขลุ่ยเป็นหลัก ซึ่งได้เรียนรู้เทคนิคการเป่าเพิ่มเติมให้มีความไพเราะ การระบายลมเข้าออก การฝึกการหายใจ ซึ่งระหว่างการอบรมก็จะช่วยไปฝึกสอนต่อให้น้องๆในโครงการนี้เพิ่มเติมด้วย”

พั้นท์...ธนิต โพธิประไพ ปี 2 คณะวิจิตรศิลป์ สาขาศิลปะภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เสริมต่อว่า “ในหลวง รัชกาลที่9 ทรงสนพระทัย งานช่างฝีมือ การอนุรักษ์ลายไทยให้เหมือนต้นแบบดั้งเดิม และยังทรงปลูกฝังให้คนไทยใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง จึงมีแรงบันดาลใจมาจากพระองค์ในการสร้างสรรค์ ผลงานลงรักปิดทอง เพราะเห็นว่าลายไทย น่าจะต้องได้รับความสำคัญในการอนุรักษ์ เพราะเป็นลวดลายที่บรรพบุรุษได้ประดิษฐ์คิดค้นไว้นานแล้ว เป็นลายที่สวยงาม และทำได้ยาก และไม่ควรดัดแปลงจนเกินงาม การที่นักศึกษาตัวน้อยๆอย่างเราได้มาเรียนรู้จะช่วยอนุรักษ์ และส่งต่อสิ่งสวยงาม สะท้อนความเป็นไทยในงานศิลปะได้อีกทางหนึ่ง

ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ ทำให้ได้มีโอกาสเติมเต็มความรู้ด้านศิลปะ มีมุมมองใหม่ๆที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริงด้วย ซึ่งนอกจากการอบรมการเขียนลายไทยแล้ว ยังมีการอบรมเกี่ยวกับการใช้สีอะคริลิก เพนต์ลงบนสิ่งของเครื่องใช้ทั้งหมวก หมอนอิง และเสื้อผ้าเก่าๆ ให้มีลวดลายใหม่ๆที่สวยงาม และนำกลับมาใช้ได้ใหม่อีก ซึ่งเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในการทำงาน และเห็นว่ากิจกรรมนี้ทำให้ได้รู้ว่าสิ่งของเก่าไม่จำเป็นต้องทิ้ง แต่หากนำมาดัดแปลงก็จะกลายเป็นของใหม่ โดยใช้ต้นทุนอย่างประหยัดเพียงไม่ถึง 100 บาท”

โฟล์ค...ภานุพงศ์ ศานติวัตร ปี 1 คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ปิดท้ายว่า “ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชนิพนธ์ เรื่องพระมหาชนก เป็นต้นแบบของการทำความดี มีความอดทน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ผมจึงยึดแนวทางความอดทน ฝึกอบรมระนาดเอกต่อเพลงเพิ่มในขั้นสูงขึ้น เพื่อพัฒนาตนเองในการเล่นดนตรีไทย และใช้เวลาที่เราว่างให้เกิดประโยชน์ เพราะการเล่นระนาดต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างน้อยวันละ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้เกิดสมาธิ มีความจำดี ทำให้เป็นคนใจเย็น ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบัน คือ เยาวชนสนใจดนตรีไทยไม่มากเท่าดนตรีสากล พวกเราจึงต้องช่วยกันสืบสานรักษาให้ดำรงอยู่ อีกทั้งยังอยากสร้างสุนทรียภาพให้แก่ผู้ฟังอีกด้วย”

ยิ่งได้ฟังสิ่งที่น้องๆคิด และได้เห็นสิ่งที่น้องๆทำแล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกชื่นใจ สะท้อนได้ชัดเจนว่าคนรุ่นใหม่มุ่งสร้างพลังแห่งการเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อร่วมรักษามรดกความเป็นไทยให้คงอยู่และเชื่อมั่นได้ว่า มรดกของชาติ ยากที่จะล่มสลาย.

ปอมปอมเกิร์ล

12 พ.ย. 2559 10:02 12 พ.ย. 2559 10:02 ไทยรัฐ