วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


“ธงกฐิน” 4 ความเชื่อ จระเข้ นางมัจฉา ตะขาบ เต่า

โดย รัก-ยม

บุญใหญ่งาน “ทอดกฐิน” ประจำปี ถ้าสังเกตจะเห็นว่าผู้คนจะแย่ง...ชิงถือ “ธงมัจฉา” กับ “ธงจระเข้” กันมาก บางแห่งถึงขั้นต้องจับจองกันเอาไว้ล่วงหน้าเลยทีเดียว เพราะหนึ่งงานจะมีอย่างละหนึ่งธงเท่านั้น

ด้วยมีศรัทธา เชื่อกันว่าใครที่ได้มาบูชานั้น เงินทองจะไหลมาเทมา โชคลาภจะไหลบ่าไม่ขาดสาย เปรียบเทียบไม่ต่างกับกระแสแรงศรัทธาของผู้คนที่ต่างมุ่งหน้ามางานทอดกฐินที่จะมากันเป็นประจำทุกปี เอาข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆมาถวายวัด เอาเงินทองมาร่วมทำบุญ

ธงกฐินทั้ง 4 ก็คือ ธงจระเข้ ธงนางมัจฉา ธงตะขาบ ธงเต่า เคลือบแฝงเอาไว้ด้วยปริศนาธรรมแต่โบร่ำโบราณนานมาแล้ว “จระเข้”...สะท้อนให้เห็นภาพ สัตว์ปากใหญ่ กินไม่อิ่ม หมายถึง ความโลภ ตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา เศรษฐีคนหนึ่งเกิดเป็นจระเข้ว่ายน้ำตามขบวนกฐินจนขาดใจตาย

“ตะขาบ”...สัตว์มีพิษ เปรียบดั่งความโกรธที่อยู่ในหัวใจ คอยเผาจิตใจ วัดไหนปักธงนี้แสดงให้รู้กันว่ามีคนมาจองกฐินแล้ว ใครที่จะมาปวารณาทอดกฐินก็ให้ผ่านไปวัดอื่น ไม่ต้องมาไถ่ถามให้เสียเวลา

“นางมัจฉา”...สะท้อนถึงเสน่ห์แห่งความงาม ชวนให้หลงใหลเคลิบเคลิ้ม ตัวแทนหญิงสาว หมายถึงความหลง ตามความเชื่อระบุว่า อานิสงส์จากการถวายผ้าแก่พระภิกษุสงฆ์จะส่งผลบุญให้มีรูปงาม

“เต่า”...สัตว์ที่มีกระดองแข็งคอยคุ้มกันป้องกันภัย ความหมายเมื่อวัดปักธงเต่า เพื่อแสดงแจ้งให้รู้ว่าวัดนี้ทอดกฐินเรียบร้อยแล้ว โดยจะปลดลงในวันเพ็ญเดือน 12

O O O

“กฐิน”...เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้วสามารถรับมานุ่งห่มได้ คำว่า “ทอดกฐิน” ...หรือการกรานกฐิน เป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา หรือเรียกกันว่า “กฐินกาล”

หมายถึงว่า “พระ สงฆ์” สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้กำหนดระยะเวลาเพียง 1 เดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้น

วัตถุประสงค์สำคัญ คือ สร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ อนุเคราะห์ ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด การได้มาของผ้าไตรจีวรพระพุทธองค์ไม่ทรงห้ามการรับผ้าจากผู้ศรัทธาเพื่อนำมากรานกฐินจึงทำให้เกิดทาน พิธีการถวายผ้ากฐินหรือการทอดกฐินขึ้น จัดเป็นสังฆทานคือถวายแก่คณะสงฆ์โดยไม่เจาะลงภิกษุรูปหนึ่งรูปใด

ประเพณีการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนไทยมีมาช้านานแล้ว ซึ่งมีทั้ง “พิธีหลวง” และ “พิธีราษฎร์”...การถวายผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์จัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญประจำปี

O O O

ประเทศไทยสันนิษฐานกันว่า “ประเพณีทอดกฐิน” มีมาตั้งแต่สมัยทวารวดีแล้ว แต่ปรากฏ หลักฐานในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีตามความในศิลาจารึกหลักที่ 1 ด้านที่ 2 ความว่า...

“...คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทังชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุน ทั้งสิ้นทังหลายทังผู้ชายผู้ญีง ฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อโอกพรรษากรานกฐินเดือนณื่งจี่งแล้ว

เมื่อกรานกฐิน มีพนมเบี้ย มีพนมหมาก มีพนมดอกไม้ มีหมอนนั่งหมอนโนน บริพารกฐิน โอนทานแล่ปีแล้ญิบล้าน ไปสูดญัตกฐินเถิงอไรญิกพู้น เมื่อจักเข้ามาเวียง เรียงกันแต่อไรญิกพู้นเท้าหัวลาน ดมบังคมกลองด้วยเสียงพาทย์เสียงพีณ เสียงเลื้อนเสียงขับ ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื้อน เลื้อน เมืองสุโขทัยนี้มีสี่ปากปตู”

ศิลาจารึกปรากฏคำว่า “กรานกฐิน”... “บริวารกฐิน”...“สวดญัตติกฐิน” คำเหล่านี้ยังใช้กันมาถึงยุคปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่า “เทศกาลการทอดกฐิน” อยู่กับสังคมไทยมาช้านานแล้ว

แน่นอนว่า “ชาวพุทธ” ไทยเรานั้นให้ความสำคัญกับงานทอดกฐินมาก ถือเป็นงานบุญใหญ่ที่สุดงานหนึ่งที่จัดแค่ปีละครั้ง บางวัดที่มีผู้ศรัทธามากอาจจะมีคิวจองเป็นเจ้าภาพทอดกฐินล่วงหน้านับเป็นปีหรือหลายๆปี แสดงให้เห็นถึงความศรัทธา ความร่วมแรงร่วมใจที่จะสืบสานประเพณีเก่าแก่อย่างเข้มแข็ง

ทำดี...ได้ดี ทำชั่ว...ได้ชั่ว คือสุภาษิตสอนใจ “ทำบุญ”...อย่าหวังสิ่งตอบแทน ทำด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์จะเป็นคุณกับตัวอย่างที่สุด “ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์ เชื่อไม่เชื่อห้ามลบหลู่เด็ดขาด.

รัก–ยม

12 พ.ย. 2559 09:45 12 พ.ย. 2559 09:49 ไทยรัฐ