วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯนรต. พระราชทานกระบี่และพระบรมราโชวาท

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นสถาบันการศึกษาหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียน พระราชทานกระบี่ และพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุด...

เพื่อยึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามเรื่องนี้จาก พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และเคยดำรงตำแหน่ง “ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ” มาก่อน ทำให้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ทรงมีต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจ นักเรียนนายร้อยตำรวจ และข้าราชการตำรวจทั้งปวง

โดยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสาม-พราน จังหวัดนครปฐม พร้อมกับพระราช-ทานพระบรมราโชวาทที่มีคุณค่ายิ่ง และต่อมาโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้นำพระบรม ราโชวาทของพระองค์ดังกล่าว ขึ้นประดิษฐานไว้ ณ ด้านทิศเหนือของแท่นศิลาจารึก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าลานฝึกศรียานนท์

มีใจความจารึกไว้ว่า...

ณ เวลา 14.58 นาฬิกา พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระมหากรุณาเปิดโรงเรียน แล้วพระราชทานพระกระแสว่า

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นหลักสำคัญสำหรับบ้านเมือง เพราะประชา-ราษฎรจักได้อาศัยเป็นที่พึ่งยามทุกข์ร้อน ก็แหละบุคคลที่จะให้ผู้อื่นอาศัยได้นั้น จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาดีมีวิชาการ และเป็นผู้ที่มีคุณธรรมอันดีทุกประการ

การที่รัฐบาลของข้าพเจ้าได้จัดสร้างโรงเรียนนายร้อยตำรวจขึ้น จึงเป็นการบำเพ็ญกรณียกิจที่ควรชมเชย และขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยอันประเสริฐ จงดลบันดาลให้โรงเรียนนายร้อยตำรวจ แห่งนี้ สถิตสถาพร เป็นศรีสง่าแก่ประเทศ ชาติ และเป็นสถาบันสำคัญสำหรับให้การศึกษาวิชาการตำรวจแก่บรรดาผู้เข้าศึกษา ณ โรงเรียนแห่งนี้ โดยทั่วกันเทอญฯ”

พล.ต.อ.พงศพัศเปิดเผยถึงความสำคัญของพระบรมราโชวาทข้างต้นว่า

นับเป็นรากฐานสำคัญที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้นำมาเป็นปรัชญาที่ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนการสอน ตลอดจนการฝึกอบรมบ่มเพาะให้กับนักเรียนนายร้อยตำรวจในทุกชั้นปี และนักเรียนนายร้อยอบรมในทุกหลักสูตร เพื่อให้ทุกคนได้มีจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจอาชีพ มีคุณธรรม มโนธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในอุดมคติของตำรวจ มีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และมุ่งมั่นเสียสละอุทิศตนในการทำหน้าที่เพื่อประชาชน

สามารถเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สำหรับ “พิธีพระราชทานกระบี่แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ” ที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดของโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้น พล.ต.อ.พงศพัศให้ข้อมูลกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกครั้ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2495 เป็นต้นมา นับเป็นเวลายาวนานถึง 60 ปี มีกระบี่ที่นักเรียนนายร้อยตำรวจได้รับพระราชทานมากถึง 11,594 เล่ม คิดเป็นน้ำหนักของกระบี่รวมกัน 10,434 กิโลกรัม หรือมากกว่า 10 ตัน โดยครั้งสุดท้ายที่ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้แทนผู้สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดจากโรงเรียนทหารและตำรวจ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานกระบี่พร้อมกัน คือเมื่อวันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ.2554 ณ ห้องประชุม ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระ เกียรติ โรงพยาบาลศิริราช

ซึ่งนับเป็นพระ มหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวถึงพระบรม ราโชวาทที่พระราชทานในพิธีพระราชทานกระบี่ในทุกครั้งที่ผ่านมาว่า ทั้งหมดจะเป็นคำสอนและคำแนะนำที่เป็นหลักการสำคัญต่อการทำหน้าที่ของตำรวจ รวมทั้งแนวทางในการประพฤติปฏิบัติและการดำรงตนให้เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี

สำหรับพระบรมราโชวาทองก์สำคัญ ที่ พล.ต.อ.พงศพัศได้หยิบยกมาเป็นตัวอย่าง เป็นพระบรมราโชวาทเมื่อครั้งที่ตนเองทำหน้าที่ “ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ” และได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้นำ นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 60 จำนวน 323 นาย ที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานกระบี่ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550 มีใจความว่า

ข้าพเจ้ามีความยินดี ที่ได้มอบกระบี่แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจอีกรุ่นหนึ่ง ขอแสดงความชื่นชมกับทุกคน ที่ได้รับความสำเร็จในการศึกษา และได้รับเกียรติเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร

ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และมีอำนาจที่จะสอบสวน จับกุม คุมขัง ปราบปราม เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ อำนาจเหล่านี้ สามารถสร้างคุณและโทษได้เท่าๆกัน สุดแต่การใช้ทุกคนจึงจำเป็นต้องควบคุมจิตใจให้มั่นคง เที่ยงตรง อยู่ในความสัตย์สุจริต ไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ด้วยอคติ หรือยอมให้ผู้อื่นมาแอบแฝงใช้อำนาจของตนโดยไม่เป็นธรรม อำนาจของท่านจึงจะเกิดผล เป็นคุณ เป็นประโยชน์ คือ การรักษาความสงบสุข ปกป้องสุจริตชน และผดุงความถูกต้องเป็นธรรม จึงขอให้ท่านทั้งหลาย ได้คิดพิจารณาให้เห็นถ่องแท้ จะได้สามารถใช้อำนาจที่มีอยู่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์ สันติราษฎร์ให้สำเร็จผล โดยบริสุทธิ์บริบูรณ์

ขออำนวยพรให้นายตำรวจใหม่ทุกนาย และทุกท่านที่มาร่วมในพิธีนี้ มีความสุข ความเจริญ ทั้งในชีวิตและในหน้าที่การงาน จงทุกเมื่อทั่วกัน

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวอย่างหนักแน่นว่า นอกจากพระบรมราโชวาทอันสำคัญยิ่งข้างต้น ที่ได้พระราชทานแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดรุ่นที่ 60 จำนวน 323 นายดังกล่าวแล้ว พระบรม ราโชวาทที่ได้พระราชทานแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจทุกรุ่นที่จบการศึกษาออกมา ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่นักเรียนนายร้อยตำรวจทุกนายจะต้องจดจำ และนำไปใช้เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่วแน่และมั่นคงเพื่อเป็นการสนองเบื้องพระยุคลบาท

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้กำชับให้ข้าราช-การตำรวจทุกนาย ต้องมุ่งมั่นเดินหน้า เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต่อไปอย่างเข้มแข็ง และร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ตลอดไป.

ทีมข่าวอาชญากรรม

12 พ.ย. 2559 09:19 12 พ.ย. 2559 09:21 ไทยรัฐ