วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลอยกระทงวันพรุ่งนี้ ดวงจันทร์ใหญ่สุด 68 ปี

โดย ซูม

“ตัวอย่างพระจันทร์ดวงโตเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งวันพรุ่งนี้จะโตและแจ่มจรัสมากกว่านี้ (ขอบคุณภาพจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ NARIT)”

พรุ่งนี้ (วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2559) ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือวันเพ็ญเดือนสิบสอง “วันลอยกระทง” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของคนไทยสืบเนื่องมาหลายร้อยปี นับแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี

สำหรับปีนี้ไม่ใช่วันเพ็ญเดือนสิบสองธรรมดาๆ เสียแล้ว--แต่จะเป็นวันเพ็ญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับ “มหาวันเพ็ญ” หรือ “Super Full Moon” กันเลยทีเดียว

เพราะในคืนวันพรุ่งนี้ดวงจันทร์ที่จะมาปรากฏโฉมเต็มดวงให้เราเห็นนั้นจะเป็นพระจันทร์ดวงใหญ่ และส่งแสงประกายสดใสมากกว่าทุกๆ ดวงในรอบ 68 ปีที่ผ่านมานี้

นักดาราศาสตร์คำนวณเอาไว้แล้วว่า ระยะห่างที่สุดของดวงจันทร์ที่โคจรไปรอบๆโลกจะมีระยะประมาณ 406,700 กิโลเมตร มีศัพท์เรียกทางเทคนิคว่า อะโปจี (Apogee) ส่วนระยะที่โคจรเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดจะอยู่ที่ 356,400 กิโลเมตร มีศัพท์เรียกทางเทคนิคว่า เปริจี (Perigee)

ซึ่งในวันพรุ่งนี้ดวงจันทร์จะโคจรเข้ามาใกล้โลกด้วยระยะ 356,511 กิโลเมตร ห่างจากจุดใกล้สุดที่จะใกล้ได้ หรือเปริจีเพียง 111 กิโลเมตรเท่านั้น จะทำให้มีขนาดใหญ่กว่าเมื่อตอนอยู่ไกลสุด (อะโปจี) ถึง 14 เปอร์เซ็นต์ และมีแสงสว่างมากกว่าถึง 30 เปอร์เซ็นต์

จริงๆแล้วเมื่อปี 2557 วันที่ 12 สิงหาคม ดวงจันทร์ก็เคยฮือฮาเพราะโตกว่าดวงจันทร์ปกติ และแสงจ้ากว่าปกติจนเป็นข่าวให้พูดถึงกันอยู่พอสมควร แต่นั่นเข้ามาใกล้โลกที่จุด 356,896 กิโลเมตร ซึ่งยังห่างจากโลกมากกว่าที่จะโคจรมาในวันพรุ่งนี้ประมาณ 300 กว่ากิโลเมตร

เพราะฉะนั้นโดยทฤษฎีแล้ว พระจันทร์วันพรุ่งนี้จึงจะใหญ่กว่าและก็อย่างที่เขาคำนวณนั่นแหละว่าใหญ่ที่สุดในรอบ 68 ปี

สำหรับคนอายุ 67 ปี นี่จะเป็นครั้งแรกที่คุณจะเห็นในชีวิต สำหรับคนอายุ 69 ปี อาจเป็นครั้งที่ 2 ของคุณก็จริง แต่อย่าลืมว่า Super Full Moon ครั้งก่อนหน้านั้น คุณยังมีอายุ 1 ขวบเท่านั้นจะไปจำอะไรได้

เอาเป็นว่า พรุ่งนี้เวลาออกไปลอยกระทงอย่าลืมดูและจ้องดวงจันทร์นานๆหน่อยนะครับ เพื่อพิสูจน์ด้วยสายตาของเราเองว่าจะเป็น “ซุปเปอร์ฟูลมูน” จริงหรือไม่? อย่างไร?

สมมติว่าพลาดวันพรุ่งนี้เราจะมีโอกาสได้ดูพระจันทร์ดวงโตๆในปีไหน เดือนไหนกันอีก?

เท่าที่นักดาราศาสตร์คำนวณไว้ล่วงหน้า 5 ปี พบว่า วันที่ 2 มกราคม ปี 2561 จะกลับมาโตอีกเพราะพระ จันทร์จะโคจรมาที่ระยะ 356,566 กิโลเมตร, 19 กุมภาพันธ์ 2562 จะเข้ามาที่ระยะ 356,761 กิโลเมตร, 8 เมษายน 2563 ระยะ 356,908 กิโลเมตร และ 26 พฤษภาคม 2564 จะอยู่ที่ 357,309 กิโลเมตร

แต่ทั้ง 4 ครั้งใน 5 ปีข้างหน้านี้ ยังไงๆ ก็ยังมาไม่ใกล้โลกเท่าวันพรุ่งนี้ จะใกล้เคียงที่สุดก็วันที่ 2 มกราคม อีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งยังแพ้วันพรุ่งนี้อยู่ 55 กิโลเมตร

ทำให้ต้องสรุปว่าควรจะออกไปดูพระจันทร์วันพรุ่งนี้อย่างที่สุด เพราะนอกจากใหญ่ที่สุดใน 68 ปีแล้ว มองออกไปอีก 5 ปี ก็ยังใหญ่ที่สุดอยู่นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ดังที่เราตระหนักกันดีอยู่แล้วว่า ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงที่คนไทยทั้งชาติประสบกับความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง และยังไม่หายโศกเศร้าโทมนัสจากการเสด็จสู่สรวงสวรรค์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 อันเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนยิ่ง

แม้จะผ่านห้วงเวลา 30 วัน ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันไว้ทุกข์ของภาคเอกชนไปแล้ว แต่สำหรับข้าราชการนั้น ยังจะมีการไว้ทุกข์ไปจนครบ 1 ปี

ส่วนภาคประชาชนนั้นอาจจะมีบางส่วนถือเกณฑ์เดียวกับบริษัทห้างร้านภาคเอกชนคือไว้ทุกข์ 30 วัน แต่เท่าที่ทราบ พี่น้องประชาชนจำนวนมากได้ตั้งใจที่จะไว้ทุกข์แสดงความอาลัยถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ต่อไปจนถึง 100 วัน และบ้างก็อาจจะไว้เท่าข้าราชการ คือ 1 ปีด้วยซ้ำ

ดังนั้น งานเฉลิมฉลองเนื่องในเทศกาลต่างๆจึงควรจะดำเนินการด้วยความสำรวม ไม่สนุกสนานรื่นเริงจนเกินขอบเขตไป รวมทั้งงานลอยกระทงในวันพรุ่งนี้ แม้รัฐบาลจะอนุญาตให้จัดขึ้นได้ และมีการแสดงมหรสพได้ แต่ก็ฝากให้คำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก

เท่าที่ได้รับรายงานรวมทั้งจากการประชาสัมพันธ์แถลงข่าวต่างๆ จะพบว่า การจัดงานลอย กระทงปีนี้จะยังมีอยู่ ณ สถานที่ต่างๆ ที่เคยจัดมาแล้วในอดีต

รวมทั้งใน กทม.เองก็มีการเปิดสวนสาธารณะ หรือพื้นที่ให้ประชาชนลอยกระทงไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านๆมา

นอกจากการจัดงานโดยส่วนราชการหรือภาคเอกชน ภาคประชาชนแล้ว เท่าที่ได้รับรายงานสรุปได้ว่า หลายๆวัดทั่วประเทศไทยที่อยู่ริมน้ำ หรือมีสระน้ำใหญ่ภายในวัด ยังคงจัดงานลอยกระทงกันอยู่ ดังนั้น หากจะไปลอยกระทงในวัดเหล่านี้พร้อมร่วมทำบุญไหว้พระด้วยเนื่องจากวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันพระใหญ่เช่นกัน ก็จะเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีทั้ง 2 ประการของเราคือ การลอยกระทงควบคู่ไปกับการเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมและทำบุญทำทานให้ยั่งยืนสืบไป

สำหรับ 3 วัดใหญ่ใน กทม. อันได้แก่ วัด พระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร และ วัดประยุร วงศาวาสวรวิหาร ต่างก็มีการจัดงานลอยกระทงควบคู่ไปกับการสวดพุทธาภิเษก สวดพุทธมนต์ต่างๆ รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าและอาหารชุมชนท้องถิ่นดังเช่นทุกปีที่ผ่านมาตามข่าวที่มีการแถลงไปแล้ว นับเป็นสถานที่ที่ควรไปร่วมลอยกระทงทำบุญทำทานและศึกษาหาความรู้ด้านวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง

ทีมงานซอกแซกมีความรักหวงแหนในวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยเช่นเดียวกับพี่น้องชาวไทยจึงใคร่ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านออกไปลอยกระทงอย่างพร้อมเพรียงกันในวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายนนี้

ปล.อย่าลืมแหงนหน้าและซึมซับความงามของพระจันทร์ดวงโตที่สุดในรอบ 68 ปี เอาไว้ด้วยนะครับ.

ซูม

12 พ.ย. 2559 09:08 12 พ.ย. 2559 09:40 ไทยรัฐ