วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม นายกฯชื่นชมจิตอาสา ร่วมทำดีเป็นกุศลใหญ่

ทำพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม นายกฯชื่นชมจิตอาสา ร่วมทำดีเป็นกุศลใหญ่

  • Share:

นายกฯชื่นชมจิตอาสา ร่วมทำดีเป็นกุศลใหญ่ อำเภอกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปรับสถานที่รอง รับประชาชนที่จะมาร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และร่วมประกอบพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี โดยฤกษ์บวงสรวงในเวลา 14.09-14.39 น. เจิมไม้จันทน์หอมและลงขวานทองที่ไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นปฐมฤกษ์ จากนั้นช่างสิบหมู่ของกรมศิลปากรจะมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ขณะที่ทั่วไทยทั้งเหนือใต้ออกตก พสกนิกรยังจัดพิธีแสดงความอาลัยและ บำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งยังหลั่งไหลเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ทหารเรือโดยวงดุริยางค์ทหารเรือ ร่วมกับโรงพยาบาล จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงภูมิพล” แปรอักษรและร้องเพลงพระราชนิพนธ์

แม้จะย่างเข้าสิบแปดวันของการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง แต่พสกนิกร ชาวไทยก็ยังเดินทางมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงใกล้รุ่งจนถึงดึกดื่นของทุกวัน แม้เจ้าหน้าที่จะปิดการเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตฯ ในเวลา 21.00 น. ของทุกวัน แต่พสกนิกรผู้มีหัวใจจงรักภักดีที่เดินทางมาหลังเวลาดังกล่าว ก็ยังพากันน้อมกายถวายสักการะพระบรมศพ ที่บริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวัง

ทุกดวงใจร่วมแสดงความอาลัย

ขณะที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 11 พ.ย. พสกนิกรจำนวนมากพากัน ต่อแถวเข้าคิวยาวเหยียดโดยไม่ย่อท้อ เพราะมีความมุ่งมั่นที่จะมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยหัวแถวอยู่ที่บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี ท้ายแถวอยู่ที่บริเวณสนามหลวงฝั่งตรงข้ามศาลฎีกาเก่า มีทหารคอยจัดคิวอำนวยความสะดวกให้ นอกจากนี้ ยังมี เหล่านักเรียนพยาบาลทั้งสี่เหล่าทัพ ลูกเสือ เนตรนารี และประชาชนที่เป็นจิตอาสา นำน้ำดื่ม อาหาร ยาดม แจกจ่ายให้ประชาชนที่ยืนท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด

คนเข้าคิวแน่นขนัดตั้งแต่ฟ้าสาง

สำหรับในวันที่ 11 พ.ย. มีประชาชนที่กระทรวงมหาดไทยนำมาเป็นหมู่คณะรวม 4 จังหวัด จำนวน 3 พันคน ประกอบด้วย จ.ลำพูน เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี และสกลนคร ทั้งนี้ กองอำนวยการร่วมศูนย์มิสกวัน กอ.รมน.ทภ.1 รายงานว่า ตั้งแต่ยังไม่ฟ้าสางประชาชนมาต่อแถวรอเข้าสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 04.00 น. กระทั่งในเวลา 05.03 น. เริ่มเปิดให้ประชาชนเดินผ่านเข้าประตูวิเศษไชยศรี เพื่อขึ้นไปสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีประชาชนกลุ่มแรก เดินทางเข้าพระบรมมหาราชวังจำนวน 1,512 คน ทั้งยังมีชาวเขาจากดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ ที่ใช้เวลา 4 วัน ขี่จักรยานยนต์พ่วงข้างนำบุตรชายพิการเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ

ตรวจเข้มคนเข้าออกสนามหลวง

ในส่วนการดูแลรักษาความเรียบร้อยและปลอดภัยของประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดคัดกรองตามจุดต่างๆบริเวณทางเข้าสนามหลวง อาทิ แยก ท่าพระจันทร์ แยกท่าช้าง หน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ผู้ที่เข้ามาภายในสนามหลวงทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้สื่อข่าวจะต้องถูกตรวจค้นสัมภาระ ค้นร่างกายรวมทั้งตรวจบัตรประชาชนอย่างละเอียด ส่วนนักท่องเที่ยวจะต้องถูกตรวจพาสปอร์ตเช่นกันนอกจากนี้ ยังมีตำรวจม้าและสุนัขตำรวจคอยเดินลาดตระเวนตรวจตราโดยรอบพื้นที่อีกด้วย

เด็กพิการตาบอดกราบพระบรมศพ

ก่อนหน้านี้เวลา 04.30 น. แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ นางเอกสาวชื่อดัง นางนวลนง จามิกรณ์ แม่ และสารวัตรหมี-พ.ต.ท.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ แฟนหนุ่ม เป็นจิตอาสาพาผู้พิการทางสายตากว่า 100 คน จากมูลนิธิและโรงเรียนสอนคนตาบอด มาต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แพนเค้ก-เขมนิจ กล่าวว่า รู้สึก โชคดีเหลือเกินที่มีโอกาสเป็นจิตอาสาพาน้องๆผู้พิการทางสายตาและกลุ่มคนที่นั่งวีลแชร์มาร่วมสักการะพระบรมศพ ก็มากันจากหลายที่ เช่น โรงเรียนบ้านราชาวดี จากสมาคมผู้พิการทางสายตา ทั้งหมดเกือบร้อยชีวิต ความรู้สึกพอได้เข้าไปข้างในใกล้ๆ พระองค์ท่าน รู้สึกว่าเป็นบุญเหลือเกิน เข้าไปแล้วเหมือนมีพลังบางอย่าง มองจากสายตาเราแล้วไม่เหมือน ที่เห็นจากในทีวี แต่ถึงเราจะเห็นแค่พระบรมโกศและพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน ก็พูดไม่ออก ในฐานะประชาชนเราก็ได้ถวายความจงรักภักดี ส่วนผู้พิการทางสายตาเข้ามากราบ ถามเขาว่า รู้สึกอย่างไร เขาตอบว่า ตื่นเต้นดีใจที่ได้มา แม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่รับรู้ถึงความรู้สึกที่เคารพรักและเทิดทูนพระองค์ท่านเสมอ

หนูน้อย 9 ขวบวิ่งจากบุรีรัมย์

ช่วงเช้าบริเวณพระบรมมหาราชวัง ด.ช.เหมันต์ มงคลดี หรือน้องสิงห์เห อายุ 9 ขวบ นักมวยรุ่นจิ๋วจาก ค่ายมวยลูกหนองยายเทียม ได้วิ่งมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ใช้เวลา 6 วัน ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร มาถวาย สักการะพระบรมศพ มีพ่อขับรถกระบะคอยกันรถยนต์ที่สัญจรไปมาและแม่ปั่นจักรยานขนาบข้างมาพร้อมลูกชาย ทั้งครอบครัวมุ่งมั่นมาถวายสักการะพระบรมศพ ด.ช.เหมันต์กล่าวถึงความรู้สึกว่า เหนื่อยและเมื่อยเป็นอย่างมาก แต่เมื่อได้มาถึงพระบรมมหา ราชวังก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มีความตั้งใจที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพ ขอพ่อกับแม่วิ่งมา เพราะอยากทำความดีถวายในหลวง พ่อและแม่สอนตลอดให้กราบไหว้พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงก่อนนอนทุกคืน และสอนให้รู้ถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย หลังจากนี้จะขอทำความดีทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อพระองค์ เพราะเชื่อว่าพระองค์ยังอยู่ในใจเสมอไม่ได้จากไปไหน

ท่านมุ้ยทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

ส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 11 พ.ย. นับเป็นวันที่ 29 ในเวลา 07.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรม ศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในเวลา 11.00 น.

ปรับที่ตั้งเต็นท์แจกจ่ายของ

เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงานของตำรวจ ที่เต็นท์กองอำนวยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับติดตามเรื่องการดูแลความปลอดภัย และความเรียบร้อยให้กับประชาชน ที่มาถวายบังคมพระ บรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง และเรื่องของการนำร่มมาอำนวยความสะดวกให้ประชาชนหากเกิดฝนตก พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า เต็นท์ที่มาแจกจ่ายของและอาหาร เบียดพื้นที่การยืนของประชาชน ทำให้ประชาชนต้องไปยืนตากแดด ในส่วนนี้กำลังประสานเพื่อปรับแผน ไม่ให้ประชาชนตากแดด

องค์สิริวัณณวรีประทานผ้าถุงดำ

ช่วงเที่ยงกองออกแบบก่อสร้างและพลับพลาพิธี กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการติดตั้งเต็นท์ปรัมพิธี ที่ข้างประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เตรียมการรับเสด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในวันที่ 12 พ.ย. ที่จะเสด็จมาประทาน ผ้าถุงดำที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง ถุงบรรจุของสีดำ เพื่อให้ราษฎรได้ยืม ระหว่างเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ โดยสำนักพระราชวัง และ กทม. จะเป็นตัวแทนรับมอบ นอกจากนี้ ประทานโบสีดำสำหรับแจกจ่ายให้กับชาวต่างชาติด้วย ทั้งนี้ พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงออกแบบแพตเทิร์นผ้าถุงดังกล่าวด้วยพระองค์เอง และได้ประทานแพตเทิร์นให้กับแบรนด์เสื้อชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ Asava, Disaya, Fly Now, Greyhound, Issue, Kem, Kloset, Milin, Sirivannavari, Sretsis, Tango, Teerapan, Theater, Tube, Vatanika, Vickteerut ในการผลิตตัดเย็บ โดยผ้าถุงที่ทรงออกแบบ เป็นผ้าถุงทรงตรงที่ดัดแปลงเล็กน้อยให้สวมใส่ง่าย ยาวครึ่งน่อง ตัดเย็บด้วยผ้าสีดำล้วน ไม่มีลวดลาย

สั่งถอนอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ขณะเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่ทหารได้สั่งถอนกำลังอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่คอยอำนวยความสะดวกการจัดแถวเข้าคิวประชาชนที่จะเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ ที่บริเวณจุดพักคอยเต็นท์หน้าประตูวิเศษไชยศรี ทำให้อาสาของมูลนิธิดังกล่าวประมาณ 30 คนเกิดความสงสัย เข้ามาสอบถามทหารถึงสาเหตุที่ถอนกำลังของมูลนิธิ การปล่อยแถวของประชาชนที่ตั้งใจเข้าถวายสักการะพระบรมศพต้องหยุดชะงัก เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังที่อยู่ภายในพระบรมมหาราชวังเกิดความสงสัยว่าเหตุใดประชาชนถึงขาดช่วง และออกมาสอบถามทหารและเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี ทหารได้ชี้แจงว่า มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้อาสามูลนิธิถอนกำลังออกไป ฝ่ายอาสามูลนิธิได้ยินดังนั้นถึงกับมึนงงว่า ทำอะไรผิด ถึงต้องถอนกำลังออกไป แต่ในที่สุดอาสามูลนิธิก็ยินยอมที่จะถอนกำลังเจ้าหน้าที่ที่จัดระเบียบแถว ทั้งหมดออกไป รวมเวลาที่ประชาชนต้องหยุดชะงักกว่า 30 นาที

แจงเหตุถอนจิตอาสามูลนิธิออก

เวลา 12.30 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพ ภาคที่ 1 รองผู้อำนวยการ กอร.รส. กล่าวภายหลังจากประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบความเรียบร้อยท้องสนามหลวงว่า จิตอาสาทุกคน มีความตั้งใจที่จะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่มีจิตอาสาบางท่านแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมลุแก่อารมณ์ เราห้ามไม่ให้มีการเชิญประชาชนออกจากแถว อ้างว่าประชาชนแต่งตัวไม่เหมาะสม เป็นการใช้อำนาจเกินเลย เรื่องนี้ย้ำตลอดว่า อาสาสมัครไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ และอยู่ในความรับผิดชอบของเรา ละเลยไม่ได้ จึงได้เชิญให้อาสาสมัครไปทำหน้าที่ในส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการจัดคิวประชาชนแทน เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับ ตัวองค์กรแต่อย่างใด ตัวองค์กรก็ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่เราได้รับการร้องเรียนมาหลายครั้งแล้ว มีการพูดคุยและตักเตือนหลายครั้ง แต่ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน จึงต้องดำเนินการต้องขออภัยประชาชนที่พบกับเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ได้ขออาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) กระทรวงมหาดไทย เพิ่มวันละ 50 คน ดูแลแถวของประชาชน ถ้าใครพบเจออาสาสมัครที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสม แจ้งโดยตรงกับ กอร.รส. หรือโทร.เบอร์ 1899

พยายามให้เข้ากราบได้ทุกคน

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า ประชาชนที่กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกรับส่งจากต่างจังหวัด ขอยืนยันว่า คนกลุ่มนี้ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษใดๆ หากมาก็ต้องต่อคิวเหมือนคนอื่นๆตามปกติ ทั้งนี้ประชาชนบางคนมาตั้งแต่ 03.00 น. บางกลุ่ม ก็มากลางดึก เพื่อเฝ้ารอเข้าสักการะในวันต่อไป ได้อนุโลมให้นอนพักที่สนามหลวงได้ แต่ไม่ต้องการให้คนจำนวนมากๆมาพัก สำนักพระราชวังมีความเห็นใจคนที่มารอแต่เช้ามืด เจ้าหน้าที่ก็ให้เข้าแถว ตอนตี 4 อยากให้ทำความเข้าใจว่า ถ้ามาตั้งแต่เช้าพร้อมๆกัน ท้ายแถวก็จะเกิดความสะสม เลยเกิดเป็นปัญหาว่า ทำไมมา 06.00 น. แล้วได้เข้าพระ-บรมมหาราชวังตอนเที่ยง มีความหนักใจของเจ้าหน้าที่มาก ที่ไม่ได้พาประชาชนเข้าไปในพระบรมมหา- ราชวังโดยเร็ว ประชาชนที่อยู่ช่วงท้ายคิวพยายามให้ทุกคนได้เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ ไม่ให้มีการตกค้าง แต่ถ้ามีสถานการณ์บังคับอาจจะทำไม่ได้ตามที่หวัง

จัด Shuttle Bus รับส่งประชาชน

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวต่อไปว่า ยังได้อำนวยความสะดวกประชาชนมากขึ้นด้วยการประสานงาน กับ ขสมก. จัดรถรับส่ง Shuttle Bus ผ่านประตูเทวาภิรมย์ ซึ่งเป็นทางออก เพื่อรับส่งประชาชนไปยังจุดรถรับส่งอื่นๆเพื่อต่อรถโดยสารอื่นๆต่อไป โดยจะจัดวันที่ 11 พ.ย. เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 12.00- 23.00 น. เส้นทางจะวิ่งผ่านหน้าโรงละครแห่งชาติ-ท่าพระจันทร์-ประตูเทวาภิรมย์-ท่าเตียน-กรมการรักษาดินแดน (รด.)-ถ.เฉลิมกรุง-ถ.ตีทอง-ถ.ดินสอ (ศาลาว่าการ กทม.)-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-โรงแรมรัตนโกสินทร์-โรงละครแห่งชาติ สำหรับวันเสาร์และอาทิตย์ 12-13 พ.ย. จะปิด 27 เส้นทางเหมือนที่ผ่านมา เพื่อความสะดวกในการจัดการปัญหาจราจร

เสียใจแต่ต้องปฏิบัติตาม

ขณะที่นายนิพนธ์ ทองประดิษฐ์ อายุ 39 ปี อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจทั้งที่อาสามูลนิธิพวกตนได้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้ามากราบถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานในด้านของการจัดแถวเข้าคิว พร้อมกับช่วยเหลือด้านการจัดจราจรบริเวณดังกล่าว แต่เมื่อมีคำสั่งจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ลงมา ทางพวกตนก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ขอให้มองปัญหานี้เป็นเรื่องตัวบุคคล ที่บางคนอาจประพฤติตัวไม่เหมาะสม น่าจะพิจารณาเป็นรายบุคคลไป

จัดสถานที่ละหมาดอีก 2 แห่ง

นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ รองโฆษกของ กทม. เผยหลังการประชุม กอร.รส.ว่า การจัดคิวเข้ากราบพระบรมศพ หากประชาชนมาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ สามารถเข้าคิวทางด้านฝั่งศาลฎีกาเก่าได้ แต่หลังจากนั้นให้เข้าคิวที่สนามหลวงทางด้านทิศเหนือ สังเกตท้ายคิวได้จากบอลลูนที่ลอยอยู่ด้านบน จากนั้นคิวของประชาชนจะทยอยเข้าสู่เต็นท์ที่ตั้งเรียงอยู่รอบสนามหลวงด้านทิศใต้ เพื่อเข้าสู่พระบรมมหาราชวังด้านประตูมณีนพรัตน์ต่อไป สำหรับพี่น้องชาวมุสลิม ใช้ห้องละหมาดได้ที่ชมรมมุสลิม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถานที่ละหมาดสำหรับชาวมุสลิมเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ได้แก่ 1.มัสยิดบ้านตึกดิน อยู่หลังไปรษณีย์ราชดำเนิน รองรับผู้ละหมาดได้ 200 คน รวมทั้งรองรับผู้พักค้างได้ 40-50 คน สอบถามข้อมูล โทร. 08- 7705-2299 และ 2.มัสยิดจักรพงษ์ อยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง รองรับผู้ละหมาดได้ 150 คน รองรับผู้พักค้างได้ 50 คน สอบถามข้อมูล โทร. 08-6992-2794

“ทร.-ศิริราช” จัดกิจกรรมแสดงอาลัย

ที่ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ภายในโรงพยาบาลศิริราช น.อ.พาสุกรี วิลัยรักษ์ ผอ.กองประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ นำเจ้าหน้าที่ มาซ้อมการแสดงและเปิดเผยว่า ในวันที่ 13 พ.ย.เวลา 17.00 น. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. และ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ นำกำลังพล 389 นาย ตลอดจนบุคลากร จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมกิจกรรม “น้อมดวงใจชาวศิริราช ตามรอยพระราชปณิธานพระภูมิพล” กองทัพเรือในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดกองอำนวยการ ร่วมถวายความปลอดภัยกองทัพเรือ ณ โรงพยาบาลศิริราช และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลร่วมกันจัดขึ้นเพื่อแสดงความอาลัย และเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จัดแปรอักษรหมายเลข 9 ไทย

น.อ.พาสุกรีกล่าวด้วยว่า กิจกรรมเริ่มเวลา 16.00 น. กองทัพเรือได้จัดวงดุริยางค์ราชนาวี จาก กองดุริยางค์ทหารเรือฐานทัพเรือกรุงเทพ จำนวน 131 ชิ้น พร้อมนักร้อง 20 นาย ขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อน้อมดวงใจตามรอยพระราชปณิธานฯ จากนั้นในเวลา 16.30 น. เป็นพิธีถวายสักการะโดยผู้บริหารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และกองทัพเรือ ก่อนที่จะร่วมกันแปรอักษรหมายเลข 9 ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลกล่าวแสดงความอาลัย ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ในเวลา 18.00 น.ผู้ร่วมพิธีทุกคนจุดเทียนสีขาวเพื่อแสดงความอาลัย และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงความฝันอันสูงสุด

ร่วมขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์

ด้าน นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสครบรอบ 30 วัน แห่งการสวรรคต โดยจะมีการร่วมกันแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ ไทยด้วยแสงเทียน ร่วมกันขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และบทเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิ อาทิตย์อับแสง ยามเย็น ต้นไม้ของพ่อ และยืนไว้อาลัย 89 วินาที โดยจะมีประชาชนเดินทางมาเข้าร่วมด้วย รพ.ศิริราชได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้รองรับแล้ว

ล้อมรั้วต้นศรีตรังที่ฟื้นฟู

ส่วนความคืบหน้าการฟื้นฟูต้นศรีตรัง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2548 หลังจากที่เจ้าหน้าที่รุกขกรจากกรมป่าไม้ได้เข้ามาตรวจสอบและบำรุงรักษาโดยให้ปุ๋ยและยากันเชื้อราเพื่อให้ต้นไม้ดังกล่าวกลับคืนสภาพโดยเร็ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสังเกตพบว่า ขณะนี้ต้นไม้ทรงปลูกยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่รุกขกรได้ทำรั้วกั้นบริเวณรอบต้นไม้ป้องกันคนเข้าไปเหยียบราก หรือโคน โดยมีเจ้าหน้าที่รุกขกรเข้ามาดูแลเรื่องระบบการระบายน้ำ ปรับความสมดุลของดิน และให้แร่ธาตุเป็นระยะๆอย่างใกล้ชิด

องค์โสมเสด็จทอดไก่วันที่ 13

เวลา 15.06 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จส่วนพระองค์ยังรถโรงครัวเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่หน้ากรมศิลปากร เพื่อทรงประกอบอาหารปรุงสดประทานให้พสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สำหรับการเสด็จส่วนพระองค์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 13 เมนูที่ทรงปรุงแจกจ่ายประชาชน คือ ไก่ทอดพร้อมข้าวเหนียวนึ่ง ข้าวเหนียวไก่ชุบไข่ทอด นอกจากนี้ยังมีบริษัทซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป ทูลเกล้าถวายเช็คเงินสด 100,000 บาท พร้อมกับนำเต้าหู้นมสด และเยลลี่รสตรอเบอรี่ จำนวน 9,000 ถ้วย รวมถึงน้ำแร่ธรรมชาติอีก 9,000 ขวด โรงแรมสวิสโซเทล เลอคองคอร์ด กรุงเทพ นำคุกกี้จำนวน 500 กล่อง และน้ำดื่ม 1,000 ขวด ทั้งนี้ในช่วงเช้าวันเดียวกัน สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ได้นำลองกองจำนวน 2,000 กิโลกรัม มาร่วมแจกประชาชนด้วย

ป่อเต็กตึ๊งดีใจได้กลับมาดูแล ปชช.

ต่อมาเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์บริเวณถนนพระธาตุ ตั้งแต่หน้าวัดมหาธาตุฯ จนถึงหน้าประตูวิเศษไชยศรี เป็นเต็นท์พักคอยของประชาชนที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตฯ พบว่าเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกว่า 30 คน กลับมาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกจัดแถวเข้าคิวให้ประชาชนตามเดิมแล้ว นายพด มุธี อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า หลังมีคำสั่งให้ถอนกำลัง ทำให้ตนและทีมงานที่ตั้งใจให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รู้สึกเสียใจมาก ทีมงานทั้งหมดจึงชักชวนกันเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพเพื่อกราบลาพระองค์ท่าน ไม่คิดว่าจะได้กลับมาทำหน้าที่นี้อีก แต่ในช่วงเย็นได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ในมูลนิธิให้กลับมาทำหน้าที่นี้ รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติที่ได้กลับมา

พระบรมฯ-พระเทพฯเสด็จสดับพระพิธีธรรม

เวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่ง ดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัด สระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และในเวลา 21.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัด สระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่ดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

กราบพระบรมศพวันที่ 10 กว่า 3 หมื่นคน

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ประชาชน เข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 30,476 คน รวม 13 วัน มี 376,326 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,807,983.50 บาท รวม 13 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 24,368,215 บาท

ลงนามทั่ว ปท.กว่า 7.8 ล้านราย

ส่วนกระทรวงมหาดไทยสรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 10 พ.ย. จำนวนทั้งสิ้น 119,040 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 7,815,212 ราย ส่วนกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช กิจกรรมสวดอภิธรรมยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-10 พ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 10,022,997 คน การทำบุญตักบาตร ยอดสะสมจำนวนทั้งสิ้น 2,865,669 คน กิจกรรมอื่นๆ ยอดสะสมจำนวนทั้งสิ้น 2,782,079 คน

จัดสถานที่พิธีบวงสรวงไม้จันทน์หอม

นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยวันเดียวกันนี้ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.หาดขาม ได้ร่วมกันจัดสถานที่เตรียมความพร้อมในการประกอบ พิธีบวงสรวง เพื่อตัดไม้จันทน์หอม 4 ต้น ลำดับต้นที่ 11,12, 14 และต้นที่ 15 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือฤกษ์ตัดไม้วันที่ 14 พ.ย. ช่วงเวลาระหว่าง 14.09 - 14.39 น. โดยจัดที่บริเวณมณฑลพิธีบริเวณไม้จันทน์หอม ต้นที่ 15 ห่างจากที่ทำการอุทยานฯกุยบุรีประมาณ 200 เมตร นำเครื่องจักรหนักเข้ามาปรับสภาพเส้นทาง หลังมีฝนตกหนักพร้อมจัดเก้าอี้ไว้รองรับเฉพาะบุคคลสำคัญจำนวน 100 ที่นั่ง ปรับสถานที่บริเวณใกล้เคียงสถานที่ประกอบพิธีเพื่อรองรับประชาชนประมาณ 500 คน ที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

หวั่นฝนตกระหว่างพิธีบวงสรวง

ด้านนายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานฯ กุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ค่อนข้างจะเป็นกังวลเล็กน้อย กลัวว่าในวันประกอบพิธี 14 พ.ย. อาจจะมีฝนตกลงมา แต่ได้มีการเตรียมเต็นท์ผ้าใบเอาไว้สำหรับผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีเอาไว้แล้ว สำนักพระราชวังได้ประสานงานมาว่าให้ทำทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด สำหรับพิธีบวงสรวงจะเริ่มเวลา 14.09 น. และเสร็จเวลา 14.39 น. เป็นพิธีบวงสรวงตามราชประเพณีก่อนที่จะตัดไม้จริง จะใช้พื้นที่บริเวณโดยรอบต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อใช้เป็นมณฑลพิธีบวงสรวงและตัดต้นไม้จันทน์หอม โดยเฉพาะจุดด้านหน้าพื้นที่ราบ จะมีการตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวง ตลอดจนเครื่องสังเวยต่างๆ

ดำเนินการทั้งหมดให้ลุล่วงด้วยดี

หัวหน้าอุทยานฯกุยบุรีกล่าวด้วยว่า ได้ทำบันไดไม้ชั่วคราว ขึ้นไปยังต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อให้นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการสำนักราชเลขาธิการ จะเดินทางมาประกอบพิธีในวันดังกล่าว จะมีการหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมบริเวณต้นไม้ จันทน์หอม และลงขวานทองที่ต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นปฐมฤกษ์ พร้อมโปรยข้าวตอกดอกไม้รอบบริเวณต้นไม้จันทน์หอม จึงดำเนินการบากต้นไม้จันทน์หอมที่เหลืออีก 3 ต้นพร้อมๆกัน สำหรับการตัดไม้จริงนั้น ต้องรอเวลาให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม แจ้งมาทางอุทยานฯ อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรีจะเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่การตัด การแปรรูป การลำเลียงขึ้นรถไปส่งมอบจนเสร็จสิ้นให้ลุล่วงเพื่อแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำหรับอุปกรณ์ในการดำเนินการ เช่น ขวานทองนั้น สำนักพระราชวังจะเป็นฝ่ายเตรียมมาทั้งหมด

รวบรวมกลอน-คำแสดงความอาลัย

ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวหลังการประชุมหารือร่วมกับศิลปินแห่งชาติด้านวรรณศิลป์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนคำกลอนว่า จากการรวบรวมบทกลอน บทเพลง และถ้อยคำแสดงความอาลัยของประชาชนที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อจัดทำจดหมายเหตุแสดงความอาลัย ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-สิ้นเดือนตุลาคม รวบรวมไว้แล้ว 12,568 รายการ บทกลอน 417 สำนวน บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ 110 เพลง

คัดเลือกถ้อยคำสมพระเกียรติ

ในส่วนบทเพลงนี้จะขอลิขสิทธิ์จากเจ้าของ นำมารวมไว้เพื่อให้ประชาชนดาวน์โหลด ที่หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ภายในหอสมุดแห่งชาติ ขอความร่วมมือศิลปินแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันคัดเลือกถ้อยคำแสดงความอาลัย บทกลอน และบทเพลงที่ใช้ถ้อยคำถูกต้องเหมาะสม มีความไพเราะ งดงามทางภาษาและสมพระเกียรติ ตลอดจนครอบคลุมพระราชกรณียกิจทุกด้าน รวมถึงจะนำถ้อยคำแสดงความอาลัยจากผู้นำประเทศทั่วโลก และคำกลอนแสดงความอาลัยจากการรวมตัวกันของศิลปินด้านวรรณศิลป์ 89 คน มาทำเป็นจดหมายเหตุบันทึกเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วย

ยกย่อง ร.9 กษัตริย์ยิ่งใหญ่

นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เผยว่า นายไซมอน บาร์ทลีย์ ประธานคณะกรรมการจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติหรือ wordskills International ได้ส่งสารแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มายังเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมการแข่งขันฯ รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกๆคน โดยนายไซมอนกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งกับการเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และประสบผลสำเร็จตลอด 70 ปีของการครองราชย์และจะทรงสถิตอยู่ในความทรงจำตลอดกาล ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน ได้จัดนิทรรศการ “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” ที่ตึก Smart Job Center ชั้น 2 บริเวณกระทรวง ทั้งยังได้ให้บริการประชาชนที่บริเวณท้องสนามหลวง ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคทั่วประเทศแจกริบบิ้นไว้ทุกข์ ไปแล้วกว่า 2 ล้านชิ้น สาธิตการฝึกทำเข็มกลัดพร้อมแจกจ่ายให้แก่ประชาชนไปแล้วกว่า 20,000 อัน และให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไปกว่า 3,500 คัน

ชื่นชมจิตอาสาร่วมทำดีเป็นกุศล

เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ขอชื่นชมจิตอาสาและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันถวายพระเกียรติ และร่วมกันทำดีเพื่อพ่อในการดูแลซึ่งกัน และกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางของประชาชนจากทั่วภูมิภาค มาถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พื้นที่ท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง การรวมพลัง เพื่อเอาชนะความเสียใจ ความเศร้าโศก เปลี่ยนให้เป็นพลังในทางสร้างสรรค์และความร่วมมือนี้ ถือว่าเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ที่คนไทยร่วมกันทำถวายในหลวงของเรา

14 พ.ย.เริ่มผ่อนผันทำกิจกรรมได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า แม้ว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราอาจจะขาดพลังขับเคลื่อน ขาดการเรียนรู้ ขาดสมาธิ ขาดแรงกระตุ้นในทางที่ดีเพราะมีความไม่สามัคคีกัน ทะเลาะขัดแย้งติดกับดักตัวเอง จนทำให้ประชาชนไม่ได้รับโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขาดการสร้างความเข้มแข็งอย่างเป็นระบบระเบียบ เป็นเหตุให้เราย่ำอยู่กับที่ หรือดีขึ้นช้ากว่าที่ควรจะเป็น อาจจะก้าวไม่ทันโลก ไม่ทันเพื่อน เราปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว หากยังติดอยู่กับความคิดเดิม นิสัยเดิม สะดวกนิยม จนมองข้ามความถูกต้อง กฎหมาย ความมีวินัย และความเสียสละ ขอให้ทุกคนใช้โอกาสนี้ เปลี่ยนแปลงตนเองหันหน้าเข้าหากัน “รู้ รัก สามัคคี” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลร่วมกัน ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย.นี้ ครบ 30 วัน การสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัฐบาลคำนึงถึงการแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเดินหน้าประเทศได้อย่างราบรื่นต่อเนื่อง ได้ผ่อนผันให้ทุกภาคส่วน ดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ ที่ผ่านมาก็ขอให้คำถึงความรู้สึกของประชาชน และบรรยากาศของสังคมด้วย

เทิดพระเกียรติฯ “พระบิดาแห่งฝนหลวง”

นอกจากนี้ในเวลา 09.09 น. วันที่ 14 พ.ย พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.จะเป็นประธานในพิธีเทิดพระเกียรติมหาราชา พระบิดาแห่งฝนหลวงและถวายสัตย์ปฏิญาณสืบสานพระราชดำริของหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวง ของกองทัพอากาศ ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ในฐานะที่กองทัพอากาศเป็นหน่วยงานหลักในการสนองโครงการพระราชดำริฝนหลวงตั้งแต่ปี 2515 โดยในวันที่ 14 พ.ย.ของทุกปีเป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ที่เป็นวันสำคัญในการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทย เป็นวันสำคัญที่จะเทิดพระเกียรติ ในพระปรีชาสามารถ ของพระองค์ที่ทรงคิดค้นวิธีการทำฝนหลวงจนสำเร็จ

พร้อมใจทำบุญตักบาตร

ส่วนต่างจังหวัดพสกนิกรทำบุญและทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มจากนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลครบ 30 วัน แห่งการสวรรคตของในหลวง ร.9 ที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช จากนั้นทำพิธีแสดงความอาลัย ยืนสงบนิ่ง และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี รวมทั้งจัดกิจกรรมทำความดีถวายพ่อ โดยทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ เพื่อแสดงความจงรักภักดี เช่นเดียวกับนายกฤษณะ ณ สงขลา นายอำเภอทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำข้าราชการ และประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ที่วัดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

สกลนครจุดเทียนอาลัย

ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จ.สกลนคร นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผวจ.สกลนคร เป็นประธานเปิดงาน ปฐมยาตรา ปวงประชาสุขใจ อาลัยองค์ภูมิพล ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 ทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย เย็นวันเดียวกันที่สนามมิ่งเมืองเขตเทศบาลนครสกลนคร ประชาชนและนักเรียนกว่า 2 หมื่นคน ร่วมกันแปรอักษรรูปเลข ๑๐๙ หมายถึงทรงเสด็จฯ พื้นที่ จ.สกลนคร 109 ครั้ง ทรงแก้ปัญหาความแห้งแล้งและความยากจน ทำให้พสกนิกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากนั้น นายวิทยา พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่ากว่า 1.5 แสนคน เข้าแถวตั้งแต่สนามมิ่งเมืองไปจนถึงพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ รวมระยะทางยาว 17 กม. พร้อมทำพิธีจุดเทียนแสดงความอาลัย และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี

จัดทำเรือประดับไฟฟ้า

ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี อ.เมืองอุบลราชธานี ดร.ธนกร ไชยกุล ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี แจกปฏิทินและวารสารวิทยาลัยฯ มีภาพเรือประดับไฟฟ้าให้นักศึกษาเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 ดร.ธนกรเปิดเผยว่า ภาพเรือประดับไฟฟ้าเป็นภาพประวัติศาสตร์ คณะครูและนักศึกษาร่วมกันจัดทำเรือประดับไฟฟ้าในประเพณีลอยกระทง งานสว่าง ไสวมหานทีแห่งเจ้าพระยา จัดโดยการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย บริเวณท่าน้ำเจ้าพระยา และได้รับรางวัล ชนะเลิศคว้าถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในปี 2555-2556 2 ปีซ้อน ในปีนี้วิทยาลัยตั้งใจจัดทำเรือประดับไฟฟ้าเข้าร่วมงานเป็นปีที่ 4 เพื่อสำนึกในพระมหา-กรุณาธิคุณ พร้อมจัดกิจกรรมทำความดีเพื่อพ่อถวายเป็นพระราชกุศล

ปวงประชาอาลัยด้วยใจภักดิ์

ที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองศรีราชา จ.ชลบุรี นายวรญาณ บุญณราช นายอำเภอศรีราชา พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชน และนักเรียนจาก 8 โรงเรียนในพื้นที่ อ.ศรีราชา กว่า 5,500 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ยืนสงบนิ่ง และแปรอักษรรูปเลข ๙ อยู่เหนือรูปหัวใจ ส่วนที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.ท.สุทธินันท์ สกุลภุชพงษ์ เจ้ากรมอู่ทหารเรือ นำข้าราชการและลูกจ้างกว่า 600 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยและแปรอักษรรูปเลข ๙ เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 เช่นเดียวกับ โรงเรียนเทศบาลวัดไทรใต้ จ.นครสวรรค์ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง (ชลชาย) จ.ปทุมธานี และโรงเรียนปทุมวิไล จ.ปทุมธานี คณะครูและนักเรียนร่วมกันจัดพิธีแสดงความอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล และแปรอักษรรูปเลข ๙ และรูปหัวใจ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี

ชาวอยุธยานั่งภาวนาจิต

ด้านพระครูสิริชัยมงคล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา และรองเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2506 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาทอดพระเนตรวัดใหญ่-ชัยมงคล ขณะนั้นมีแต่ซากปรักหักพัง ทรงรับสั่งให้กรมศิลปากรซ่อมแซมพระอุโบสถ ต่อมามีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมโบราณสถานวัดใหญ่ชัยมงคลตลอดทั้งปี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เทศบาลเมืองอโยธยาร่วมกับวัดใหญ่ชัยมงคล และประชาชน จะร่วมกันนั่งรอบองค์พระเจดีย์ เพื่อนั่งสมาธิภาวนาจิตถวายเป็นพระราชกุศล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้