วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฉาก “ดราม่า” ที่คุ้มค่า

อาฟเตอร์ช็อกยูเอสเอต่อเนื่อง

จากเหตุการณ์พลิกล็อกครั้งมโหฬาร “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้สมัครพรรครีพับลิกัน หักปากกาเซียนแหกโพลทุกสำนัก ทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา ผู้นำหมายเลขหนึ่งของโลก

ตามปรากฏการณ์ ไม่เอา “ทรัมป์” ของชาวอเมริกันบางส่วนที่ก่อหวอดประท้วงในหลายเมืองตามรัฐต่างๆ

ภาพฝูงชนจำนวนมากออกมาเดินขบวนตามท้องถนน และเผาทำลายสิ่งของต่อต้านชัยชนะว่าที่ผู้นำแดนพญาอินทรีคนใหม่

ประจานภาพลักษณ์ประเทศตัวเอง ในฐานะชอบเป็นตัวตั้งตัวตี “ต้นแบบประชาธิปไตย” คอยแทรกแซงประเทศอื่นที่ทำตัวขัดหลักประชาธิปไตย

แต่นั่นน่าจะเป็นเพียงอารมณ์ขุ่นมัวช่วงสั้นๆของชาวอเมริกา ที่น่าจะกลับเข้าภาวะปกติได้ในเร็ววัน

จากแนวโน้มตลาดหุ้นโลกที่ดีดตัวกลับมาอยู่ในแดนบวกอีกครั้ง หลังจากร่วงระนาว เนื่องจากตกใจกับชัยชนะของ “ทรัมป์”

จนสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วตลาดทุนและตลาดเงินโลกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามทั่วโลกยังจ้องจับตาไม่กะพริบ รอดูการดำเนินการตามนโยบายหาเสียงของเบอร์หนึ่งทำเนียบขาวคนต่อไป

ไล่ตั้งแต่การปฏิรูปนโยบายภาษีด้วยการลดภาษีเงินได้ให้อเมริกันชนทุกชนชั้น การไล่แรงงานผิดกฎหมาย 11 ล้านคนกลับประเทศ การเปิดสงครามการค้ากับจีน โดยขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากดินแดนพญามังกรไปที่ 45%

กระทั่งการขู่ก่อกำแพงกั้นพรมแดน ระหว่างสหรัฐฯ-เม็กซิโก เพื่อแก้ปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย

แม้จะเป็นมาตรการที่ตรงกับความรู้สึกของอเมริกันชนส่วนใหญ่ที่ต้องการ “เปลี่ยนแปลงประเทศ” ปลดแอกจากการครอบงำของฝ่ายเดโมแครตที่บริหารประเทศในหลายปีที่ผ่านมา

แต่ก็สุ่มเสี่ยงที่มาตรการสุดโต่งเหล่านี้จะย้อนศรมาเล่นงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ

สั่นคลอนในอนาคต และอาจพาลมาเขย่าเศรษฐกิจโลกให้ดิ่งเหวตามไปด้วย

หลายประเทศจำเป็นต้องตั้งการ์ด เตรียมการตั้งรับมาตรการเศรษฐกิจโฉมใหม่ของสหรัฐฯในฐานะยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งที่กุมสภาพเศรษฐกิจโลก เมื่อขยับตัวอะไร ก็ย่อมมีผลกระทบทั่วทุกภูมิภาค

ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยที่มีสิทธิเจอหางเลขสถานการณ์ผันผวนจากนโยบายผู้นำโลกคนใหม่

กลายเป็นโจทย์ใหม่ให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ต้องเตรียมแนวทางรับมือไว้แต่เนิ่นๆ

ไม่ให้ภาคธุรกิจหรือประชาชนตื่นตระหนกไปตามกระแสความหวาดวิตกที่คาดการณ์กันไปต่างๆนานา

ตามช็อตที่ “บิ๊กตู่” คอนเฟิร์มว่า ได้เตรียมรับมือความผันผวนจากนโยบาย “โดนัลด์ ทรัมป์” ไว้แล้ว ไม่ต้องตกใจ ทุกอย่างต้องดำเนินการนโยบายแบบสมดุลสอดคล้องกับประเทศมหาอำนาจ

พร้อมมอบนโยบายให้เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย

จากทั่วโลก ปรับรูปแบบวิธีการทำงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลก

เบอร์หนึ่ง คสช.ยกการ์ดตั้งรับ เตรียมปรับตัวให้สอดรับกับประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่

ปักหลักรับมือด้วยความไม่ประมาท ไม่ให้ปัจจัยภายนอกมาสั่นคลอนภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยที่อยู่ในสภาพทรงๆทรุดๆ

ซ้ำเติมสถานการณ์ปัจจุบัน ที่รัฐบาลกำลังสาละวนแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ตามช็อตต่อเนื่องที่หัวหน้า คสช.ยังต้องตามแก้ปัญหาราคาข้าวดิ่งเหวไม่หยุดหย่อน

จากมาตรการล่าสุดตามมติ ครม.ที่ฮึดก๊อกสองช่วยชาวนา

ควักกระเป๋าอีก 18,000 ล้านบาท อุ้มราคาข้าวเปลือกเจ้าไปอยู่ที่ 10,500 บาทต่อตัน และข้าวปทุมธานี 1 อยู่ที่ 11,300 บาทต่อตัน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว

ใช้มาตรการฝนตกทั่วฟ้า อุ้มแทุกระดับ ไม่เกี่ยงว่า เป็นข้าวเกรดเอหรือเกรดรอง

พลังท็อปบูตที่ว่าปึ้กๆ ก็ไม่กล้าเสี่ยงปล่อยให้ปัญหาปากท้องชาวนาลุกลามบานปลาย ต้องรีบดับไฟแต่ต้นลมโดยเร่งด่วน

หันมาชิงมวลชน เบียดแย่งคะแนนเสียงจากกระดูกสันหลังของชาติแข่งกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่งัดซีนดราม่ารอบใหม่มัดใจชาวนา

แพ็กข้าวหอมมะลิบรรจุถุง 10 ตัน เปิดบูธขายที่ห้างดังย่านสำโรง จ.สมุทรปราการ เพื่อช่วยชาวนารอบสอง

อาศัยรูปแบบการตลาดเดิมๆ เล่นตามกระแสในสไตล์ถนัด ประคองฐานเสียงใหญ่ ไปพร้อมๆกับการบลัฟวิธีแก้ปัญหาราคาข้าวของรัฐบาล

ไม่ให้รัฐบาล คสช.เป็นพระเอก ตีกินทำคะแนนเพียงฝ่ายเดียว

บนรูปการณ์ที่มีชนักเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำ 35,000 ล้านบาทปักหลังอยู่ การเร้ากระแสจัดฉากขายข้าวช่วยชาวนา แลกกับการได้ชาวนาเป็นหลังพิง โดยมีคดีดังเป็นเดิมพัน

ดราม่าบทเดิมๆแต่ก็ “คุ้มค่า” สำหรับ “อดีตนายกฯปู”

ทีมข่าวการเมือง

12 พ.ย. 2559 00:05 12 พ.ย. 2559 00:05 ไทยรัฐ