วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ เผยมีแผนรองรับนโยบาย หลัง 'ทรัมป์' นั่งปธน.ขออย่าตื่นหวั่นหุ้นตก

นายกฯ เผยมีแผนรองรับนโยบาย หลัง 'ทรัมป์' นั่งปธน.ขออย่าตื่นหวั่นหุ้นตก

  • Share:

นายกฯ ชี้อย่ากลัวสหรัฐฯ หลัง "ทรัมป์" นั่ง ปธน. วอนอย่านำปัจจัยภายนอกโยงภายใน ระบุเป็นเรื่องดีทุกฝ่ายช่วยชาวนาขายข้าว รับเห็นใจ ขออย่าลากไปตีกับชาวนาอีก ชี้รอผลสอบค่าโง่ "เชฟรอน" 3 พันล้าน หลังคลังตั้ง กก.สอบ

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.59 ที่กระทรวงการคลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีในที่ประชุมได้มีการพูดคุย และให้นโยบายให้กระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมรับมือความผันผวนจากนโยบายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่า เราเตรียมการมานานแล้ว และต้องไปดูว่าสิ่งที่ประธานาธิบดีคนใหม่ได้พูดถึงนโยบายไว้ซึ่งหลักๆ มี 4 ข้อ รวมถึงมีรายละเอียดปลีกย่อยพอสมควร เราก็เตรียมมาตรการรองรับสิ่งเหล่านี้อยู่ เพราะเราไปบังคับใครไม่ได้ ถ้าเขาจะทำแบบนั้น เราจะทำอย่างไร แต่เราเองได้ตั้งหลักมานานพอสมควรแล้ว

เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าจะมีผลกระทบด้านใดกับไทย นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีตอนนี้ อย่าไปตกใจกับเขา ที่ผ่านมาเราไม่ได้ค้าขายกับเขาแค่ประเทศเดียว เราจะไปแยกตัวจากประเทศอื่นๆ ไม่ได้ เพราะโลกมีทั้งประเทศเล็ก ประเทศใหญ่ มีทั้งกลุ่มประเทศรัฐบาลเดินหน้าแบบนี้มาตลอด การเปิดตลาดการทำการค้าใหม่ๆ การเปิดการค้าแบบเป็นกลุ่มประเทศ การทำทวิภาคีมันอาจจะไม่คุ้มค่าซึ่งกันและกัน เพราะต่างคนต่างมีประชากรน้อยทำให้กำลังซื้อน้อย หากต่างฝ่ายต่างไทยแลนด์บวกหนึ่ง ซึ่งทำเป็นกลุ่มประเทศเล็กๆ บวกหนึ่งก็จะเพิ่มมูลค่าทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นเราต้องดำเนินการให้สมดุลกับประเทศมหาอำนาจกับประเทศเล็ก รวมถึงประเทศแถบแอฟริกาและหมู่เกาะเล็กๆ รัฐบาลทำแบบนี้มาตลอด 2 ปีอยู่แล้ว

"ผมคิดว่าเราอย่าไปกลัว เราต้องกล้าที่จะคิดและเตรียมการ ถ้ากลัวทุกอย่างเราก็แตกตื่นกันไปหมด หุ้นก็จะตก เราจะไปกลัวทำไม เราต้องดูว่าเขาจะทำตามนโยบายที่พูดได้หรือเปล่า มันก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของโลก คือ มันจำเป็น แต่ไม่อยากให้คนไทยเอาทุกอย่างจากภายนอกมาตัดสินใจภายใน เพราะมันจะลำบากไปกันไม่ได้ทั้งหมด เราต้องมองว่าวันนี้เราอยู่ตรงไหนของเขา ที่ผ่านมาทุกประเทศเป็นแบบเรา แต่เขาเปลี่ยนไปแล้ว วันนี้เราอยู่ตรงไหนของเขา ถ้าเราเอากติกาข้างนอกเข้ามาเล่นตรงนี้ เราก็จะสู้เขาไม่ได้ เพราะเราไม่เข้มแข็งพอ เราต้องแก้ไขของเราว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหนของเขา และเรารีบอัพเดตจะได้ต่อรองกันได้ ตอนนี้ทำตรงนี้อยู่ ไปเพิ่มการรวมกลุ่มในประเทศก็เช่นเดียวกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ว่า รัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลว่าชาวนาจะสามารถรวมกลุ่มกันได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ หากรวมกลุ่มกันไม่ได้ ก็จะเกิดการเรียกร้องแบบนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อเรียกแบบนี้เงินจะมีพอหรือไม่ แล้วส่วนอื่นรัฐไม่ต้องดูแลเขาหรืออย่างไร ตนเห็นใจทุกคน ขออย่าเอาไปตีกับชาวนาอีก ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายและนักการเมืองออกมาช่วยชาวนาขายข้าวนั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่สื่อมวลชนต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจว่า หากเป็นการนำข้าวจากรายย่อยมาขายในวันนี้ ได้เพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ถ้าไปนับจากโรงสีก็จะมีมากขึ้น เพราะเรามีข้าวกว่า 50 ล้านไร่ อยู่ในเขตชลประทาน แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขอให้ฟังรายการ "ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ที่ตนจะพูดเกี่ยวกับเรื่องข้าว เพื่อให้นำไปคิดว่าสิ่งที่พูดคืออะไร

"ถ้าวันนี้ยังตีกันในเรื่องราคาข้าวว่า ต้องเท่านี้เท่านั้นตรงนี้เข้าใจ แต่ถามว่าซื้อมากๆแล้วขายใครได้ หรือให้รัฐบาลรับผิดชอบแบบเดิมอีก ก็มันเห็นปัญหาอยู่ วันนี้จะเอาข้าวออกมาได้หรือไม่ ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะเอาออกมาอย่างไร หรือจะเก็บข้าวไว้ให้มันเสีย แต่ถ้าเอาออกมา จะโดนปัญหาทางกฎหมายหรือไม่ที่ทำให้ข้าวเขาราคาต่ำ แต่ถ้าปล่อยไว้ก็เสีย ราคาต่ำไปเรื่อยๆ ดังนั้นขอให้รัฐบาลได้มีมาตรการออกมา ถ้ามัวติโน่นนี่ ก็คงไม่ต้องแก้อะไรกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
    
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนราคาข้าวเหนียวตอนนี้ถือว่าดีอยู่ ต้องค่อยๆ แก้ทีละอย่าง ไม่ใช่จะเอาพร้อมกันทีเดียว ข้าวเหนียวนั้นปลูกเพื่อตลาดในประเทศเป็นหลัก ถ้าจะเอาราคาสูงขึ้น คนในประเทศจะกินมากขึ้นหรือไม่ ต้องให้ราคาเหมาะสมและคุณภาพดี อย่างไรก็ตามปัญหาราคาข้าวในวันนี้นั้น มีทั้งปัญหาภายในที่มีต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งราคาต่างจากตลาดโลก ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องต้นทุน ฉะนั้นเราต้องปรับปรุงความต่างต้นทุนการผลิตกับราคาข้าวต่างกันเท่าไร ถ้าต่างกัน 1,000 บาท ก็อยู่ไม่ได้ ต้องต่างอย่างน้อย 3,000 บาท ซึ่งวันนี้แทบจะไม่ต่างหรือขาดทุน เพราะต้นทุนการผลิตสูง อย่ามาเรียกร้องราคาข้าวจะเอาเงินที่ไหน หรือจะต้องขึ้นภาษีหรืออย่างไร

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังมีการเรียกคืนภาษี 3 พันล้านบาทจาก บริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) จำกัด ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความน้ำมันสำเร็จรูปที่ส่งไปใช้ยังแท่นขุดเจาะ ของบริษัทเชฟรอนในพื้นที่ไหล่ทวีป ถือเป็นการส่งน้ำมันในราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติพิธีการว่าด้วยการค้าชายฝั่ง ทำให้บริษัทเชฟรอน ต้องเสียภาษีว่า มีคุยอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในสื่อต่างๆ และตนได้สอบถามไปยังนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นกำลังตรวจสอบในเรื่องนี้อยู่ แต่ยังไม่ส่งผลสอบมา เดี๋ยวค่อยว่ากัน เขาทำกันแล้ว ข้อสำคัญต้องเข้าใจว่า การดำเนินการตามกฎหมายใดก็ตาม ต้องมีหนังสือมาจากภายนอกว่าเรื่องอะไร วันนี้การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมาก่อนนั่นแสดงถึงความตั้งใจ ซึ่ง นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมชี้แจงทุกเรื่อง ทั้งนี้เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบก็ต้องมีการชี้แจง เมื่อทักท้วงมาแล้วชี้แจงไป ว่าตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่อยู่ดีๆ ใครมาตรวจสอบเองไม่ได้ จะมาร้องเรียนแล้วตรวจสอบเองไม่ได้ ประเทศวุ่นวายตาย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้