วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสายบุรี

ถ้าหากวาเด็ง ปูเต๊ะ ยังไม่ตาย เมื่อปี 2555 ตอนอายุ 90 ปี วันนี้ที่บ้านบาเลาะ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นักข่าวทีวีหนังสือพิมพ์คงผลัดเปลี่ยนเวียนหน้าไปขอสัมภาษณ์...บันไดบ้านไม่แห้ง

เรื่องราวของพระสหายแห่งสายบุรี จะเล่าซ้ำอีกสักกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ

ค่ำวันนั้น วันหนึ่งในปี พ.ศ.2535 วาเด็งอายุ 70 ปี เลี้ยงวัวอยู่ในเขตสวนผลไม้ ลองกอง ทุเรียน เก็บขายไปหมดแล้ว เหลือทุเรียนดิบคาต้นอยู่ผลเดียว มีคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ แล้วกวักมือเรียก

วาเด็งพูดไทยไม่ได้จึงเกิดอาการกล้าๆกลัวๆ เดินเลี่ยงหนี

วาเด็งต้อนวัวกลับดางาฮ์ (ขนำ) สาลาเมาะ ภรรยาบอกว่า คนแปลกหน้าเป็นคนของ “รายอ” หรือในหลวง ขนาดรู้แล้ว “ใครมา สำคัญแค่ไหน” เมื่อตำรวจนายหนึ่งมาตาม วาเด็งก็ยังไม่ยอมไป

ตำรวจกับคนมุสลิมนั้นมีเรื่องให้ต้องหวาดระแวงกันมานาน จนเมื่อตำรวจสื่อสารให้วาเด็งรู้ว่า “ในหลวงจะมาสร้างฝายกั้นน้ำที่คลองน้ำจืด บ้านทุ่งเค็จ เลยสวนวาเด็งไปนิดเดียว”

“เขามาดี” วาเด็งตั้งสติ แล้วก็เดินตามตำรวจไป พอเข้าใกล้ วาเด็งก็ลังเลอีก

แอบหยิบแบงก์ใบละ 100 ออกมาดู แน่ใจ “ในหลวง” มาจริง หันมามองตัวเอง นุ่งกางเกงขาก๊วยตัวเดียว มีผ้าขาวม้าคาดพุง ก็คิดว่า “ไม่บังควรเข้าไปเฝ้าฯ”

“ในหลวง” นั่นเองที่ทรงถามผ่านล่าม วาเด็งรู้อะไรก็ตอบไปตามเนื้อผ้า

“ลุงวาเด็งเป็นคนอารมณ์ดี พูดแบบจริงใจ เอาจริงเอาจัง ปนมุกตลกบ้าง วันนั้นพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวลเสียงดังมาก คนตามเสด็จบอกว่า ไม่ค่อยได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสำราญเช่นนี้มาก่อน”

ธีรพจน หะยีอาแว ล่ามมลายูเล่า

วันรุ่งขึ้น “ในหลวง” รับสั่งให้วาเด็ง พายเรือให้พระองค์นั่งสำรวจคลอง ทรงสงสัยอะไร วาเด็งก็ตอบ จนถึงคำถาม ทรงอยากได้ที่ดินบางส่วนในสวนวาเด็งทำโครงการพระราชดำริ

วาเด็งไม่ลังเล สีหน้าแววตาปลื้ม กราบทูลทันที เต็มใจถวาย

“วาเด็งเป็นคนซื่อตรง” นี่เป็นพระราชดำรัส “ฉันขอตั้งให้วาเด็งเป็นเพื่อนของในหลวง”

ความผูกพันข้อนี้นี่เองเป็นที่มาของคำเรียกขาน พระสหายแห่งสายบุรี

พายเรือนำขบวนเสด็จมาถึงบ้าน...วาเด็งเหลียวซ้ายแลขวา กราบทูลผ่านล่าม ความว่า

“พระเจ้าอยู่หัวมาเยี่ยมถึงบ้านทั้งที ไม่มีอะไรจะถวายเลย เหลือทุเรียนลูกเดียวก็ยังดิบ ผลไม้ในสวนก็เพิ่งเก็บขาย ได้เงินมา 2 หมื่น จึงซื้อเครื่องสูบน้ำมาใช้

จึงขอถวายเครื่องสูบน้ำ แล้วแต่ในหลวงจะเอาไปใช้”

น้ำเสียงที่กราบทูล จริงจัง รอยยิ้มแสนซื่อจริงใจ

หนังสือพิมพ์บางฉบับติดตามข่าววาเด็ง เคยรายงาน วาเด็งและภรรยาในฐานะพระสหายแห่งสายบุรี เคยฝากผลไม้ในสวนไปถวาย และครั้งหนึ่งเคยมาเป็นแขกเยือน “รายอ” ของเขาถึงพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ช่วงเวลาข่าวในพระราชสำนัก ตอนที่ไฟฟ้ามาถึง บ้านมีทีวี วาเด็งไม่เคยคลาดสายตาจากจอทีวี มีคนถาม ตอนที่ยังไม่มีทีวี คิดถึงในหลวง ทำอย่างไร

“ก็หยิบแบงก์ออกมาดู” คำตอบจากวาเด็ง หลายคนที่ฟังซาบซึ้ง น้ำตาซึม ผู้เฒ่าวาเด็งคนนี้รักพระสหายของเขาจริงจังเสียเหลือเกิน.

กิเลน ประลองเชิง

11 พ.ย. 2559 09:29 11 พ.ย. 2559 09:34 ไทยรัฐ