วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรัมป์กับประชาคมโลก

หนังสือพิมพ์ไทยหลายฉบับพาดหัวข่าวตรงกันว่า “ช็อกโลก” โลกตก ตะลึงต่อชัยชนะในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน หักปากกาบรรดาเซียนการเมือง ไม่ว่าจะเป็นโพลหรือสื่อทั้งปวง ที่ให้คู่แข่งคือนางฮิลลารี คลินตัน แห่งพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำมาโดยตลอด ในช่วงของการหาเสียงที่ยาวนานแรมปี

เป็นการหาเสียงที่ทำให้การเมืองอเมริกันตกตํ่าสุดๆ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของชาวโลก ที่เคยยึดถือประชาธิปไตยอเมริกันเป็นแบบอย่าง เพราะเป็นการหาเสียงแบบนํ้าเน่า แม้แต่การโต้วาทะที่ทั่วโลกเคยชื่นชม ก็กลายเป็นโต้กันด้วยเรื่องส่วนตัว แต่ผลการเลือกตั้งทำให้ทรัมป์เป็น “คนนอก” วงการเมือง และนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐี เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนแรก

แต่เป็นประธานาธิบดี “คนนอก” ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ตามวิถีทางประชาธิปไตย เพราะคำขวัญของทรัมป์ที่ว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” และ “ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” โดนใจคนอเมริกันส่วนใหญ่ เนื่องจากอเมริกาเคยเป็นอภิมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แต่ตกตํ่าลงไปในระยะหลังๆ จึงต้องการผู้นำที่เข้มแข็ง เพื่อกอบกู้ความยิ่งใหญ่ของอเมริกา

แต่นโยบายและวาทะที่สุดโต่งของทรัมป์ ทำให้ประชาคมโลกหวั่นกลัวว่าโลกอาจถึงคราวปั่นป่วน อันเนื่องมาจากผู้นำที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก ที่ขาดประสบการณ์การทูตการเมือง แม้แต่สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯอย่างนิตยสาร “ไทม์” ก็เตือนว่า “ชัยชนะของทรัมป์อาจหมายถึงหายนะของโลก” แต่ผู้เชี่ยวชาญการต่างประเทศมองว่าวาทะหาเสียงอาจร้อนแรง

แต่เมื่อเข้ารับตำแหน่งอาจต้องปรับลดให้สอดคล้องกับโลกของความเป็นจริง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์รวมกันของทุกฝ่าย การที่ทรัมป์กินเส้นกันดีกับประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย อาจทำให้สัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจดีขึ้น ลดความตึงเครียดของโลก และอาจร่วมมือกันปราบปรามขบวนการก่อการร้ายไอซิส ซึ่งเป็นภัยคุกคามทั่วโลก

เนื่องจากประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯเป็นนักธุรกิจ จึงน่าจะเน้นผลประโยชน์ของประเทศ ในด้านธุรกิจหรือเศรษฐกิจมากกว่า คำปราศรัยรับชัยชนะเลือกตั้งของทรัมป์ สัญญาว่าจะทำงานร่วมมือกับทุกประเทศ แม้จะยึดถือผลประโยชน์สหรัฐฯต้องมาก่อน แต่ปฏิบัติที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แสดงว่าลดความแข็งกร้าวทันที หลังจากที่เสร็จสิ้นการหาเสียง

นโยบายการต่างประเทศของทรัมป์ ไม่ได้เน้นการเป็นตำรวจโลก หรือเป็นผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เหมือนกับรัฐบาลก่อนๆ จึงเชื่อว่าจะทำให้สัมพันธ์ของสหรัฐฯกับกลุ่มอาเซียนดีขึ้น รวมทั้งความสัมพันธ์กับฟิลิปปินส์ ซึ่งตกตํ่าสุด ทั้งๆที่เคยเป็นพันธมิตรใกล้ชิดมายาวนาน รวมทั้งความสัมพันธ์กับรัฐบาล คสช.ของไทย ก็น่าจะดีขึ้น.

11 พ.ย. 2559 09:22 11 พ.ย. 2559 09:22 ไทยรัฐ