วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรัมป์โชว์

ควันหลงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกาพลิกล็อกวินาศสันตะโร ยังมีประเด็นให้พลิกควํ่าพลิกหงายได้อีกมากมายก่ายกอง

แต่หัวใจสำคัญคือพิสูจน์ให้เห็นชัดๆว่าระบอบประชาธิปไตยดีอย่างไร

มันดีตรงที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจตัวจริง

ชาวอเมริกันมีอำนาจตัดสินใจเลือกผู้นำได้ด้วยตัวเองเมื่อประชาชนส่วนใหญ่เลือก “นายโดนัลด์ ทรัมป์” เป็นประธานาธิบดี ประชาชนส่วนน้อยที่ไม่ชอบนายทรัมป์ ไม่เลือกนายทรัมป์ ก็ต้องยอมรับกติกา

“แม่ลูกจันทร์” ประทับใจคำพูดของ นางฮิลลารี คลินตัน ที่กล่าวว่า “ถึงแม้เราจะผิดหวัง ถึงแม้เราจะเจ็บปวด และคงต้องเจ็บปวดไปอีกนาน แต่เราต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง และ “โดนัลด์ ทรัมป์” กำลังจะเป็นประธานาธิบดีของพวกเรา

เราต้องเปิดใจกว้างให้กับ “ทรัมป์” และให้โอกาสในการนำแก่เขา เพราะประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญของเรายึดมั่นการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติวิธี”

นี่คือสปิริตที่น่ายกย่องของผู้แพ้เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

ไม่ใช่แพ้แล้วพาล ไม่ใช่แพ้เลือกตั้งซ้ำซากแล้วปลุกม็อบ ปลุกระดมให้ประชาชนแตกแยกเกลียดชังกันเอง

เรื่องแบบนี้ไม่มีในประเทศอเมริกาแน่นอน

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ผลการเลือกตั้งที่พลิกล็อกแหลกแหกกระเจิง ทำให้รัฐบาลทุกประเทศทั่วโลกหัวหมุนไปตามๆกัน

เพราะคาดเดาไม่ได้ ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ จะทำให้สถานการณ์ขัดแย้งในโลกคลี่คลายดีขึ้น? หรือพลิกผันเลวลง?

นโยบายเศรษฐกิจยุคทรัมป์ ที่แตกต่างจากนโยบายเศรษฐกิจยุคโอบามาอย่างสิ้นเชิง จะทำให้เศรษฐกิจโลกกระเด้งขึ้น? หรือกระเด้งลง?

“แม่ลูกจันทร์” มองว่ายุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศของ “ท่านทรัมป์” ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอย่างที่สร้างภาพซะน่ากลัว

เป้าหมายของ “ทรัมป์” คือทำงานให้ถูกใจประชาชนชาวอเมริกันเป็นประเด็นหลัก

ส่วนบทบาทด้านต่างประเทศเป็นประเด็นรอง

การผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำมหาอำนาจโลกคนใหม่ของ “ท่านโดนัลด์ ทรัมป์” จึงไม่ส่งผลกระทบความสัมพันธ์ทวิภาคีของไทย–อเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ยาวนานเกือบ 200 ปี

แต่จะส่งผลดีอย่างที่หลายฝ่ายคาดไว้หรือไม่??

“แม่ลูกจันทร์” ยังไม่แน่ใจ

เพราะวาระเร่งด่วนอันดับแรกที่ “ท่านทรัมป์” ประกาศไว้ว่าต้องทำทันทีคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศอเมริกาให้กลับมาแข็งโป๊กเป็นแชมป์โลกตลอดกาล

เพื่อให้อเมริกายืนด้วยขาของตัวเอง และพึ่งพาสินค้านำเข้าจากต่างประเทศให้น้อยลง

นโยบายนี้จะต้องกีดกันสินค้านำเข้าจากต่างประเทศแน่นอน

โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่เข้ามาตีตลาดอเมริการะเบิดเถิดเทิง

วิธีการกีดกันอย่างนุ่มนวลและแนบเนียน คือกำหนดสเปกคุณภาพสินค้านำเข้าให้สูงเท่า หรือสูงกว่าสินค้าเมดอินยูเอสเอ

ประเทศไหนผลิตสินค้าคุณภาพต่ำกว่าสเปกจะเข้าไปขายในอเมริกายากกว่าเดิม

ประเด็นที่ต้องคิดหน้าคิดหลังก็คืออเมริกาเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของไทย

ไทยส่งสินค้าออกไปอเมริกามูลค่ามหาศาลถึง 2.4 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 8.4 แสนล้านบาทต่อปี

ดังนั้น เมื่อ ท่านโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายพึ่งพาสินค้านำเข้าน้อยลง

ทุกประเทศที่ส่งสินค้าไปขายตลาดอเมริกาก็ต้องเจอผลกระทบทั่วหน้ากัน

รวมทั้งไทยแลนด์ก็อาจต้องโดนหางเลขไปด้วยเป็นธรรมดา

จะหนักเบาไม่รู้ ต้องรอดูกันอีกที.


"แม่ลูกจันทร์"

11 พ.ย. 2559 08:52 11 พ.ย. 2559 09:07 ไทยรัฐ