วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้านทรัมป์ลามหนัก เผารถตร.!

ไม่อยากได้-ผู้นําเผด็จการ ฮิลลารีให้อยู่ในความสงบ ‘อาเบะ’ไปสหรัฐขอนัดพบ

หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯออกมาแบบพลิกความคาดหมาย ม็อบต้าน “โดนัลด์ ทรัมป์” ขยายไปกว่า 10 เมืองทั่วสหรัฐฯ ไม่เว้นแม้กระทั่งมหานครนิวยอร์กประชาชนหลายพันคนรวมตัวไปประท้วงถึงหน้าตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ย่านฟิฟธ์ อเวนิว จนเอฟเอเอประกาศห้ามบินชั่วคราวเหนือพื้นดิน 2,999 ฟุต ครอบคลุมย่านแมนฮัตตัน บรู๊คลินและย่านควีนส์ ถึงวันที่ 21 ม.ค. หลังพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี 1 วัน ขณะที่นางฮิลลารีรับความพ่ายแพ้ วอนผู้สนับสนุนให้อยู่ในความสงบ ส่วนผู้นำหลายประเทศในเอเชีย-โอเชียเนีย ทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย กลัวทิศทางด้านต่างประเทศสหรัฐฯเปลี่ยน ต่อสายตรงพูดคุยกับ “ทรัมป์” แล้ว ขณะที่ “อาเบะ” นายกฯญี่ปุ่น จะบิน ตรงไปหาที่สหรัฐฯอาทิตย์หน้า ควันหลงการพลิกล็อกบ่อนไอริชสูญเงินเป็นประวัติศาสตร์ถึง 5 ล้านยูโร ส่วนรัฐบาลไทยยังนิ่งดูสถานการณ์ “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รมว.ต่างประเทศ เชื่อความสัมพันธ์ 183 ปี ยังแน่นแฟ้นเหมือนเดิม

จากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 ที่เกิดการพลิกล็อกครั้งมโหฬาร เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ที่คะแนนเป็นรองนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตมาตลอดการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งจากโพลทุกสำนัก และผลคะแนนการดีเบตระหว่างนายทรัมป์และนางฮิลลารีทั้ง 3 ครั้ง ที่คนอเมริกันเทคะแนนนางฮิลลารีชนะทุกครั้ง แต่หลังจากประชาชนชาวอเมริกันเข้าคูหาเลือกตั้ง ผลการลงคะแนนเสียงจริงออกมา ปรากฏว่า นายทรัมป์กวาดคะแนนเสียงเกิน 270 เสียง แซงหน้านางคลินตันชนิดไม่ต้องรอลุ้นถึงการนับคะแนนรัฐท้ายๆ สร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวอเมริกันที่สนับสนุนนางฮิลลารี และชาวโลกที่จับตามองผลการเลือกตั้งของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาอย่างใจจดใจจ่อ

“ทรัมป์” เข้าสาบานตนวันที่ 20 ม.ค.

ความคืบหน้าเมื่อวันอังคาร 8 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน คว้าชัยชนะเหนือนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต นายทรัมป์คว้าคะแนนคณะผู้เลือกตั้งจากทั้งหมด 538 เสียง ได้ถึงเกณฑ์เกินกว่าครึ่งหนึ่งก่อนคือ 270 เสียง ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 279 เสียง ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 228 เสียง ทำให้นายทรัมป์ชนะได้รับเลือกตั้งดำรงตำแหน่ง “ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ” คณะผู้เลือกตั้งจะไปทำหน้าที่ลงมติเลือกประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่อย่างเป็นทางการวันที่ 19 ธ.ค. และประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.ปีหน้า

ฝ่ายต้านหลายพันคนประท้วง

ชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อให้เกิดกระแสการประท้วงในหลายเมืองทั่วประเทศสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงคืนวันพุธ 9 พ.ย. ไล่ตั้งแต่ที่มหานครนิวยอร์ก ผู้คนจำนวนหลายพันคนต่างพากันเดินขบวนไปยังอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ตึกสูงทรัพย์สินของนายทรัมป์บนถนนย่านฟิฟธ์ อเวนิว ซึ่งคาดหมายว่า อาคารแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่นายทรัมป์ใช้รับมอบการถ่ายโอนอำนาจตำแหน่งประธานาธิบดี ผู้ประท้วงต่างพากันตะโกนต่อต้านนโยบายของนายทรัมป์หลายเรื่อง ตั้งแต่นโยบายด้านผู้อพยพ นโยบายสิทธิเสรีภาพกลุ่มคนรักร่วมเพศ นโยบายสิทธิการทำแท้งและอื่นๆ ทำให้ตำรวจต้องตั้งแนวสกัดกั้นผู้ประท้วงและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่ นอกเหนือจากนั้นจับกุมผู้ประท้วงก่อความรุนแรง 15 คน

ที่โอ๊กแลนด์จุดไฟเผารถตำรวจ

ส่วนที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านชัยชนะของนายทรัมป์ พากันเคลื่อนขบวนประท้วงบนถนนกลางย่านธุรกิจทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ขณะที่การประท้วงในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีผู้ประท้วงราว 7,000 คน บางส่วนขว้างปาขวดน้ำและประทัดเข้าใส่ตำรวจ ทั้งมีรายงานผู้ประท้วงจุดไฟเผารถตำรวจเสียหาย 2 คัน เช่นเดียวกับที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ผู้ประท้วงต่างพากันไปชุมนุมบริเวณอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ในนครชิคาโก พร้อมตะโกนคำต่อต้านนายทรัมป์ไม่ใช่ประธานาธิบดีของพวกตน ทั้งตะโกนคำพูดไม่ยอมรับผู้นำเหยียดสีผิวและเชื้อชาติ และไม่ต้องการผู้นำเผด็จการในสหรัฐอเมริกา ผู้ประท้วงบางส่วนแสดงท่าทีต้องการปฏิรูประบบการเลือกตั้งผ่านคณะผู้เลือกตั้งหรือ Electoral College อ้างว่าระบบการเลือกตั้งแบบนี้น่าขัน

ประท้วงลามกว่า 10 เมืองทั่วสหรัฐฯ

นอกจากการเคลื่อนไหวประท้วงชัยชนะของนายทรัมป์ต่อนางคลินตัน ยังเกิดขึ้นในอีกหลายเมืองตั้งแต่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ นครซีแอตเติ้ล รัฐวอชิงตัน รวมแล้วมากกว่า 10 เมือง แต่การประท้วงส่วนใหญ่ดำเนินไปอย่างสงบ ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงในเขตกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.มีการจุดเทียนแสดงความอาลัยบริเวณหน้าทำเนียบขาวด้วย

เอฟเอเอห้ามบินเหนือทรัมป์ทาวเวอร์

ขณะเดียวกัน สำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐฯ (เอฟเอเอ) ประกาศเขตห้ามบินชั่วคราวเหนือน่านฟ้าอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ในมหานครนิวยอร์ก ครอบคลุมย่านแมนฮัตตัน บรู๊คลิน และย่านควีนส์ เพื่อความปลอดภัย ห้ามอากาศยานทุกชนิดบินต่ำกว่าระดับความสูงเหนือพื้นดิน 2,999 ฟุต ยกเว้นอากาศยานของกองทัพสนับสนุนภารกิจของตำรวจลับ และอากาศยานของตำรวจกับอากาศยานฉุกเฉิน มาตรการนี้ให้มีผลบังคับใช้ไปจนถึง 21 ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากห้วงเวลาดังกล่าวจะมีการใช้น่านฟ้าเคลื่อนขบวนเหล่าบุคคลสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ตามปกติสำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐฯสามารถออกประกาศจำกัดเขตห้ามบินชั่วคราวได้ทุกสถานการณ์พิเศษ หรือช่วงเวลาหวั่นเกิดภัยอันตราย

“ฮิลลารี” วอนผู้สนับสนุนอยู่ในความสงบ

ก่อนหน้านี้นางฮิลลารี คลินตัน ผู้พ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงที่มหานครนิวยอร์ก ประกาศยอมรับชัยชนะของนายทรัมป์ ทั้งเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเธออยู่ในความสงบ และให้ โอกาสนายทรัมป์ได้ทำหน้าที่ตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวปราศรัยระบุเรียกร้องถึงชาวอเมริกันให้ยอมรับสนับสนุนนายทรัมป์ขึ้นทำหน้าที่ผู้นำประเทศ ทั้งเชื้อเชิญนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 พร้อมกับนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาเข้าพบหารือที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน และเพื่อให้นางเมลาเนีย ทรัมป์ พบเจอกับนางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ

หลังรับตำแหน่งเร่งฟื้นฟูสาธารณูปโภค

ส่วนท่าทีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศหลังทราบผลชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อช่วงเช้าวันพุธ 9 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ระบุให้คำมั่นจะเร่งเยียวยาบาดแผลความแตกแยกภายในประเทศในฐานะประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน ทั้งระบุถึงชาวอเมริกันทุกคนล้วนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ ทั้งนี้นายทรัมป์และทีมงานมีห้วงเวลาราว 10 สัปดาห์ก่อนถึงพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการวันที่ 20 ม.ค.ปีหน้า เพื่อเตรียมขั้นตอนกระบวนการถ่ายโอนอำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ หัวหน้าทีมงานดำเนินการเรื่องนี้คือ นายคริส คริสตี้ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ขณะที่ภาระหน้าที่ นายทรัมป์จะเร่งดำเนินการภายหลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการคือ เร่งปรับปรุงฟื้นฟูเครือข่ายระบบสาธารณูปโภคทั่วประเทศ เร่งสร้างงานและเร่งกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ

เผยชื่อคณะทำงานประธานาธิบดี

ทั้งนี้ ภาระหน้าที่ของว่าที่ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ต้องดำเนินการลักษณะเดียวกันกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา คือต้องได้รับฟังสรุปงานด้านข่าวกรองของประเทศทุกวันจากเครือข่ายหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯทั้งหมด 17 หน่วยงาน อย่างไรก็ตาม คณะทำงานของนายทรัมป์ยังไม่ชัดเจนว่าจะแต่งตั้งผู้ใดบ้างขึ้นดำรงตำแหน่งคณะผู้บริหารอาวุโส รวมถึงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงาน แต่คาดว่าผู้ที่จะมีบทบาทสำคัญในคณะทำงานของนายทรัมป์จะรวมถึงนายคริส คริสตี้ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ นายนิวต์ กิงริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายรูดี้ กุยลิอานี อดีตนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก

บ่อนไอร์แลนด์เจ๊งเป็นประวัติศาสตร์

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ชัยชนะของนายทรัมป์ ทำให้บ่อนพนันออนไลน์หลายแห่งสูญเสียเงินจำนวนมาก บางแห่งจ่ายเงินล่วงหน้าให้ผู้แทงนางคลินตันซึ่งเป็นผู้แพ้เพราะคาดว่าเธอต้องชนะ โฆษกเว็บไซต์รับพนันออนไลน์ “แพ็ดดี้ พาวเออร์” ในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ แถลงว่า สูญเสียเงินไปประมาณ 5 ล้านยูโร (ประมาณ 192.5 ล้านบาท) นับเป็นการสูญเสียเงินพนันทางการเมืองของบริษัทนี้ที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเงินจำนวนหนึ่งจ่ายล่วงหน้าให้ผู้พนันนางคลินตัน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเปิดรับแทงพนันนายทรัมป์ต่อไป โดยพนันว่า เขาจะชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ในปี 2563 หรือไม่ในอัตรา 4 ต่อ 1 รับพนันว่า เขาจะถูกรัฐสภาดำเนินกระบวนการถอดถอนสำเร็จหรือไม่ ในอัตรา 10 ต่อ 1 และเขาจะสร้างกำแพงกั้นพรมแดนกับเม็กซิโกได้จริงตามที่สัญญาไว้หรือไม่ในอัตรา 20 ต่อ 1

กระแสแรงหนังสือยังยอดขายพุ่ง

เอพียังรายงานว่า หลังนายทรัมป์ชนะเลือกตั้ง หนังสือเกี่ยวกับตัวเขาในเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ “Amazon” มียอดขายพุ่งขึ้นอย่างมาก รวมทั้งหนังสือชื่อ “The Art of the Deal” (ศิลปะในการทำข้อตกลง) ยอดขายพุ่งขึ้นจากอันดับ 1,107 มาอยู่ที่ 24 ส่วนหนังสือ “Great Again” (ยิ่งใหญ่อีกครั้ง) ขึ้นจากอันดับ 5,340 มาอยู่ที่อันดับ 172

นายกฯออสเตรเลียเผยคุยกับทรัมป์แล้ว

ส่วนความเคลื่อนไหวของนานาชาติ หลังนายทรัมป์ชนะเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล แห่งออสเตรเลียแถลงว่า ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายทรัมป์อย่างอบอุ่นและเปิดเผย และว่านายทรัมป์มีพันธกรณีเสริมสร้างและรักษากำลังอำนาจทางทหารในเอเชีย รัฐบาลออสเตรเลียยังรีบให้สัตยาบันข้อตกลงปารีสเพื่อลดภาวะโลกร้อนในวันเดียวกัน หลังนายทรัมป์เคยประกาศจะยกเลิกข้อตกลงนี้ ส่วนธนาคารกลางนิวซีแลนด์ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.75% อ้างว่าเพราะสถานการณ์โลกไม่แน่นอนหลังนายทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

“อาเบะ” รีบไปสหรัฐฯกลัวทีพีพีล่ม

ส่วนโฆษกของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แห่งประเทศญี่ปุ่น แถลงว่า นายอาเบะโทรศัพท์หารือกับนายทรัมป์ราว 20 นาที และเขาจะเดินทางไปพบนายทรัมป์ที่นครนิวยอร์กด้วยในสัปดาห์หน้า วันเดียวกัน สภาผู้แทนฯญี่ปุ่นลงมติอนุมัติให้ญี่ปุ่น เข้าร่วมกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งสหรัฐฯเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง แต่นายทรัมป์ประกาศจะล้มเลิกเช่นกัน

เกาหลีเหนือขู่ “ทรัมป์” เปลี่ยนนโยบาย

ด้านประธานาธิบดีปัก กึน-เฮ แห่งเกาหลีใต้ โทรศัพท์หารือกับนายทรัมป์ ซึ่งสัญญาว่าสหรัฐฯจะยึดมั่นในพันธกรณีปกป้องเกาหลีใต้ตามข้อตกลงพันธมิตรด้านความมั่นคง ขณะที่หนังสือพิมพ์โนดอง ชินมุนของรัฐบาลเกาหลีเหนือ เตือนว่า รัฐบาลของนายทรัมป์ต้องเปลี่ยนนโยบายต่อเกาหลีเหนือที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง และว่าการผลักดันให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นภาพลวงตาที่ล้าสมัยแล้ว

เม็กซิโกยันไม่ร่วมจ่ายค่าสร้างกำแพง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างนักวิเคราะห์ว่า การที่นายทรัมป์ขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐฯ ทำให้ปากีสถานหวั่นกลัวว่าสหรัฐฯจะเปลี่ยนนโยบายไปกระชับสัมพันธ์กับอินเดีย คู่อริของปากีสถานแทน ส่วนคิวบาซึ่งเพิ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯก็หวั่นวิตกว่า จะเกิดความไม่แน่นอน ด้านประธานาธิบดีเอนริเก เปนญา นีเอโต แห่งเม็กซิโก แถลงว่า จะร่วมทำงานกับนายทรัมป์เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ แต่ย้ำว่าเม็กซิโกจะไม่ออกค่าใช้จ่ายในการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐฯดังที่นายทรัมป์ประกาศไว้

“แอมเนสตี้” กังวลเรื่องสิทธิมนุษยชน

ซาลิล เช็ตตี้ เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงหลังผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปรากฏว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” จากพรรครีพับลิกัน เป็นฝ่ายชนะ เตรียมขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 ในปี 2560 ข้อความดังต่อไปนี้ “ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ปลุกปั่นให้เกิดความน่ากลัวอย่างมากหลายครั้งตลอดการหาเสียงของเขา ส่งผล ให้เรากังวลอย่างมาก และไม่รู้ว่าจะคาดหวังเกี่ยวกับ ความตั้งใจจริงด้านสิทธิมนุษยชนในอนาคตจากเขาได้มากน้อยแค่ไหน ตอนนี้เขาต้องทิ้งเรื่องเหล่านี้ไว้ข้างหลัง ตลอดจนรับรองและปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐฯทั้งในและต่างประเทศ”

ร้องหยุดเหยียดเพศ–เชื้อชาติ

ด้านมาร์กาเรต หวง ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐฯ กล่าวว่า ช่วงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ได้ฟังคำปราศรัยที่น่ากวนใจและรุนแรงจากว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์และคนอื่นๆคำพูดเหล่านั้นต้องไม่กลายมาเป็นนโยบายของรัฐบาล การเหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ และคำพูด ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอื่นๆของนายทรัมป์ไม่ได้รับการยอมรับในฐานะรัฐบาล ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องประกาศต่อสาธารณะว่า จะยึดถือในสิทธิมนุษยชนอันปราศจากการเลือกปฏิบัติ ตั้งแต่ค่ายกักกันไปจนถึงการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เราได้เห็นตัวอย่างหายนะของผู้นำที่เลือกจะละเมิดพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐฯมาแล้วมากมาย ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งทุกคนควรตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้บริหารระดับสูงหรือสมาชิกสภาเมือง

“บิ๊กโด่ง” ไม่ตกใจ “ทรัมป์” เป็น ปธน.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่สถาบันป้องกันประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 59 ตอนหนึ่งว่า “การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า จะกระทบประเทศไทยเพราะเห็นภาพผู้นำคนใหม่ที่น่าตกใจ แต่ผมขอบอกว่า อย่าตกใจไป ถ้าติดตามจะเห็นว่า ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่มีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกที่มีความสุขุมรอบคอบดูแล้วไม่น่าวิตกใดๆ ฉะนั้นการเมืองระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆของชาติมหาอำนาจจะมีความเกี่ยวพันกับความมั่นคงในชาติ”

เชื่อสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯดีเหมือนเดิม

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่า ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ 183 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนเรามีความคุ้นเคยกัน เพียงแต่ในช่วงนี้คนสนใจนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะที่เป็นบุคคลจากอีกวงการหนึ่งซึ่งเข้ามาสู่การเมืองและมีสีสัน จากการแสดงท่าทีที่ไม่เป็นแบบนักการเมืองปกติ แต่มาจากมุมมองด้านธุรกิจ หากไปดูรายการดิแอพเพรนติส ที่ทรัมป์เคยจัดจะรู้ว่ามีวิธีบริหารจัดการคนอย่างไร เป็นส่วนหนึ่งที่คาดว่า จะถูกนำมาใช้ในการบริหารประเทศต่อไป เท่าที่ฟังนโยบายที่พูดมามีอะไรน่าสนใจเยอะ รวมถึงในสหรัฐฯเองที่เคยไปลงทุนที่อื่น แต่เชื่อว่าทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นผู้นำอย่างไรก็มีเจตนาที่ดีต่อประเทศชาติ ประชาชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พูดว่า เราจะสามารถไปช่วยเหลือสร้างงานให้เขาได้บ้างหรือไม่ เพราะการลงทุนของไทยขณะนี้เป็นเรื่องสองทาง คือทั้งเอาคนของเขามาลงทุนและเอาคนของเราออกไปลงทุน ดังนั้นต่อไปในอนาคตสิ่งที่เห็นคงเป็นไปในทางที่ดีเหมือนในอดีต โดยเฉพาะถ้ามีความเคารพซึ่งกันและกัน

แนะคนไทยอยู่สหรัฐฯอย่าล่องลอย

เมื่อถามว่า นโยบายแข็งกร้าวต่อผู้อพยพจะส่งผลกระทบกับคนไทยที่เข้าไปอยู่ในสหรัฐฯอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่ นายดอนตอบว่า เมื่อไปอยู่ในสังคมใด ทุกคนต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ ถ้าเราทำตัวให้เป็นประโยชน์ มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน และทำให้เกิดประโยชน์กับสังคมของเขาจะยอมรับ แต่ไม่ใช่ไปล่องลอยทำอะไรไม่เกิดคุณค่า หรือทำผิดกฎหมาย อาจเป็นเป้าได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้เป็นที่รับรู้กันมานานแล้ว ขอให้ทุกคนปรับตัว

“อภิสิทธิ์” ชี้เหตุ “ทรัมป์” พลิกชนะ

ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าในที่สุดคนอเมริกันจำนวนมากมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับประโยชน์ อะไรจากความก้าวหน้า และมีความรู้สึกสูญเสียสิ่งที่เคยมีบางสิ่งบางอย่างเช่น มีความรู้สึกว่าเมืองนี้ เคยเป็นเมืองอุตสาหกรรม เคยมีสถานที่ประกอบการจ้างงานต่างๆแต่สูญเสียไปให้ต่างชาติ นายทรัมป์มาเล่นกับความรู้สึกตรงนี้ว่า ตัวเองเป็นเจ้าของประเทศ และพูดถึงคนผิวขาวที่ยังมีลักษณะเหยียดผิวและเพศอยู่จำนวนหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่านายทรัมป์เล่นกับ กระแสความรู้สึกแบบนี้ คนจำนวนมากคิดว่าคนที่มีความรู้สึกแบบนี้เหลือน้อยแล้ว ล้าสมัย ตกยุคไปแล้วต้องมาทบทวนใหม่ อย่าลืมว่าจนถึงนาทีสุดท้ายนายทรัมป์ที่ใครๆบอกว่า ตอนเริ่มต้นไปพูดพาดพิงในเชิงดูถูกไม่น่าเป็นที่ยอมรับ จนถึงแทบจะวันสุดท้ายก็ไม่มีการปรับเลย แต่รักษากระแสและคะแนนเสียงของตัวเองไว้ได้ แต่เมื่อนายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีแล้วต้องติดตามต่อว่า จะปรับท่าทีที่ดุดันนี้หรือไม่ เพราะเท่าที่ฟังการปราศรัยครั้งแรกหลังจากชนะก็พยายามจะลดโทนลง ถ้าคนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถรู้สึกได้ว่าเขาได้ประโยชน์ด้วย ในที่สุด จะมีปฏิกิริยาโต้กลับ

ชี้ไม่ยึดกรอบเดิมเป็นผลบวกกับไทย

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เมื่อนายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีแล้ว จะมีผลต่อโลกอย่างไรบ้าง คงต้องขึ้นอยู่กับตัวนโยบายเมื่อเข้าไปทำงาน เพราะในที่สุดต้องมีเรื่องของผลประโยชน์ที่สอดคล้องและขัดแย้งกันบ้าง ถ้าจะมองว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเป็นโอกาส แต่ประสบการณ์ที่น้อยของนายทรัมป์อาจเป็นทั้งจุดแข็งก็ได้ จุดอ่อนก็ได้ ขึ้นอยู่ว่าจะเล่นกับมันอย่างไร ส่วนจะมีผลกับเอเชียหรือกับประเทศไทยอย่างไร ตนคิดว่าอาจจะบวกขึ้นคือ นายทรัมป์อาจจะไม่ค่อยยึดติดกับเรื่องของกรอบเดิมๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองไทยในสายตาตะวันตก หลุดไปจากกรอบของเขาคือ มีปฏิวัติ มีการเดินขบวน บอยคอตเลือกตั้ง แล้วเขาไม่ได้มารู้รายละเอียดทั้งหมด ตนจึงคิดว่านายทรัมป์จะไม่ค่อยติดกรอบตรงนี้ ในแง่นี้อาจจะเป็นบวกก็ได้ อาจจะมาสร้างความสัมพันธ์โดยไม่ต้องสนใจการเมืองไทยเท่าไหร่ แต่อีกด้านถ้านายทรัมป์มีความเชื่ออย่างที่เคยพูดว่า สหรัฐฯเสียเปรียบเพราะว่าประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายเอาเปรียบ อย่างนั้นน่าจะเจอกับปัญหาการกีดกันทางการค้า ต้องดูว่าเขาจะไปแนวไหน

พท.ผวาแทนจี้หาทางรับมือ “ทรัมป์”

วันเดียวกัน ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ทีม สำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ต้องรีบทำคือ การศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย เตรียมมาตรการรองรับไว้แต่เนิ่นๆ เพราะนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตัวชัดเจนว่า จะกวาดล้างชาวต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองโดยผิด กฎหมาย ที่อาจมีคนไทยรวมอยู่ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องสั่งให้เร่งตรวจสอบตัวเลขคนไทยที่อยู่ในสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมายเพื่อเตรียมช่วยเหลือแต่เนิ่นๆ อย่ารอจนเกิดปัญหาแล้วมาโอดครวญว่า ไม่มีปัญญาที่จะแก้ และต้องเตรียมรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สหรัฐฯอาจออกมาตรการกีดกันทางการค้า เพราะนักวิเคราะห์เชื่อว่าสหรัฐฯจะมีมาตรการแข็งกร้าวกับจีนที่อาจส่งผลกระทบต่อไทย กระทรวงการต่างประเทศอย่าให้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพคอยแก้ตัว เวลาถูกชาวโลกประณามว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือสั่งเจ้าหน้าที่ทูตไปล็อบบี้ให้เชิญไปประชุมเพื่อลดปมด้อย และที่ยังน่าสงสัยคือ เบื้องหลังการล็อบบี้นั้นนำผลประโยชน์ของประเทศไปแลกมาด้วยหรือเปล่า

แขวะต้องเร่งกลับสู่ประชาธิปไตย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับชาวสหรัฐฯ ที่เลือกนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ชนิดหักปากกาเซียน แสดงให้เห็นว่า ประชาชนสหรัฐฯต้องการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่านายทรัมป์จะบริหารเศรษฐกิจได้ดีกว่า สหรัฐฯน่าจะมีนโยบายให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น และเอาใจมิตรประเทศน้อยลง ส่วนประเทศไทยควรจะต้องกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย เร็วขึ้น เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯน่าจะดีขึ้นหลังจากไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คนไทยคงคิดไม่ได้แตกต่างกับคนสหรัฐฯ ที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงและมีผู้นำที่มีแนวคิดใหม่ๆในการพัฒนาประเทศ และอยากจะออกจากวังวนเดิม รัฐบาล ต้องทำตัวให้เล็กลงประชาชนต้องใหญ่ขึ้น งบประมาณต้องถึงมือประชาชนไม่ใช่เข้ากระเป๋าคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อยากเห็นคนไทยใจกว้างรับความจริง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือพลิกล็อก พรรคเดโมแครตบริหารประเทศมา 8 ปีแล้ว อาจไม่ได้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอเมริกันดีขึ้น จึงต้องการความเปลี่ยนแปลง หรือต้องการทดลองให้ได้ผู้นำที่ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจจนร่ำรวยมาบริหารประเทศ นอกจากนี้ อาจต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงการบริหารตามนโยบายหลักของพรรครีพับลิกัน ที่ให้ความสำคัญกับกิจการภายในประเทศมากกว่ากิจการด้านการต่างประเทศ คนอเมริกันจะเปิดโอกาสให้คนที่จะเป็นผู้นำคนใหม่ได้บริหารงานจนครบ 4 ปีตามวาระ จะไม่มานั่งคอยแย่งชิงตำแหน่งหรือจ้องทำลายใส่ร้ายกันเอง ตนอยากเห็นนักการเมือง ข้าราชการ และคนไทยนำมาเป็นแบบอย่าง อยากให้คนไทยเปิดใจกันให้กว้าง ยอมรับความจริงและยึดมั่นในขบวนการความยุติธรรมที่แท้จริง

“ทักษิณ” ตั้งตารอร่วมงาน “ทรัมป์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งจดหมายแสดงความยินดีถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯว่า ขอแสดงความยินดีต่อชัยชนะอันเป็นประวัติศาสตร์ ขอส่งความปรารถนาดีสำหรับความสำเร็จของท่าน ในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี เชื่อมั่นว่าความรู้ความสามารถของท่าน จะสามารถนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่สหรัฐอเมริกา และสามารถนำพาสหรัฐฯไปสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง และยังเชื่อมั่นอีกว่า ภายใต้การนำประเทศของท่าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาจะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก พวกเรายังตั้งตารอคอยที่จะประสานงานกับรัฐบาลของท่านในอนาคตอันใกล้

“ปู” เชื่อสัมพันธ์ 2 ปท.แน่นแฟ้นขึ้น

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งจดหมายถึงนายทรัมป์ใจความว่า ขอแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของท่าน สหรัฐอเมริกาและประเทศไทยมีความแน่นแฟ้น ต่อกันมายาวนาน ทั้งทางด้านการค้าระหว่างประเทศ การลงทุน สาธารณสุข วัฒนธรรม และความมั่นคง เชื่อมั่นว่า ภายใต้การเป็นผู้นำของท่าน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาจะยิ่งแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ขอส่งความปรารถนาดีให้ท่านสำเร็จในการนำพาสหรัฐอเมริกาเติบโตอย่างมั่งคั่ง

ตำรวจไม่พบการประท้วงผลเลือกตั้งสหรัฐฯ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบด้านการข่าวจนถึงขณะนี้ยังไม่พบการประท้วงต่อต้านลักษณะรุนแรงในประเทศ ไทย ประเทศไทยยังไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ประมาท และมีการเฝ้าระวังด้านการข่าวตลอด มีการจัดกำลังดูแลสถานที่เชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเท่านั้น แต่ดูแลสถานที่สำคัญทุกแห่ง ตลอดจนจับตาดูพลเมืองของสหรัฐฯ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหรือพำนักที่ประเทศ ไทยด้วย ขอให้ประชาชนอย่าเป็นห่วง เพราะตอนนี้ เป็นเรื่องของการเมืองในประเทศนั้นๆ ส่วนกรณีหน่วยงานความมั่นคงของไทยแจ้งเตือนการก่อวินาศกรรมเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ขอย้ำว่าการแจ้งเตือนดังกล่าวเป็นการแจ้งตามปกติ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด

หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯออกมาแบบพลิกความคาดหมาย ม็อบต้าน “โดนัลด์ ทรัมป์” ขยายไปกว่า 10 เมืองทั่วสหรัฐฯ ไม่เว้นแม้กระทั่งมหานครนิวยอร์กประชาชนหลายพันคนรวมตัวไปประท้วงถึงหน้าตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ย่านฟิฟธ์ อเวนิว 11 พ.ย. 2559 07:12 11 พ.ย. 2559 07:13 ไทยรัฐ