วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เริ่มเขียนแบบพระเมรุมาศ ช่างสิบหมู่แกะลวดลายประดับ ทำด้วยไม้จันทน์หอม

ช่างสิบหมู่เริ่มเขียนแบบเครื่องประกอบประดับพระเมรุมาศแล้ว อธิบดีกรมศิลปากร ประสานกรมอุทยานฯแปรรูปไม้จันทน์หอมก่อนส่งใช้งานพระราชพิธีบวงสรวง 14 พ.ย. ผู้ใหญ่บ้านที่เคยจูงลาให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ประทับนั่งขณะเสด็จพระราชดำเนินช่วยเหลือชาวไทยภูเขา ที่บ้านผาหมี อ.แม่สาย จ.เชียงราย จนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก พาลูกบ้านเข้าถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ร่ำไห้เผยชาวบ้านทุกคนร้องไห้เสียใจอย่างที่สุดที่ในหลวงภูมิพลเสด็จสวรรคต ขณะที่พสกนิกรไทยจากทั่วประเทศหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมศพไม่ขาดสาย ตั้งแต่เช้ามืดยันดึกเรียงแถวแน่นขนัดรอกราบพระบรมศพ เช่นเดียวกับพสกนิกรในต่างจังหวัดยังจัดพิธีแสดงความอาลัยทุกพื้นที่ด้วยความรักความอาลัยสุดซึ้ง ชาวออสซี่เดินจากสมุยถึงพระบรมมหาราชวังแล้ว ซาบซึ้งใจคนไทยรักกษัตริย์ที่สุด อัศจรรย์ใจ เต่าคลานขึ้นจากสระน้ำมาผงกหัว 3 ครั้งหน้าพระบรมฉายาลักษณ์หน้าแท่นแสดงความอาลัย

นับเป็นวันที่ 13 แล้ว ที่สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรชาวไทยเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง แต่ละวันมีการเปิดให้เข้าถวายสักการะตั้งแต่เวลา 05.00 น. โดยสำนักพระราชวังอนุญาตให้ประชาชนผ่านเข้าประตูวิเศษไชยศรี ขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีประชาชนกลุ่มแรกเดินทางเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จำนวนถึง 878 คน จากนั้นเริ่มทยอยเดินทางเข้าถวายสักการะอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ทั้งนี้ พสกนิกรที่มาแสดงความกตัญญูต่อองค์ภูมิพลพ่อของแผ่นดินไทย ได้เข้าแถวต่อกันมีความยาวเหยียด นับตั้งแต่ประตูกำแพงแก้วฝั่งทิศตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีฯ ล้นออกไปนอกพระบรมมหาราชวัง จนเต็มพื้นที่จุดพักคอยถนนหน้าพระลาน แล้วไปอัดแน่นขนัดอยู่ที่เต็นท์พักคอยบริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ

เรียงแถวเข้ากราบพระบรมศพแน่นขนัด

ขณะที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่ พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเข้าแถวรอกราบถวาย สักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่พสกนิกรไม่ย่อท้อ มีความมุ่งมั่นที่จะเข้าถวายสักการะพระผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย โดยท้ายแถวอยู่ที่บริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ ทอดยาวมาตามแนวเต็นท์จากทิศเหนือสู่ทิศใต้ แล้ววกตัดเข้าถนนกลางสนาม ก่อนเข้าสู่เต็นท์บริเวณถนนหน้าพระธาตุ แนวแถวยาวเหยียดเรื่อยมาถึงหน้ากรมศิลปากร หัวแถวอยู่ที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี นอกจากนี้ยังมีราษฎรจากภูมิภาคต่างๆที่ทางกระทรวงมหาดไทยนำมาเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ ประกอบด้วย จ.ลำปาง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ศรีสะเกษ และ จ.สตูล

ท่านมุ้ยบำเพ็ญพระราชกุศลเช้า

ส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรม ศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 28 เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ในเวลา 07.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือท่านมุ้ย เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ หลังจากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตลอดคืน

ฟ้าหญิงเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล

จากนั้นเวลา 11.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทร กิติคุณ บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารและวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และในเวลา 12.00 น. พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง บำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ชาวออสซี่เดินจากสมุยร่วมอาลัย

สำหรับบรรยากาศของผู้ที่เดินทางมาแสดงความอาลัยและถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ท้องสนามหลวงนั้น เมื่อค่ำของวันที่ 9 พ.ย. นายแฮมมิล ไมเคิล เดวิด อายุ 46 ปี ชาวออสเตรเลีย ซึ่งเดินเท้า จาก อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. มาแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เดินทางมาถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางกว่า 900 กม. พร้อมกับถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เขียนคำว่า “Walk for king” ไว้เบื้องหน้า สะพายกระเป๋าเป้คู่ใจมาเพียงลำพัง นายเมธีพิพัฒน์ เข้มตระกูล อาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊งตลาดพลู 068 ที่ทำหน้าที่ให้การดูแลประชาชนบริเวณสนามหลวง ได้พบเห็นและพามาแจ้งกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เพื่อนำเข้าถวายสักการะพระบรมศพ

ซาบซึ้งใจคนไทยรักกษัตริย์ที่สุด

นายแฮมมิลกล่าวว่า เดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพราะเป็นช่วงหยุดพักผ่อนเป็นเวลา 2 เดือน ระหว่างที่อยู่ที่นี่ได้เห็นประชาชนคนไทยรักในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก พอมีประกาศว่า เสด็จสวรรคต ทำให้เห็นคนไทยทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศแสดงความโศกเศร้าในการสูญเสียพระองค์ท่าน แม้ตัวเองจะรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านน้อยมาก แต่ขณะที่กำลังอยู่ในเมืองไทย จึงอยากทำอะไรที่เป็นการแสดงความอาลัย จึงเลือกที่จะเดินเท้ามาเพื่อถวายสักการะพระบรมศพ และขอแสดงความเสียใจกับคนไทยทุกคน และขณะก้มลงกราบพระบรมศพ ก็คิดเหมือนชาวไทยทุกคนว่า พระองค์ทรงมีคุณูปการหลายอย่างให้แก่ประชาชนของท่านมากมาย หลังจากนี้ อยากจะใช้ชีวิตในประเทศไทยจนวันสุดท้ายของชีวิต ก่อนกลับนายแฮมมิลได้เดินชมรอบๆพระบรมมหาราชวัง พร้อมเผยว่าจะท่องเที่ยวในกรุงเทพฯจนกว่าจะได้งานทำที่สมุยแล้วค่อยเดินทางกลับสมุย

หนุ่มบุรีรัมย์เดินเท้ามาสนามหลวง

ขณะที่บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี นายดำรง เจริญรัมย์ อายุ 22 ปี ชาวบุรีรัมย์ เดินเท้ามาจากบ้านเกิดตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. และมาถึงสนามหลวงในวันที่ 10 พ.ย. โดยทันทีที่เดินทางถึง เจ้าหน้าที่ได้นำนายดำรงไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพทันที จากนั้นนายดำรงกล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนเพิ่งปลดประจำการจากทหารเกณฑ์เมื่อวันที่ 1 พ.ย.และออกเดินจากหน้ามณฑลทหารบกที่ 26 จ.บุรีรัมย์ เพราะตั้งใจว่า ปลดประจำการเมื่อใดจะไปกราบพระบรมศพในหลวง ร.9 ให้ได้ เนื่องจากพระองค์ทรงงานหนักมาตลอด 70 ปี เดินไปทุกหนทุกแห่งทั่วประเทศไทย ตนยังเป็นวัยรุ่น จึงอยากที่จะเดินมาสักการะพระบรมศพเพื่อขอกราบพระองค์ด้วยความรักและเคารพอย่างสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย

ผญ.จูงลาให้ในหลวงมากราบพระบรมศพ

ที่ประตูสวัสดิโสภา วันเดียวกัน นายมนตรี พฤษาพันธุ์ทวี หรือนายซาเจ๊ะ หม่อโป๊ะ อายุ 73 ปี ผู้ใหญ่บ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นำชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่าแต่งกายชุดประจำเผ่า 27 คน ถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประทับบนหลังลา ขณะเสด็จพระราชดำเนินที่บ้านผาหมี เมื่อปี 2514 ปี 2516 และปี 2517 โดยนายมนตรี ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้จูงลาให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยว่า พาลูกบ้านเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาล 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อบ้านผาหมี พระองค์ท่านเสด็จฯมาถึง 3 ครั้ง ทำให้บ้านผาหมีมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ชาวบ้านทุกคนร้องไห้เสียใจอย่างที่สุดที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต

กกต.แจกลองกองตันหยงมัส

ส่วนบริเวณรอบสนามหลวง หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากยังคงแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่มให้กับประชาชนที่มารอเฝ้าถวายสักการะพระบรม ศพอย่างต่อเนื่อง โดยจะแจกจ่ายเป็นช่วงเวลา รอบเช้าตั้งแต่เวลา 06.00-09.00 น. รอบกลางวันเริ่มเวลา 11.00-14.00 น. และรอบเย็นเริ่มแจกเวลา 16.00-20.00 น. เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีเหล่าบรรดาจิตอาสานำน้ำดื่มเดินแจกประชาชนและฉีดสเปรย์เพื่อคลายความร้อนให้อีกด้วย ส่วนที่เต็นท์ 32 นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่นำลองกองตันหยงมัส ที่สั่งตรงมาจาก จ.นราธิวาส จำนวน 700 กิโลกรัม มาแจกจ่ายให้กับประชาชน ถวายเป็นพระราช กุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แม่บ้าน ตร.มอบเงินบำรุงขวัญ

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท้องสนามหลวง ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำคณะแม่บ้านตำรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ให้กำลังใจข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่รอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง โดยมอบเงินจำนวน 180,000 บาท และผลไม้ ให้ทั้ง 9 กองอำนวยการร่วมทุกหน่วยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปใช้จ่ายในการดูแลประชาชนและข้าราชการตำรวจ

จัด จนท.ดูแลท่าเรือ มธ.

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่หอประชุมศรีบูรพา ม.ธรรมศาสตร์ มีการแถลงข่าวเรื่องการจัดระเบียบการจราจรในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 12-13 พ.ย. พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันดังกล่าวได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ท่าเรือประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริเวณลานปรีดี พนมยงค์เป็นกรณีพิเศษ โดยมีโป๊ะจุคนได้ 60 คน ให้ประชาชนเดินทางมาขึ้นที่ท่าดังกล่าวได้ ส่วนการจราจรบริเวณโดยรอบ จะให้รถของอาจารย์และผู้เกี่ยวข้องในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรเท่านั้น ที่นำรถเข้ามาจอดในมหาวิทยาลัยได้ โดยใช้เส้นทางถนนสามเสนเลี้ยวขวาเข้าถนนเจ้าฟ้าเลี้ยวซ้ายเข้าประตูมหาวิทยาลัยฝั่งพระอาทิตย์

ผู้มาร่วมงานมาทางเรือดีที่สุด

พล.ต.วิชาญญ์วัชร์กล่าวอีกว่า ส่วนบัณฑิต ผู้ปกครองและผู้มาแสดงความยินดี ขอให้มาทางขนส่งมวลชน หรือทางเรือเท่านั้น สำหรับการจราจรบริเวณโดยรอบ เจ้าหน้าที่จะตั้งเครื่องสแกนตรวจอาวุธที่ประตูทางเข้าออกที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3 จุด คือประตูแยกถนนพระจันทร์ ประตูถนนพระอาทิตย์ และประตูโบราณฝั่งตรงข้ามวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวร มหาวิหาร ส่วนประตูทางเข้าออกหน้ามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์จะปิด เนื่องจากต้องใช้เตรียมการพระราชพิธี อนุญาตให้เพียงเจ้าหน้าที่เท่านั้นเข้าออกได้

เล็งใช้กระบอกเติมน้ำดื่มลดขยะ

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ Volunteera For Dad กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายประชุมหารือ เพื่อจะลดปริมาณขยะในท้องสนามหลวงที่มีปริมาณถึง 100 ตัน โดย 40 ตันเป็นเศษอาหาร ที่เหลือเป็นขวดน้ำที่กินไม่หมด ดังนั้น เจ้าหน้าที่จะใช้กระบอกน้ำที่สนับสนุนโดยแอมเวย์ใช้เติมน้ำไว้ดื่มแทนขวดน้ำที่แจก โดยจะเริ่มนำร่องที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อนเป็นที่แรก ในช่วงพิธีพระราชทานปริญญาบัตร โดยจะจำหน่ายในราคา 10 บาท รายได้นำไปสมทบผลิตกระบอกน้ำเพื่อไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ท้องสนามหลวงฟรี จะเริ่มแจกในวันที่ 14 พ.ย. ผู้ที่มารับต้องลงชื่อว่า จะเติมน้ำจากเครื่องกรองน้ำที่เจ้าหน้าที่นำมา ติดตั้งไว้เท่านั้น ไม่ดื่มน้ำจากขวดพลาสติก คาดว่าจะลดปริมาณขยะให้เหลือเพียง 25-30 ตัน พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัย จะไม่มีการจำหน่ายอาหารทอดและอาหารที่มีน้ำ จะจำหน่ายเพียงอาหารแห้งเท่านั้น ด้านนายกิจวัช ฤทธิราวี กรรมการผู้จัดการบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทจะตั้งจุดเติมน้ำดื่มฟรีบริการ ประชาชนในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะเพิ่มจุดรอบสนามหลวง เพื่อรองรับประชาชนให้มากที่สุด

ระดมเจ้าหน้าที่รับมือประชาชน

นายยุทธพันธ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในวันที่ 12-13 พ.ย. มีการเตรียมเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ประจำที่ท่าเรือต่างๆ รอบสนามหลวง มีแพทย์จาก รพ.วชิระ รพ.ตากสิน และ รพ.เจริญกรุง พร้อมเรือกู้ชีพขนาดใหญ่ สามารถนำผู้ป่วยส่ง รพ.ศิริราชได้ ในสนามหลวงมีการเตรียมเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อมจากสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมา รวม 600 คน เพื่อดูแลด้านคัดกรองขยะโดยรอบสนามหลวงเพื่อรักษาความสะอาดและลดปริมาณขยะรอบสนามหลวง

กสทช.ตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์

เวลา 13.00 น. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และคณะ ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อรองรับการเดินทางของผู้ที่จะมาแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยหารือร่วมกับตัวแทนจากค่ายโทรศัพท์มือถือ และนายยุทธพันธ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ที่ประชุมได้บรรยายสรุปการปรับพื้นที่ท้องสนามหลวงเพื่อสร้างพระ เมรุมาศ และปัญหาความหนาแน่นในการใช้งานเครือข่ายสื่อสารในวันที่ประชาชนเดินทางมามาก คาดว่าในช่วงพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีคนเดินทางมาในพื้นที่ท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ประมาณ 150,000 คน

สั่งเตรียมเครือข่ายให้เพียงพอกับ ปชช.

ทั้งนี้ เลขาธิการ กสทช. ได้รับทราบความพร้อมและปัญหาจากผู้ให้บริการสื่อสาร ทุกค่ายชี้แจงว่า ได้มีการปรับเพิ่มเสาส่งสัญญาณและอุปกรณ์กระจายสัญญาณเพิ่ม ให้สามารถรองรับการใช้งานได้ดีในวันปกติ จะแต่มีความหนาแน่นมากในวันเสาร์-อาทิตย์ จากการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการของ กสทช. ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ จะมีปัญหาบ้างคือปัญหาทางเทคนิคในการติดตั้งอุปกรณ์ การชำรุดของสายสัญญาณจากการแทะกัดของกระรอก ซึ่งได้มีการแก้ไขแล้ว นอกจากนี้ นายฐากรได้ย้ำแนวทางปฏิบัติ ให้ผู้ให้บริการสื่อสารทุกรายเตรียมเครือข่ายให้รองรับการใช้งานประชาชนที่เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงได้ถึง 250,000 คน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และการติดตั้งอุปกรณ์ต้องไม่ทำลายภูมิทัศน์ของสนามหลวง และการจัดระเบียบสายสัญญาณต้องเป็นระเบียบสวยงาม

อจ.-ลูกศิษย์ปั้นพระบรมรูป ร.9

ที่ลานกว้างหน้าคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร (ท่าพระจันทร์) ช่วงบ่าย นายพงษ์พันธ์ จันทนมัฏฐะ ผช.คณบดีกิจการนักศึกษา และอาจารย์ประจำคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกันปั้นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ามกลางประชาชนและนักศึกษาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก นายพงษ์พันธ์กล่าวว่า การปั้นพระบรมรูปต้นแบบถอดพิมพ์ด้วยดินเหนียวนำไปเป็นแบบในการแกะสลักหินอ่อน มีความคืบหน้าพอสมควร กำหนดเสร็จต้นแบบประมาณ 2 เดือน ก่อนที่จะลงมือแกะสลักหินอ่อนในต้นปีหน้า สภาพอากาศมีผลกับการปั้น เนื่องจากฝน น้ำ อาจทำให้ดินเหนียวเคลื่อนตัว ความร้อนจะทำให้ดินแข็ง จึงต้องใช้การพ่นละอองน้ำให้มีความชื้นบ้าง อยากให้การปั้นออกมาดีที่สุด เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมพระบรมรูปพระองค์ท่าน

ขณะที่โดยรอบมีศิษย์เก่าคณะจิตรกรรม ร่วมกันวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใช้สีอคริลิกลงบนแผ่นไม้อัดสูง 2 เมตร กว้าง 4 เมตร รวมทั้งหมด 89 ภาพ เสร็จไปแล้วประมาณ 30 ภาพ มีนักศึกษาและประชาชนที่ผ่านไปมาชื่นชมและบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

นายกฯอินเดียวางพวงมาลา

เวลา 13.45 น. นายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอินเดีย เดินทางมาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นลงนามแสดงความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง

แจกเสื้อแห่งคุณงามความดี

เวลา 16.00 น. ที่เต็นท์ข้างศาลหลักเมือง พระอาจารย์กวง ธีระพันธุ์ ลอไพบูลย์ แห่งวัดพิชยญาติการาม พร้อมด้วยถั่วแระ เชิญยิ้ม และเหล่าคนวงการบันเทิง ในนามชมรมธุลีไทย นำเสื้อยืดคอกลมสีดำ มีตัวเลขเก้าไทยสีทองอยู่ด้านหน้า ใต้ลงมาเขียนคำว่าลูกจะขอทำดีเพื่อพ่อเอง มาแจกจ่ายให้กับผู้ที่มากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระอาจารย์กวง ธีระพันธุ์กล่าวว่า เลขเก้าไทยหมายถึงรัชกาลที่ 9ด้านล่างทำเป็นรูปตาที่หลับลง หมายถึงในวันที่พระองค์เสด็จสวรรคต ในความหมายทรงพักผ่อนแล้ว พวกเราในฐานะลูก จะตั้งปณิธานสานต่องานที่พระองค์ทรงทำไว้ จัดทำทั้งหมด 999 ตัว ผู้ที่มารับจะต้องลงชื่อและเขียนคำปฏิญาณว่าจะทำดีอย่างไร ในสมุดก่อนที่จะรับเสื้อ สมุดเล่มนี้ในวันที่ออกพระเมรุจะนำสมุดเผาไปด้วย เพื่อให้พระองค์ทรงรับรู้คำสัญญาที่ได้เขียนเอาไว้ ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามคำสัญญาไม่ใช่สัญญาพล่อยๆ หลังจากนี้จะทำเสื้อออกมาอีก แต่จะไปแจกตามจังหวัดต่างๆด้วย

พระองค์โสมฯทอดไก่วันที่ 13

เวลา 17.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จส่วนพระองค์ยังรถโรงครัวเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก บริเวณหน้ากรมศิลปากร เพื่อทรงทอดไก่ประทานแจกจ่ายพร้อมข้าวเหนียว และทอดข้าวเหนียวนึ่งชุบไข่ไก่ ประทานให้กับพสกนิกร ถือการเสด็จส่วนพระองค์มาทรงประกอบอาหารให้กับพสกนิกร เป็นครั้งที่ 13 ทั้งนี้ พระองค์โสมฯทรงกำชับให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ผ่านนางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิว่า ให้ดูแลประชาชนที่มาสักการะ พระบรมศพให้ทั่วถึง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ นักเรียนนักศึกษา จิตอาสาอาสากาชาด ตำรวจ ทหาร ที่มาช่วยเหลือดูแลประชาชนในพื้นที่ด้วย

ราชนิกูล “ยุคล” บำเพ็ญพระราชกุศลค่ำ

เวลา 19.00 น. ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล เป็นประธาน ในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ดึกแล้วคนยังรอกราบพระบรมศพ

ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. หลังปิดไม่ไห้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.35 น. จากเดิมที่กำหนดปิดในเวลา 21.00 น. เนื่องจากมีประชาชนยังต่อแถวรอเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพในมณฑลพิธีท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 33,042 คน รวม 12 วัน มี 345,850 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,538,854.75 บาท รวม 12 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 21,560,231.50 บาท

มท.สรุปยอดลงนามทั่ว ปท.

อีกด้าน กระทรวงมหาดไทยสรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 9 พ.ย. จำนวนทั้งสิ้น 126,687 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 7,565,529 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกิจกรรมสวดอภิธรรม ยอดสะสม ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-9 พ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 9,860,305 คน การทำบุญตักบาตร มีจำนวนทั้งสิ้น 2,847,820 คน กิจกรรมอื่นๆมีจำนวนทั้งสิ้น 2,630,885 คน

จัดคิวจิตอาสาบรรจุข้าวถุง “พอเพียง”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้นำข้าวเปลือกบรรจุถุง “พอเพียง” ไปมอบให้กับผู้ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นที่ระลึกวันละ 30,000 ถุง ไปจนถึงวันที่ 21 ม.ค.60 โดยได้รับการสนับสนุนข้าวเปลือกจากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันเป็นจำนวน 27,000 กิโลกรัม และได้รับการสนับสนุนข้าวอินทรีย์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนด้วย รวมถึงได้รับความร่วมมือจากจิตอาสาที่มาช่วยจัดทำ แต่เนื่องจากที่ สปน.มีพื้นที่จำกัด ไม่เพียงพอรองรับจิตอาสา เพื่อความเรียบร้อยผู้ที่จะร่วมเป็นจิตอาสาขอให้แจ้งความประสงค์มาที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2283-4281 และ 0-2283-4285 เพื่อจัดคิวเข้าร่วมบรรจุข้าวเปลือก

แปรรูปไม้จันทน์หอมก่อนส่งใช้งาน

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้ประสานงานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เกี่ยวกับการนำไม้จันทน์หอมมาใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยหลักๆจะใช้ในการดำเนินการจัดทำพระบรมโกศไม้จันทน์ และดอกไม้จันทน์ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กรมศิลปากรจะส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ไปจดบันทึกเหตุการณ์บวงสรวง วันที่ 14 พ.ย. หลังจากนั้นจะขอให้กรมอุทยานฯแปรรูปไม้จันทน์หอม ให้ได้ตามขนาดต่างๆ ก่อนส่งมาเก็บไว้ใช้งาน ตามที่สำนักช่างสิบหมู่กำหนดแบบการจัดสร้าง เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งาน และการเลื่อยฉลุลวดลายไทย

เริ่มเขียนแบบ-ฤกษ์บูรณะราชรถ

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า กรมกำลังหารือ ถึงการเตรียมการบวงสรวงพระมหาพิชัยราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ ก่อนเข้าบูรณะและทำความสะอาด โดยมอบหมายให้ช่างสิบหมู่ และกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ประสานงานกันดำเนินการร่วมกับกรมสรรพาวุธทหารบก คาดว่า จะเริ่มในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ ขณะเดียวกัน ทางช่างสิบหมู่ได้มีการเริ่มเขียนแบบเครื่องประกอบประดับพระเมรุมาศ อาทิ เทวดา สัตว์หิมพานต์แล้ว

ขอพระภิกษุมาพระที่นั่งดุสิตฯหลัง 100 วัน

ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาฯ กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม ว่า ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักพระพุทธฯ พิจารณาการเดินทางของพระภิกษุ สามเณร ที่จะเข้ามายังพระบรมมหาราชวัง โดยจะขอความร่วมมือให้เดินทางมาภายหลังจากครบ 100 วันไปแล้ว เพื่อให้คณะสงฆ์จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมยังวัดของตนเองและเปิดโอกาสให้ญาติโยมมาแสดงความอาลัยก่อน และยังได้มอบหมายให้สำนักพระพุทธฯ ออกแนวปฏิบัติสำหรับพระภิกษุ สามเณร ที่จะเดินทางมาประกอบพิธีเจริญจิตตภาวนาปลงธรรมสังเวช พระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทบริเวณศูนย์อำนวยความสะดวกท่าราชวรดิฐ ได้วันละ 60 รูป แบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกเวลา 09.30 น. รอบที่ 2 เวลา 12.30 น.

ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักพระราชวัง

นายพนมกล่าวอีกว่า พระภิกษุ สามเณร จะต้องปฏิบัติตามระเบียบของสำนักพระราชวัง ดังนี้ 1.ให้ลงทะเบียนที่ศูนย์ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ระบุชื่อ และวัดที่สังกัด 2.ไม่อนุญาตให้มีฆราวาสติดตาม 3.ปิดโทรศัพท์มือถือ งดถือกล้องถ่ายรูป งดการถือย่าม 4.เรียงแถวตามลำดับ เพื่อเข้าสู่พระบรมมหาราชวังผ่านประตูวิมานเทเวศร์ โดยต้องสำรวมไม่พูดคุยกัน 5.เมื่อถึงเบื้องหน้าพระบรมโกศ ให้ยืนแถวแสดงความอาลัย ด้วยการเจริญจิตตภาวนาปลงธรรม 6.เสร็จแล้วจะมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังถวายสิ่งของที่ระลึก และนำออกจากพระที่นั่ง ซึ่งแนวทางดังกล่าวเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติและให้เกิดความงดงามตามสมณ จริยาวัตรแห่งคณะสงฆ์

ร้อยดวงใจ 2 หมื่นคนแสดงอาลัย

ในส่วนพสกนิกรต่างจังหวัดที่ยังแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น ที่หน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผวจ.ยโสธรเป็นประธาน จัดงาน “ร้อยรวมดวงใจ แสดง ความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ” มีการแปรอักษรเป็นเลข ๙ รวมทั้งร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยชาวยโสธรทุกหมู่เหล่าร่วมงาน 20,000 คน เช่นเดียวกับ จ.บึงกาฬ นายอนุพูล เทศารินทร์ รักษาการ ผอ.โรงเรียนเซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ นำคณะครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา 1,699 คนจัดพิธีแสดงความอาลัยและแปรขบวนอักษรเป็นสัญลักษณ์เลข ๙ สีดำล้อมด้วยรูปหัวใจสีขาว ส่วนด้านล่างใช้คำว่า “ร.ร.เซกา”

ชาวเชียงแสนแสดงอาลัย “รักพ่อ”

นายกัมพล ไชยนันท์ ผอ.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 (แสนภูวิทยาประสาท) อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นำคณะครู นักเรียนและบุคลากรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 นักเรียนโรงเรียนเชียงแสนอาคาเดมี ทหารพราน 3103 สโมสโรตารีและชาวอำเภอเชียงแสน กว่า 2,000 คน แสดงความอาลัย แปรอักษรเป็นสัญลักษณ์ เลข ๙ รักพ่อ รปค.๑๕ ขณะที่คณะครู นักเรียน โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยา อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ 999 คนแปรอักษรเลข ๙ อยู่เหนือรูปหัวใจ ตามด้วยหน้าตึกคณะมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร คณบดีอาจารย์และนักศึกษาแปรรูปอักษรคำว่า “HUSOKPRU รักพ่อ ร.๙”

ฝนหยุดกะทันหันก่อนเริ่มพิธี

คืนวันที่ 9 พ.ย.ที่สนามกีฬา โรงเรียนเทศบาล 1 ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา นายบุญพาศ รักนุ้ย นอภ.สะเดา นายสุเมธ ศศิธร นายกเทศมนตรีเมืองสะเดา นำนักเรียนจากโรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ และคณะครูอาจารย์จากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองสะเดา ตลอดจนพ่อค้าและประชาชนชาวอำเภอสะเดาร่วมใจกันจุดเทียนแสดงอาลัยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงสรรเสริญพระบารมี ยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยและแปรอักษรรูป ร.๙ ในรูปหัวใจ ก่อนถึงเวลาจุดเทียนแสดงอาลัย ได้มีสายฝนโปรยปรายลงไม่ขาดสาย แต่พอถึงเวลาเปิดพิธี 19.00 น ฝนได้หยุดตกท้องฟ้าเปิดจนเห็นพระจันทร์อย่างน่าอัศจรรย์จนประกอบพิธีแปรอักษรได้อย่างเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

นักปั่นเมืองเหนือสู่สนามหลวง

บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองริมกว๊านพะเยา อ.เมืองพะเยา นายวรวิทย์ บุรณศิริ นายก อบจ.พะเยา พร้อมคณะโรตารีพะเยา ปล่อยขบวนนักปั่นจักรยานจาก จ.เชียงราย และ จ.พะเยา กว่า 50 คัน เพื่อไปแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่กรุงเทพฯโดยกลุ่มนักปั่นใช้ชื่อว่า “เหนือสุดแดนไทยปั่นไปกราบพ่อ” คาดใช้เวลา 7 วันจะถึงที่หมาย และที่ จ.สตูล ร.ต.ต. พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด นายชนะ บุษบงค์ อัยการจังหวัดสตูลและคณะ ร่วมกันส่งนายประเสริฐ บุญห่อ อายุ 46 ปี พนักงานจ้างเหมาบริการ (คนสวน) สำนักอัยการจังหวัดสตูล ปั่นจักรยานออกจากสำนักงานอัยการจังหวัดสตูล เดินทางไป กทม.เพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ยังมีนายพุฒิพงศ์ วงษ์จินดา อายุ 67 ปี กับนางอำพร วงษ์จินดา อายุ 53 ปี ชาว อ.เมืองสตูล สามีภรรยาใช้ จยย.พ่วงเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพด้วยเช่นกัน

หนุ่มใหญ่เดินเท้า 10 วันสู่กรุง

ที่บริเวณหน้า รพ.วารินชำราบ ถนนสายอุบลฯ-ศรีสะเกษ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้มีนายสายหยุด วิลัย อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/22 ถนนเขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี อาชีพรับจ้างทั่วไป นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชห้อยคอ ด้านหลังมีป้ายเขียนตัวหนังสือว่า “เดินเพื่อพ่อจากลูกชาวอุบล” เดินเท้าจากบ้านมุ่งหน้ากรุงเทพฯ สอบถามนายสายหยุดเปิดเผยว่า วัตถุประสงค์เพื่อจะไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระบรมมหาราชวัง เพราะก่อนหน้านั้นได้น้อมนำพระราชดำริของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตประจำวันทำเกษตรในการเลี้ยงชีพ เมื่อพระองค์สวรรคตจึงตั้งใจเดินเท้าเพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 10 วัน

สามนักเรียนอาข่าวาดรูปไว้บูชา

ที่โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี หมู่ 2 ต.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ว่าที่ ร.ต.กรกฎ ประเสริฐวงศ์ นอภ.แม่ฟ้าหลวง พล.ต.ต.ประสงค์ ศรีสมบุรณ์ รอง ผอ.โครงการพัฒนาดอยตุง นายศุภโชค ปิยะสันต์ ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี นำคณะครู บุคลากร นักเรียนผู้ปกครองชนเผ่าจีนยูนนานอาข่า กว่า 1,000 คน ทำพิธีแสดงความอาลัยโดยร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและนักเรียนชนเผ่า 3 คนได้ร่วมใจกันวาดพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชเก็บไว้เป็นที่สักการบูชา

หนูน้อย 8 ขวบทำดีเก็บขยะ

ที่ตลาดถนนคนเดิน เทศบาลเมืองชัยภูมิ ด.ญ.พิชญธิดา สงวนรัมย์ อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลชัยภูมิ อ.เมืองชัยภูมิ เดินเก็บเศษขยะบนถนนคนเดินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เผยว่า ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 อยากจะให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยเห็นว่าบ้านเมืองเรา เป็นเมืองที่สะอาด โดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนชาวไทยมาถึง 70 ปี จะทำความดีเพื่อระลึกถึงพ่อหลวงตลอดไป โดยออกเก็บขยะที่บนถนนคนเดิน และจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าขยะจะไม่มีบนถนนคนเดินแห่งนี้

พยาบาล รพ.สุโขทัยแจกผัดไทยคนไข้

ขณะที่ รพ.สุโขทัย นางวนิดา สิงห์น้อย อายุ 52 ปี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการงานผู้ป่วยนอก รพ.สุโขทัย พร้อมคณะช่วยกันแจกผัดไทยใส่ไข่จำนวน 599 ห่อให้กับผู้ป่วยที่มารอพบแพทย์ สอบถามนางวนิดา พยาบาลสาวผู้มีน้ำใจงาม กล่าวว่า ตนและสามีชื่อนายสุนทร สิงห์น้อย อายุ 63 ปี นักธุรกิจ อยากจะทำความดีเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะเห็นว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องรีบออกจากบ้านมาจับบัตรคิว เพื่อพบหมอตั้งแต่เช้ามืด อาจยังไม่ได้กินอะไรมา เลยทำผัดไทยแจก

ตำรวจทำดีแจกริบบิ้นดำ

ส่วนที่ จ.อำนาจเจริญ บริเวณหน้าทางเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอำนาจเจริญ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้ตั้งด่านตรวจวินัยจราจรและแจกริบบิ้นสีดำให้กับประชาชนจำนวน 999 ชิ้น โดย พ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า การแจกริบบิ้นเพื่อถวาย เป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชและมีประชาชนตอบรับเป็นอย่างดี

แต่งเพลง “คิดถึงพ่อ” ให้คนไทย

ส่วนนายครรชิต เยาวเรศ อายุ 46 ปี ครูสอน ดนตรีระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนนาส่วงวิทยา ต.นาส่วง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่าได้แต่งเพลง “คิดถึงพ่อ” เพื่อแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ การสวรรคตของพระองค์ทำให้คนไทยทุกคนมีแต่ความเศร้าโศก ตนมีวงดนตรี ที่รับจ้างเล่นดนตรีตามร้านอาหาร จึงแต่งเพลงขึ้นเพื่อน้อมอาลัยพระองค์ท่าน และเรียบเรียงดนตรีเอง

พ่อค้าใจดีทำกับข้าวให้กินฟรี

ที่ตลาดนัดสตาร์ อ.เมืองระยอง กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าของชมรมตลาดนัดระยองสามัคคี ได้นำอาหารคาวหวาน อาทิ แกงไก่กะวาน แกงหมูป่า ผัดเผ็ดและต้มจืด ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของคนระยองแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาซื้อของในตลาดได้กินกันฟรีนับพันคน สอบถามนายเสถียร กันธิยะ อายุ 51 ปี ประธานชมรมตลาดนัดระยองสามัคคี กล่าวว่า การทำอาหารมาแจกฟรีครั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่พระองค์มีพระกรุณาธิคุณแก่พสกนิกรชาวไทยทุกคน ทุกเชื้อชาติมาอย่างยาวนาน พวกเรา อยากทำดีเพื่อพ่อของเรา

สาวใหญ่ยึดเศรษฐกิจพอเพียง

นางนฤมล มั่นใจกล้า ชาวนาวัย 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 1 ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งทำนา ทำสวน เลี้ยงปลา และเลี้ยงไก่ ทำให้ชีวิตมีความสุข ความเป็นอยู่ดีขึ้น ช่วงแรกทำงานอยู่ที่สถานีวิทยุแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯแต่ไม่ดีขึ้นเลยกลับมาอยู่กับครอบครัวใช้พื้นที่นา จำนวน 50 ไร่ ทำเกษตรโดยยึดหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทุกวันนี้ปลูกข้าวและสีข้าวเก็บไว้กินในครัวเรือน ข้าว เปลือกที่เหลือเก็บตากไว้ทำพันธุ์ ส่วนที่เหลือจากการเก็บนำไปขายสร้างรายได้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว นอกจากนี้ ยังปลูกกล้วย 5 ไร่ ขายได้ใบตอง หัวปลีและกล้วยมีรายได้ทุกวัน แถมยังมีมะม่วง มะพร้าว พริก มะเขือ เลี้ยงไว้ตามคันบ่อปลาด้วย

สวดพระอภิธรรมถวายพระราชกุศล

ที่ จ.นครปฐม นางจุฬาพร ศิริเวช รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญ กุศลสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ศาลาวัดบางเลน อ.บางเลนจ.นครปฐมโดยมีนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นอภ.บางเลน นางลลิตา ฤกษ์วานิชย์กุล ภรรยา และประชาชนจำนวนมากร่วมพิธี

ชาวสองพี่น้องแปรอักษรเลข ๙

ส่วนสนามกีฬาวิทยาลัยการอาชีพสองพี่น้อง ต.บางพลับ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี นายนพดล สุวรรณสุนทร ผอ.วิทยาลัยการอาชีพสองพี่น้องสถานศึกษารางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านการบริหารสถานศึกษา 6 ด้านปี พ.ศ.2556 โดยนำโครงการ “๙๙๙,๙๙๙ คนปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์ ทำดีเพื่อพ่อ” พร้อมคณะครูและนักศึกษาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนักศึกษากว่า 500 คน ร่วมแปรอักษรเป็นรูปหัวใจมีเลข ๙ อยู่ตรงกลาง พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ทำให้อาจารย์และนักศึกษาหลายคนถึงกับน้ำตาคลอด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สระแก้ว-ปทุมธานีร่วมอาลัย

ที่สนามหน้าโรงเรียนบ้านชุมทอง อ.คลองหาด จ.สระแก้ว นายเอื้อน อดทน นายก อบต.เบญจขร นายคณาพัฒน์ เวชมนต์ ผอ.โรงเรียนบ้านชุมทอง นำข้าราชการ พนักงาน ครู อาจารย์ นักเรียนกว่า 200 คน ร่วมกิจกรรมแสดงความอาลัยและแปรอักษรเป็นรูปหัวใจ และคำว่า “รักพ่อหลวง”

ขณะที่ริมเขื่อนเทศบาลธัญบุรี คลองรังสิตประยูรศักดิ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.ปทุมธานี พร้อมประชาชนกว่า 3,000 คน ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และแปรอักษร “รักพ่อ เทศบาลธัญบุรี รัชกาลที่ ๙”

แม้แต่เต่ายังมาแสดงความอาลัย

ที่จังหวัดนนทบุรี ได้เกิดเหตุการณ์เป็นที่อัศจรรย์ใจแก่ผู้พบเห็น โดยเมื่อเย็นวันเดียวกัน ที่ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ อ.เมือง นนทบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 ได้จัดแท่นแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไว้ที่ด้านหน้าศูนย์ฯ ปรากฏว่าได้มีเต่าตัวเขื่องตัวหนึ่ง เดินต้วมเตี้ยมขึ้นจากสระน้ำของอุทยานมกุฎรมยสราญ ที่อยู่ภายในศูนย์ราชการ แล้วมาหยุดที่เบื้องหน้าแท่นแสดงความอาลัยซึ่งมีพระฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประดิษฐานอยู่ พร้อมกับผงกหัว 3 ครั้ง ก่อนจะค่อยๆคลานออกจากบริเวณดังกล่าว มุ่งหน้ากลับไปลงสระตามเดิม แต่นายกำจัด คงหนู ศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี ที่ได้ยืนดูเหตุการณ์เต่าคลานมาผงกหัวหน้าพระฉายาลักษณ์ เกรงว่าเต่าตัวนี้จะถูกรถยนต์ที่สัญจรไปมาในศูนย์ราชการทับร่างได้ จึงให้เจ้าหน้าที่อุ้มไปปล่อยลงสระน้ำ เหตุการณ์นี้สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ที่เห็นภาพดังกล่าวเป็นอย่างมาก

ช่างสิบหมู่เริ่มเขียนแบบเครื่องประกอบประดับพระเมรุมาศแล้ว อธิบดีกรมศิลปากร ประสานกรมอุทยานฯแปรรูปไม้จันทน์หอมก่อนส่งใช้งานพระราชพิธี บวงสรวง 14 พ.ย. ... 11 พ.ย. 2559 05:18 11 พ.ย. 2559 11:00 ไทยรัฐ