วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สมดุล' ในจุดเปลี่ยน!

หลังตะลึงงันกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา “ปู่ทรัมป์” โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน แซงหน้า “ฮิลลารี คลินตัน” จากพรรคเดโมแครต พรวดเดียวเข้าเส้นชัย

ขึ้นเป็นผู้นำคนที่ 45 ของประเทศมหาอำนาจโลก

ช็อกความรู้สึกอเมริกันชนบางส่วน จนเกิด “อาฟเตอร์ช็อก” ด้วยเหตุวุ่นวายชุมนุมเดินขบวน ถือป้ายประท้วงต่อต้าน จุดไฟเผา เข้าทุบกระจกร้านค้าในหลายเมือง เพื่อระบายอาการผิดหวัง คับแค้น

ชนิดที่คนในโลกเสมือนโซเชียลมีเดียในไทยเอามาตัดต่อเล่นมุก ละเมิดลิขสิทธิ์ ลอกม็อบการเมืองไทย

แต่ยังดีที่ระดับ “ผู้นำ” ผู้สมัครที่พลาดหวังอย่างนางคลินตัน มีคำว่า “สปิริต” อยู่ในใจ นอกจากโทรศัพท์ไปยอมรับความพ่ายแพ้ และยินดีกับ “ปู่ทรัมป์” ที่ขับเคี่ยวกันมา

เบรกอารมณ์กองเชียร์ ชูความเป็นหนึ่งเดียวในชาติ

เช่นเดียวกับ “ปู่ทรัมป์” ก็ไม่ได้ออกลีลา “สิงห์จอมโว” ดีใจออกนอกหน้าประกาศ จะดูแลอเมริกันชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ช่วยกัน “ดับชนวน” แตกแยก ไม่ให้ลุกลาม

หลังจากการหาเสียงเลือกตั้งในสหรัฐฯรอบนี้ มีครบทั้งโจมตีปัญหาส่วนตัว ขุดคุ้ย สาดโคลน เนื้อหานโยบาย แนวทางบริหารไม่ใช่จุดโฟกัสใหญ่อย่างที่ผ่านๆมาจนออก นอกลู่ประชาธิปไตยไปเยอะ

ขืนไม่ดึงกลับจะไปทำสอนสั่งประเทศอื่นๆเช่นที่ผ่านมาได้อย่างไร

แต่เอาเป็นว่าเมื่อระดับนักการเมืองใหญ่ 2 ขั้วข้างตั้งหลักได้ ยึดส่วนรวมเป็นที่ตั้งก็เป็นสัญญาณดีต่อประเทศชาติ สะท้อนได้จากสัญญาณบวกทันที โดยเฉพาะดัชนี ชี้วัดเร่งด่วน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

กระนั้นก็ดี มีอีกหลายปมปัญหาที่ว่าที่ผู้นำสหรัฐอเมริกาต้องทำอีกมาก จะหยุดอาการ ช็อกในหมู่คนอเมริกัน เบรกอาการขวัญผวาชาวโลกหรือไม่ หรือจะทำให้อกสั่นขวัญหายกันหนักเข้าไปใหญ่

ล่าสุดหลังรู้ผลเลือกตั้ง ก็มีข่าว “ปู่ทรัมป์” ประกาศทำทันทีในช่วง 100 วันแรก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่เคยประกาศช่วงหาเสียง ยกเลิกข้อตกลง การรวมกลุ่มทางการค้า

ในแนวทาง “อเมริกา เฟิร์สต์” สหรัฐอเมริกาต้องมาก่อน

ที่ต้องจับตาคือ ปมกีดกันเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา จัดระเบียบผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย สกัดคนเชื้อชาติอื่นในสหรัฐฯ เพื่อแก้ปมเศรษฐกิจ และปัญหาสังคม

ขยับโรดแม็ปเศรษฐกิจ–จัดระเบียบประเทศ ยึดประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก

ตามเทรนด์โลกที่เริ่ม “ขวาหัน” สู่แนวทาง “ชาตินิยม” หลายประเทศ

สำหรับประเทศไทย หลังทราบผลการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ระบุ ไทยกับสหรัฐฯ เป็นมิตรกันมา 180 ปี ใครจะชนะเราก็แสดงความยินดี

และต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ “สมดุล”

แต่อีกทาง “บิ๊กตู่” ย้ำในที่ประชุมร่วมกับเอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก และผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ โดยเน้นปรับรูปแบบการทำงานด้านการต่างประเทศ ที่ 2 ปีกว่าถือว่าทำได้ดีอยู่แล้ว

“แต่ต้องทำให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก”

ขณะที่หน่วยงานต่างๆก็เตรียมแผนรองรับความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงอำนาจในประเทศมหาอำนาจโลกกันทุกๆด้าน

ตามสัญญาณอำนาจพิเศษ ในการสร้าง “สมดุล”

แล้ว 2 ปีกว่า ดูเหมือน “ผู้นำอำนาจพิเศษ” จะยึดแนวทางนี้ นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในห้วงมีแรงกดดันจากมหาอำนาจ

ถ่วงดุล 2 ขั้ว “สหรัฐฯ-จีน” เล่นเกมอำนาจในภูมิภาค

แล้วก็มีโมเดลตัวอย่างจากคิว “ยื้อ” เข้าร่วมกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ (ทีพีพี) ที่นำโดยสหรัฐฯ แต่กีดกันมหาอำนาจจีน ถึงมีแรงกดดันภายนอก– ภายในให้เร่งตัดสินใจ

แต่สุดท้ายการยื้อจังหวะ ในห้วงการเปลี่ยนผ่านอำนาจในสหรัฐฯ ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

เพราะล่าสุดว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ก็ประกาศถอนดีลทีพีพีไปแล้ว

เช่นเดียวกับการทรงตัวในห้วงเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย หลายเรื่องสะท้อนชัด “บิ๊กตู่” เดินตามแนวทางนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การค้าขายระหว่างประเทศ กระทั่งเรื่องขั้วอำนาจต่างๆภายใน

ถึงจะไม่ง่ายนัก ในเงื่อนไขสถานการณ์พิเศษ ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ “ผู้นำอำนาจพิเศษ” ทำได้แค่ทรงตัวให้ดีที่สุด

เลี้ยงดุลทุกฝ่าย เพื่อ “สร้างสมดุล” ทุกด้าน.


ทีมข่าวการเมือง

10 พ.ย. 2559 23:45 10 พ.ย. 2559 23:45 ไทยรัฐ