วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ทรัมป์..ฉันเป็นฉันเอง” ประกาศลั่นอเมริกาจะมีแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น

ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ-อเมริกา “โดนัลด์ ทรัมป์” (Donald Trump) เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ชื่อเสียงที่ว่า มาจากอุปนิสัยส่วนตัวที่นิยมสร้าง “แบรนด์” ให้ตัวเองเป็นหลัก ขณะที่หากวัดความสำเร็จ ในแง่ธุรกิจแล้ว นิตยสาร The Economist ประเมินผลงานระหว่างปี 2528–2559 ให้ เกรดทรัมป์อยู่ในระดับกลางๆ พิจารณาจากความสำเร็จและความล้มเหลวจากการ บริหารธุรกิจจนล้มละลายถึง 6 ครั้งด้วยกัน นอกเหนือจากการถูก “นิวยอร์กไทม์” เจาะ ข่าวเรื่องการเลี่ยงภาษีอย่างมีข้อพิรุธ ในช่วงต้นทศวรรษ 90 เพื่อปกป้องฐานะทาง การเงินของอาณาจักรทรัมป์ด้วย

ธุรกิจหลักๆของทรัมป์ อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวและมีฐานหลัก อยู่ที่นิวยอร์ก โดยนอกจากอพาร์ตเมนต์ โรงแรม รีสอร์ต กาสิโน สนามกอล์ฟ ซึ่งภายหลังขยายการลงทุนไปทั่วสหรัฐอเมริกาแล้ว ไฮไลต์คือ ตึกทรัมป์ทาวเวอร์ 58 ชั้น ดีไซน์สุดหรูหรากลางมหานครแมนฮัตตัน ที่มีสัญลักษณ์ตึกทำจากทองคำ

ทรัมป์ยังมีความใฝ่ฝันที่จะเข้าสู่ธุรกิจบันเทิงเพื่อสร้างชื่อเสียงตั้งแต่ยังเด็ก เคยลงทุนสร้างละคร บรอดเวย์ซึ่งเจ๊งไม่เป็นท่าตั้งแต่อายุ 23 และเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์การประกวดมิสยูนิเวิร์ส มิสยูเอสเอ และมิสทีนยูเอสเอจนถึงปี 2558

เขายังเคยปรากฏตัวในหนัง เป็นดีเจ ถูกเสนอ ชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมี่ และเป็นเจ้าของรายการเรียลลิตี้โชว์ คัดเลือกนักธุรกิจที่มีความสามารถชื่อ The Apprentice ประสบความสำเร็จพอสมควร โดยทรัมป์ปรากฏตัวในฐานะผู้ตัดสินหลัก หรือซีอีโอ ของรายการ

นอกจากนั้น เขายังเคยเป็นเจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล เคยเปิดมหาวิทยาลัยทรัมป์ สอนโปรแกรมด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่โดนปิดไปเพราะละเมิดกฎหมายหลายข้อ ตลอดจนขายสินค้าอุปโภค บริโภค แบรนด์ “ทรัมป์” หลากหลาย อาทิ น้ำดื่ม ระหว่างการหาเสียงทรัมป์ยังเรียกเครื่องบินโบอิ้ง 757 ที่เขาใช้บินไป-มาทั่วประเทศว่า “ทรัมป์ ฟอร์ซ วัน” (Trump Force One) ด้วย โดยในปี 2554 นิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่า แบรนด์ “ทรัมป์” มีมูลค่าอยู่ที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ทรัมป์โต้ว่ามีมูลค่า สูงถึง 3,000 ล้านเหรียญฯต่างหาก

ณ ปีล่าสุด นิตยสารฟอร์บส์ประเมินทรัพย์สินของทรัมป์ว่าอยู่ที่ 3,700 ล้านเหรียญฯ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจการเมืองที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 324 ของโลก

คำสัญญากับชาวอเมริกัน

คำสัญญาที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้ไว้กับชาวอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจ ประกอบด้วย การประกาศตั้งโต๊ะเจรจาข้อตกลงใหม่กับกลุ่มความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) เพื่อถอนตัวออกจากกลุ่ม และประกาศถอนตัวจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ซึ่งเป็นข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีสมาชิกเข้าร่วม 12 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วนราว 40 %ของจีดีพีโลก

ขณะเดียวกัน เขาจะให้ รมว.คลังควบคุมดูแลค่าเงินหยวนของจีน ให้ รมว.พาณิชย์และสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯตรวจหาข้อเสียเปรียบทางการค้ากับต่างประเทศ ที่ชาวอเมริกันต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม และจะใช้ทุกเครื่องมือกำจัดข้อเสียเปรียบโดยทันที

นอกจากนี้ จะพิจารณายกเลิกการให้สิทธิ์งดเว้นภาษีศุลกากรกับบริษัทต่างชาติ เพื่อป้องกันบริษัทเหล่านี้ปลดพนักงานแล้วย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า จากนั้นค่อยส่งสินค้ากลับมาในสหรัฐฯโดยไม่เสียภาษี และจะกระตุ้นการลงทุนในโครงการพื้นฐานด้วยงบประมาณ 1 ล้านล้าน ดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ส่วนการจ่ายภาษีของชาวอเมริกัน จะมีการแบ่งเบาภาระภาษีแก่คน ชั้นกลาง ครอบครัวที่มีลูกสองคนจะได้รับลดหย่อน 35% แบบชำระภาษีจะแก้ไขให้เข้าใจง่ายขึ้น ภาคธุรกิจจะได้ลดภาษีจาก 35% เหลือ 15%

สร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง

ทันทีที่ผลการเลือกตั้งระบุชัด นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับชัยชนะ เขากล่าวสุนทรพจน์ว่า ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯจะสมานบาดแผลแห่งความแตกแยกและรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และให้คำมั่นว่า “ผมจะเป็นประธานาธิบดีสำหรับชาวอเมริกันทุกคน สำหรับคนที่ไม่สนับสนุน ผมจะเดินไปหาพวกคุณเพื่อขอคำแนะนำและขอความช่วยเหลือ เพื่อที่จะได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อ ทำให้ประเทศเป็นหนึ่งเดียวกัน จะเริ่มปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนโดยทำงานร่วมกับทุกฝ่ายในการพลิกฟื้นประเทศและนำความฝันแบบอเมริกันกลับคืนมา”

นายทรัมป์กล่าวว่า ได้ใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการทำธุรกิจ ค้นหาศักยภาพที่ยังไม่มีใครค้นพบในโครงการต่างๆและในผู้คนทั่วโลก และนี่เป็นสิ่งที่ปรารถนาจะทำเพื่อให้สหรัฐฯเป็นประเทศที่มีศักยภาพมหาศาล จะฟื้นฟูเมืองที่อยู่ชั้นใน จะสร้างถนนไฮเวย์ สะพาน อุโมงค์ สนามบิน โรงเรียน โรงพยาบาลขึ้นมาใหม่ จะปรับปรุงสาธารณูปโภคต่างๆ และทำให้ผู้คนนับล้านมีงานทำ

“ผมจะเริ่มโครงการเพื่อสร้างความเติบโตของประเทศ จะใช้ประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของคนที่เก่งและฉลาดที่สุด เรามีแผนงานด้านเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมมาก จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเท่าตัว และทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯแข็งแกร่งที่สุดในโลก ต่อจากนี้สหรัฐฯจะมี แต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น”

ผลกระทบกับประเทศไทย

ข้าราชการและนักธุรกิจไทยจำนวนไม่น้อย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยอาจได้รับผลกระทบ และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ทั้งนี้ เนื่องจากนายทรัมป์มีนโยบายชัดเจนที่จะให้การดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศของสหรัฐฯอย่างเต็มที่ หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าจีดีพี (รายได้ ประชาชาติ) ของสหรัฐฯในปีนี้จะเติบโตราว 2.9%

กรณีดังกล่าวจึงน่าจะทำให้ไทยมีความเสี่ยงในเรื่องของเงินทุนไหลออกพอสมควร และเงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นตามลำดับจากปัจจุบันอยู่ในระดับ 34.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องเพราะนายทรัมป์จะลดภาษีธุรกิจลง นอกจากนี้ ในกรณีที่นายทรัมป์กล่าวถึงนโยบายกีดกันทางการค้ากับจีนนั้น มีรายงานว่าหลายประเทศเริ่มหันกลับมาทบทวนนโยบายการเปิดเสรีให้จีนและเวียดนามเข้าไปลงทุนซื้อสินทรัพย์ต่างๆในประเทศของตนมากขึ้น

ด้านกระทรวงพาณิชย์ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ไทยทั้งในสหรัฐฯและทั่วโลกจับตาดูนโยบายของนายทรัมป์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นการช่วยเหลือคนอเมริกันให้มีงานทำมากขึ้น เพราะอาจกระทบถึงผู้ประกอบการไทยในสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจมีต่อการส่งออกของไทยไปยัง สหรัฐฯมากขึ้นจากนโยบาย Buy American ด้วย

ตลาดทุนประเมินอนาคต

งานสัมมนา “ทิศทางตลาดทุนและเศรษฐกิจไทย...หลังเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และความเชื่อมั่นนักลงทุนปี 60” จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์และหน่วยงานในตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง นายสุรงค์ บูลกุล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า ต้องเตรียมรับมือกับทิศทางการค้าโลกที่จะ เปลี่ยนแปลงไป เพราะการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯจะกลับไปปกป้องพึ่งพาเศรษฐกิจภายในสหรัฐฯเอง ลดพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้การค้าจากเอเชียไปสหรัฐฯจะได้รับผลกระทบ ซึ่งไทยมาถูกทางแล้วที่ต้องเร่งไทยแลนด์ 4.0 สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม และทำการตลาดภายในให้เข้มแข็ง

ขณะที่นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวว่า ยังประเมินยากถึงผล กระทบต่อไทย ต้องรอดูนโยบายหลังเข้ารับตำแหน่งส่วนตัวมองว่าหลายนโยบายทำไม่ได้ แต่นโยบายแรกที่นายทรัมป์จะทำคือ ลดภาษีนิติบุคคลและภาษีบุคคลธรรมดา การยกเลิกความตกลง TPP

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความสัมพันธ์ของสหรัฐฯกับประเทศอื่นๆอาจแย่ลงไปในช่วงแรกจากการกีดกันการค้า จึงเป็นโอกาสของเอเชียในการรวมกันมากขึ้น ซึ่งโอกาสธุรกิจของโลกขณะนี้อยู่ที่เอเชียทั้งการรวมกลุ่มและการพัฒนาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ส่วนการ ดึงการลงทุนกลับไปสหรัฐฯ ไทยคงไม่กระทบมาก เพราะบริษัทสหรัฐฯที่มาลงทุนในไทยเป็นการผลิตเพื่อขายในเอเชีย

“การขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในช่วงแรกอาจจะดูวุ่นวาย แต่หากมองคนรอบๆนายทรัมป์ที่ดึงมาใช้งานล้วนเป็นมือเก๋าที่มีความสามารถ อาจเป็นช่วงที่นำสหรัฐฯไปสู่ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจได้อีก 3-4 ปีข้างหน้าได้ หลังจากเศรษฐกิจซบเซาตกต่ำมานาน เมื่อสหรัฐฯดี ไทยก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย”.

ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ-อเมริกา “โดนัลด์ ทรัมป์” (Donald Trump) เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ชื่อเสียงที่ว่า มาจากอุปนิสัยส่วนตัวที่นิยมสร้าง “แบรนด์” ให้ตัวเองเป็นหลัก ขณะที่หากวัดความสำเร็จ 10 พ.ย. 2559 23:38 11 พ.ย. 2559 00:57 ไทยรัฐ