วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักสาวก็โดนเท ตั้ม เดอะสตาร์ คิดบวก 'ผมโอเค' ถ้าใครจะมองว่าเป็นตุ๊ด

ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม หรือ ตั้ม เดอะสตาร์ 9 ถือเป็นอีกหนึ่งคุณภาพจากเวทีเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว โดยเฉพาะกับบทบาทพิธีกรรายการ สี่โพดำ ที่ดูจะแฮปปี้มาก รายงานพิเศษสัปดาห์นี้ไปพูดคุย ล้วงตับถึงกึ๋นกับ ตั้ม ในหลายๆ ประเด็น ทั้งมุมความรักที่เจ้าตัวเอ่ยปาก ขนาดที่ว่าไปชอบใครถูกมองเป็นขยะทุกครั้งไป! รวมถึงถามกันชัดๆ ไปเรื่องเสียงลือที่ว่า "ตั้มเป็นตุ๊ด" นั้นมันยังไงกัน

ดูมีความสุขกับการเป็นพิธีกร

"การเป็นพิธีกรได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากคนดู จากการทำงาน และต่อยอดให้ตัวเราเอง เรารู้สึกว่าการเป็นพิธีกรมีความสุข ชอบมาก ซึ่งการทำสี่โพดำของผมก็ 2 ปีแล้ว การทำพิธีกรสี่โพดำไม่ได้เป็นพิธีกรจ๋าอย่างเดียว เราได้ร้องเพลงด้วย ก็เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ฝึกให้เราไปทำรายการอื่นๆ เพราะสี่โพดำคือรายการแรก แล้วค่อยตามมาที่เดอะสตาร์ ทุกอย่างคือแบบฝึกหัดเราไปในตัว ปกติผมก็เป็นคนพูดมากอยู่แล้วแต่อาจจะไม่มีสาระอะไร การเป็นพิธีกรก็ได้พูด แต่เป็นการพูดที่มีสาระ มีคนฟัง พูดให้คนเข้าใจ"

สี่โพดำกับเดอะสตาร์ต่างกันไหม

"ต่างกันมาก เพราะเดอะสตาร์เป็นรายการสด เป็นรายการที่ถือความฝันคนเอาไว้ เป็นรายการที่ให้กำเนิดผมมา มันเป็นรายการที่คนดูร่วมลุ้นร่วมเชียร์ เราผิดพลาดไม่ได้เลย พลาดนิดเดียวจะเซนซิทีฟ เพราะมันคือการแข่งขัน จะดราม่าทันที แต่สำหรับรายการสี่โพดำ คือ รายการวาไรตี้ ไม่ใช่รายการสด เป็นรายการเทปมาบ้าบอ เล่นสุดยังไงทีมงานเค้าก็ยังเอาไปตัดต่อได้"

ของ ตั้ม จะเน้นแต่งานพิธีกรเนอะ งานเพลงกับงานละครไม่ค่อยเห็น

"กำลังจะมีละครครับ เธอคือพรมลิขิต แต่ไม่ได้เล่นเป็นพระเอกนะ เล่นเป็นตัวร้าย (หัวเราะ) ร้ายตลกนะครับ มีพี่บี้ สุกฤษฎิ์ เป็นพระเอก นางเอกเป็นเอสเธอร์ ส่วนเรื่องผลงานเพลงก็มีซิงเกิลรวมกับสี่โพดำ"

การมาอยู่ตรงสี่โพดำ ตั้ม ต้องแบกความกดดันไหม มันคล้ายๆ การันตีว่าเราเป็นสี่ตัวท็อปคุณภาพของเดอะสตาร์

"กดดันไหมเหรอ ผมว่าผมไม่ได้กดดันนะ แต่ช่วงแรกผมก็กดดัน งงไหม (หัวเราะ) หนึ่ง เราเล็กสุด สอง เรื่องร้องเพลงเรารู้สึกไม่มั่นใจว่าจะเพราะเท่า 3 คน แก้ม กัน โดม ผมก็ไม่รู้ผู้ใหญ่เห็นอะไร แต่พอมารวมกันแล้วมันก็ลงตัวนะ แต่ละคนเติมเต็มส่วนที่ขาดของกันและกัน ด้วยตัวผมมีคอนเซปต์ในการทำงานว่า ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรายังรู้สึกมีความสุขและสนุกกับมัน เราก็จะทำมันออกมาได้ดี แน่นอนว่าการทำงานต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ คนไม่ชอบ เราไม่เอาอารมณ์เขาแต่เราเอาคำวิพากษ์วิจารณ์ของเขามาปรับปรุงตัวเราเอง ส่วนคนที่ชอบเราก็ขอบคุณและรับไว้เป็นแรงบันดาลใจ แต่ถ้าถามว่ากดดันไหม ผมคงไม่เอาอะไรมากดดันกับตัวเอง เอาแค่เรารู้สึกว่าเราทำดีที่สุดแล้วพอ"

สี่โพดำรูปแบบใหม่ยังแต่งหญิงเหมือนเดิมหรือเปล่า

"หนักกว่าเดิมอี๊ก ตอนนี้มีเสื้อชั้นในเป็นของตัวเองแล้ว (หัวเราะ)"

ไม่กลัวคนติดภาพเหรอ เพราะหลายคนก็ยังก้ำกึ่งว่าตั้มเป็นตุ๊ดหรือเปล่า

"ไม่กลัวครับ ผมไม่ใช่คนคิดมาก โฟกัสอย่างเดียวว่ามาอยู่ตรงนี้หน้าที่เราคืออะไร ผมเป็นคนชอบให้คนรอบข้างมีความสุข เวลาเล่นสนุกไม่ใช่แค่เฉพาะหน้ากล้อง หลังกล้องผมก็สนุกแบบนี้ ไม่ได้คิดว่าเขาจะมองว่าเราเป็นตุ๊ดหรือไม่เป็นตุ๊ด ไม่สนใจ เราแค่อยากให้เขามีความสุข ให้เขาสนุก เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อออกไปทางทีวี ถ้าคนดูแฮปปี้แล้วเขาจะหาว่าเราเป็นตุ๊ด โอเคเราเป็นตุ๊ดก็ได้ ขอแค่คนดูของผมแฮปปี้ ผมไม่สนว่าชีวิตจริง เฮ้ย! เราจะจีบหญิงติดไหม ถ้าเราแสดงอย่างนี้ หญิงจะเข้าใจผิดหรือเปล่า ไม่เอาครับไม่เก็บมาคิด ไม่เป็นไรคนเข้าใจผิดก็แค่เข้าใจผิดว่าเราเป็นตุ๊ด ไม่ได้เข้าใจผิดว่าเราไปติดยาหรือฆ่าคนตาย เป็นสิ่งที่เขาเข้าใจผิดแล้วเขามีความสุข เราโอเค"

นักแสดงผู้ชายหลายคนจะโกรธเวลาคนถามอยู่นั่นแหละว่าไม่แมนหรือเปล่า สาวแตกไหม

"คนโกรธมี 2 ประเภท คือ คนเป็นกับคนที่ห่วงหล่อมีอีโก้ โดนถามเขาก็โมโหเป็นธรรมดา แต่ส่วนผมไม่มีอะไรให้ห่วง หล่อก็ไม่หล่อ อีโก้ไม่จำเป็นต้องมี ไม่ต้องมีภาพลักษณ์อะไรห่วงมากมาย เราเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ที่สำคัญเลยเราไม่ได้เป็น ไม่ว่าคนจะพูดยังไงเราก็รู้อยู่ว่าสิ่งที่เราเป็นคืออะไร คิดแค่การที่เราต้องทำตุ้งติ้งเป็นผู้หญิงในรายการมันคุ้มไหม มันคุ้มนะกับการที่เราได้ทำเพราะคนดูสนุก ได้หัวเราะ ดังนั้น สิ่งที่ได้ ผมว่ามันคือบุญ ทำให้คนได้หัวเราะนี่กุศลแรงนะ (ยิ้ม)"

แปลว่าตั้มก็พยามสร้างคาแรกเตอร์ตัวเองให้เป็นแบบนี้

"เพราะมันไม่มีใครกล้าไง คนอื่นเขาหล่อ ใครเขาจะมากล้าทำ คนที่เป็นจริงๆ แต่ยังไม่ได้เปิดตัวใครก็จะไม่กล้าทำ แล้วยิ่งคนที่ไม่ได้เป็นมาทำคนดูยิ่งชอบ มันยิ่งดูดัดจริตสนุกสนาน มันก็เลยเกิดรสชาติความสนุกขึ้นมา ผมชอบนะที่ทำได้แบบนี้"

ดูเป็นลูกรักคุณบอย ถกลเกียรติ เหมือนกันนะ

"เหรอ (เสียงสูง) เอาจริงๆ ผมว่าผมไม่ใช่ลูกรักนะ ผมว่าคุณบอยคงเห็นว่าเราทำอะไรได้บ้าง เขาก็ไม่ได้มารักอะไรนะ (หัวเราะ) คือจริงๆ เขาก็รักเอ็นดูลูกน้องทุกคนนั่นแหละครับ พูดถึงเรื่องการป้อนงาน คุณบอยเขาก็อยากป้อนงานให้ทุกคนนั่นแหละ แต่เขาต้องดูว่าใครเหมาะกับอะไร ความสามารถของใครอยู่ตรงไหน จริงๆ เขาอยากหยิบมาใช้สอยทุกคนแหละ แต่พอดีงานที่มีมาตอนนี้มันคงจะตรงกับคาแรกเตอร์เรา เขาก็เลยเลือกที่จะให้ทำ ผมว่าลูกรักลูกอะไรไม่มีหรอก อยู่แค่ว่าใครทำได้ใครทำไม่ได้มากกว่า"

ตอนนี้ยังอยากทำรายการอะไรอีก

"อยากเป็นพิธีกรที่นั่งทอล์กกับคน โดยเป็นพิธีกรคนเดียวนะ ผมเป็นคนอยากถามอยากรู้ อยากทำรายการที่มีสคริปต์แค่พอคร่าวๆ นอกนั้นเราก็คุยกันเอง"

คิดไหมว่าเราจะมาถึงวันนี้จากเด็กราชบุรีคนหนึ่ง

"ไม่คิดเลยครับ เชื่อไหมไม่คิดแม้กระทั่งว่าจะได้แชมป์เดอะสตาร์ ไม่คิดแม้กระทั่งจะติดเวทีเดอะสตาร์ ทุกอย่างมันมาของมันเอง"

แล้วมาได้ยังไงเวทีเดอะสตาร์

"มาเองเลย (เสียงสูง) ตอนนั้นผมทำทูบีนัมเบอร์วัน อยู่กับทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ก็จะมีโอกาสได้เจอพี่ๆ ดาราในวงการบันเทิงบ้างแล้ว ตอนนั้นสำหรับเด็กบ้านนอกมันก็ดีมากแล้วนะ เหมือนได้เหยียบเข้าวงการมานิดหนึ่ง แค่มีกล้องมาถ่าย ได้ออกทีวี ออกข่าว ก็สุดยอดความตื่นเต้นแล้วนะ

สำหรับเด็กบ้านนอกคนหนึ่งมันคือความดีใจ พอจากตรงนั้นได้ทำงานเราเริ่มมีตัง ก็ได้ดูแลตัวเองพัฒนาตัวเอง ทูบีนัมเบอร์วันสอนอะไรเราเยอะมาก ผมจึงตัดสินใจไปลองประกวดเดอะสตาร์ ตอนนั้นไม่ได้บอกแม่ด้วยว่ามาประกวด แต่ดันติดเข้ารอบ แล้วตอนเช้าเรามีงานที่ต่างจังหวัดต้องไปทำ นั่นเป็นจุดที่เราบอกแม่ว่าแม่ขอตังค์หน่อย เอามาเป็นค่าเครื่องบิน แม่ถึงรู้มาประกวดเดอะสตาร์ (หัวเราะ) ตั้งแต่นั้นก็เข้ารอบมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายมามีทุกวันนี้ แต่ย้อนไปตอนนั้นผมเป็นคนไม่มองอดีต ไม่มองอนาคต ผมทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วเห็นไหมการทำปัจจุบัน ณ วันนั้นให้ดีมันก็ส่งผลถึงอนาคต ซึ่งคือปัจจุบันของผมทุกวันนี้"

ตั้ม นี่เป็นคนที่ใครให้ทำอะไรทำหมดใช่ไหม

"ใช่ครับ ใครให้ทำอะไรผมทำได้ ผมไม่ได้คิดว่าผมมาอยู่ตรงนี้แล้วผมจะต้องชูคอ งานเล็กงานน้อยผมก็จะไป เพราะผมรู้สึกว่าบางงานเราได้อะไรมากกว่าเงินนะ เราได้รู้จักคน ได้ประสบการณ์ บางอันมีนะเป็นพิธีกรไม่ได้ตังค์ก็ไป ไปเอาประสบการณ์ (หัวเราะ)"

พอใจกับวันนี้ของตัวเองหรือยัง ยังมีสิ่งที่ใฝ่ฝันอยู่ไหม

"ผมพอใจครับ ทุกอย่างโอเคแล้ว ดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้ ท่านอยู่ราชบุรีไม่มีหนี้ไม่มีสิน ตัวผมเองมีหนี้แค่ผ่อนคอนโดที่ต้องใช้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เชื่อไหมผมทำงานทุกวันนี้ผมไม่ได้คิดเรื่องเงินเป็นหลัก ไม่ค่อยคิดว่างานนี้ได้เงินเท่าไร เพราะผมไม่ได้มีหนี้มีสินอะไร ถ้าเกิดว่าอยู่ๆ วันนึงชื่อเสียงผมดับสลาย ผมก็ขายคอนโด ขายรถ กลับบ้านที่ราชบุรีเท่านั้นเอง"

หลายคนอยู่ตรงนี้ เขาก็มีเป้าหมายว่าเราจะต้องเป็นเบอร์หนึ่ง ซึ่งการมีเป้าหมายก็ทำให้ชีวิตไม่หยุดนิ่งเหมือนกันนะ

"เขามีเป้าหมายก็ไม่ผิด เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่คนคาดหวังกับไม่คาดหวังไม่เหมือนกัน ผมเนี่ยเป็นคนไม่ค่อยคาดหวัง เพราะฉะนั้นเวลามันได้อะไรมาเราจะดีใจมากถึงมันจะเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็เถอะ นิดเดียวเราก็ฟินแล้ว แค่ได้ละครก็ตีปีกแล้ว แต่ถ้าเราคาดหวังว่าจะเป็นพระเอก แล้วพอได้เล่นละครเป็นตัวร้ายก็อาจจะเฟล

คนเราอย่าไปคาดหวัง มีฝันได้แต่อย่าไปยึดติด ถ้ามัวแต่ยึดติดชีวิตเราจะแย่นะ จะไม่มีความสุข ในการทำงานมันจะเกิดการเบียดเสียดกับคนอื่นโดยไม่รู้ตัว"

หัวใจล่ะ หัวใจเซตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

"ไม่มีอีกแล้ว ไม่เอาแล้ว ตัวผมคงจะไม่มีแฟนในวงการหรอกนะ (ยิ้ม)"

อ้าวทำไมปิดกั้นตัวเองล่ะ หรือว่าคนในวงการเขาคนละทางกับเรา

"ใช่เลย มันคนละทาง แต่คือก็ไม่ได้พูดรัดตัวเองขนาดนั้นนะก็อาจจะเป็นคนในวงการ อาจจะเป็นไปได้ก็ได้ แต่พูด ณ วันนี้ ผมยังไม่เจอคนในวงการที่รู้สึกว่าเป็นทางเดียวกัน เหมือนเขาอยู่คนละโลกกับเรา ผมเป็นคนยากด้วยแหละ กดดันตัวเองว่าเขาจะสวยไป ดีไป ไม่เหมาะกับเรา ซึ่งได้แค่นี้หรอกเรา หาคนที่พอดีกับเราดีกว่าคนที่เรารู้สึกว่าอยู่กับเขาแล้วสบายใจ ใครที่เรารู้สึกว่าเขาไม่พอดีกับเรามีอะไรที่ไม่ลงตัว ก็หยุดดีกว่า"

ชอบผู้หญิงแบบไหน
"ชอบทุกแบบนั่นแหละ (หัวเราะ) ชอบคนที่คุยด้วยแล้วเขารู้สึกดีกับผม ชีวิตผมผ่านการที่คนไม่ให้เกียรติผมมาเยอะ จีบเขาแล้วเขาเห็นเราเป็นตัวอะไรไม่รู้ เจอแบบนี้มาเยอะมาก ถ้าใครรู้จักผมจะรู้ว่าผมดีใจมากเวลามีผู้หญิงสักคนมาชอบผมก่อน เพราะวันนั้นผมคงไม่ต้องเหนื่อยที่จะไปจีบใครเพราะจีบใครก็จะลงเอยแบบที่เคยเจอทุกที ต่อไปผมจะเปิดใจกับคนที่มาชอบผมก่อน เพราะแปลว่าเขาชอบในความเป็นผม ผมจะคบกับคนแบบนี้ (ยิ้ม)"

ดูช้ำรักเนอะ

"ช้ำรักไหมล่ะ (ยิ้ม) ผมแค่รู้สึกว่าคนที่เขาชอบเรา เขาต้องการเรา เขามีใจกับเรา ถ้าผมไปมีใจให้กับใครก่อน ผมจะเป็นขยะตั้งแต่เด็กเลยทุกครั้ง ถามว่ามีผมไปจีบใครไหม มี แต่เชื่อไหมคนที่ผมจีบไม่เคยคบกันได้นานเลย แต่ไม่เป็นไรปีนี้ 23 เอง เรามีเวลาเดี๋ยวมันก็คงจะมาแหละ"

อยู่ตรงนี้ ตั้ม มีเกราะไหมว่าคนที่เข้าหาเราจะเข้ามาเพราะผลประโยชน์

"ผมไม่เคยมีเกราะนะ และผมก็เชื่อว่าคนที่เขาต้องการผลประโยชน์ เขาไม่เข้ามาหาผมหรอก เพราะผมไม่มีผลประโยชน์อะไร ผมไม่ได้มีชื่อเสียงขนาดนั้น ถ้าจะคบเพื่อผลประโยชน์เขาไปคบคนอื่นดีกว่า คบกับผมไม่ได้มีกระแสขนาดนั้นหรอก เพราะฉะนั้นเรื่องการสร้างเกราะไม่จำเป็นเลยครับ"

เห็นตลกๆ อย่างนี้ แต่ใครจะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้ก็มุมคิดที่น่าทึ่งเหมือนกัน.

พูดคุย ล้วงตับถึงกึ๋นกับ ตั้ม เดอะสตาร์ 9 ในหลายๆ ประเด็น ทั้งมุมความรักที่เจ้าตัวเอ่ยปาก ขนาดที่ว่าไปชอบใครถูกมองเป็นขยะทุกครั้งไป! รวมถึงถามกันชัดๆ ไปเรื่องเสียงลือที่ว่า "ตั้มเป็นตุ๊ด" นั้นมันยังไงกัน 10 พ.ย. 2559 22:12 11 พ.ย. 2559 09:27 ไทยรัฐ