วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล็อกถล่ม–ทรัมป์ชนะ อเมริกันเดินตามรอยเบร็กซิท

ก็พลิกล็อกกันถล่มทลาย เมื่อ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ตัดสินใจเลือก โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทน พรรครีพับลิกัน เป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 ฉีกผลโพลทุกโพลในสหรัฐฯ ที่ทำนายว่า ฮิลลาลี คลินตัน จะชนะ แถมยังนำพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งทุกเวที ได้เสียงข้างมากในวุฒิสภา ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำที่ครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ทั้ง วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และ อำนาจบริหาร ถือเป็นผู้นำสหรัฐฯที่มีอำนาจสูงสุดในโลก

และเป็นการพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของ พรรคเดโมแครต และฮิลลารี คลินตัน ผมเองก็ หน้าแหกเป็นริ้ว เพราะเชื่อผลโพลของสหรัฐฯ ที่ออกมาในทิศทางเดียวกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชัยชนะเด็ดขาด เมื่อเวลา 14.37 น. เวลาประเทศไทย หลังการนับคะแนนใน รัฐวิสคอนซิน เสร็จสิ้น ทรัมป์ชนะคลินตันในรัฐนี้ ได้คะแนนอิเล็กทรอรัลโหวตเพิ่มจาก 266 เป็น 276 เสียง ได้คะแนนเสียงผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีเกินครึ่ง 270 เสียง ถือว่า ชนะขาด เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ โดนัลด์ ทรัมป์ และ พรรครีพับลิกัน ที่ตกอับมานาน แม้การหาเสียงช่วงท้ายจะตกเป็นรองมาตลอดก็ตาม

ที่น่าสังเกตก็คือ ชัยชนะของทรัมป์ ส่วนใหญ่มาจาก รัฐหลัก ที่เรียกว่า Key States ทำให้ทรัมป์ได้คะแนนอิเล็กทรอรัลโหวตครั้งละจำนวนมาก รวมทั้ง สวิงสเตต เช่น รัฐฟลอริดา ที่มีคะแนนอิเล็กทรอรัลโหวต 29 เสียง ทรัมป์ก็ชนะคลินตันด้วยคะแนน 49.1% ต่อ 47.7%

ชัยชนะของทรัมป์ครั้งนี้ ต้องเรียกว่า พลิกล็อกและเซอร์ไพรส์ เช่นเดียวกับ การออกเสียงประชามติ Brexit ของอังกฤษ ที่ เดวิด คาเมรอน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ คิดขึ้นมาหาเสียง แต่ไม่คาดคิดว่าจะโดนใจชาวอังกฤษส่วนใหญ่ และลงประชามติเห็นด้วยอย่างท่วมท้น ทำให้อังกฤษต้องออกจากยุโรป

เท่าที่ติดตามข้อมูล ผมเชื่อว่า ชัยชนะของทรัมป์ เหมือน กรณีเบร็กซิท ของอังกฤษ เปี๊ยบเลย เป็นความกลัวแรงงานผู้อพยพต่างชาติ ของ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ที่เป็นผิวขาวกว่า 60% ซึ่งต้องลำบากมาหลายปีนับตั้งแต่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ต้องจ่ายภาษีเลี้ยงดูผู้อพยพ และยังถูกแย่งงานอีก ขณะที่ชาวอเมริกันเองก็ลำบาก

ผมเชื่อว่า นโยบายของทรัมป์ที่โดนใจชาวอเมริกันส่วนใหญ่มี 3 ข้อ คือ

ข้อแรก อเมริกาต้องมาก่อน (America First) โดยทรัมป์จะลดความช่วยเหลือประเทศพันธมิตรที่สหรัฐฯต้องใช้เงินภาษีเป็นจำนวนมาก เช่น พันธมิตรในเอเชีย อย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และพันธมิตรนาโตในยุโรป

ข้อสอง ปิดรับแรงงานต่างชาติและส่งกลับแรงงานต่างชาติ ภายใต้นโยบายนี้ ทรัมป์จะสร้างกำแพงยาว 1,954 ไมล์ (ราว 3,144 กิโลเมตร) เพื่อปิดกั้นชายแดนสหรัฐฯกับเม็กซิโก ตั้งแต่ รัฐแคลิฟอร์เนีย อริโซนา นิวเม็กซิโก ไปจนถึง รัฐเท็กซัส ใช้เงินลงทุนราว 5-8 แสนล้านบาท และจะส่งกลับแรงงานอพยพที่มีอยู่ในสหรัฐฯถึง 11 ล้านคน

ข้อสาม ผมคิดข้อนี้ว่า ไทยอาจจะได้ประโยชน์ ทรัมป์อาจจะยกเลิกข้อตกลง TPP ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก 12 ชาติ ของ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ทรัมป์เห็นว่าทำให้สหรัฐฯเสียเปรียบ หรืออาจมีการเจรจาใหม่ รวมทั้ง ข้อตกลงนาฟตา และ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน 45% เพื่ออุ้มแรงงานสหรัฐฯ ถ้าทรัมป์ยกเลิกข้อตกลง TPP จริง จะทำให้เพื่อนบ้านไทย เช่น เวียดนาม มาเลเซีย ไม่ได้เปรียบไทยในอนาคต แต่ที่จะกระอักก็คือ ญี่ปุ่น อาจต้องหันมาลงทุนในไทยมากขึ้นในทุกด้าน

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อโลกเปลี่ยน ไทยก็ต้องปรับ สัจธรรมธรรมดา

จากนี้ไป นโยบายเศรษฐกิจ และ นโยบายการเมืองระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และสำคัญที่สุดที่ผมคิดว่า รัฐบาลบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องรับมือด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อรักษาฐานะของไทยบนเวทีโลก

ป.ล.ช่วงที่ผมปิดต้นฉบับวันนี้ ทรัมป์ ได้ 289 อิเล็กทรอรัลโหวต คลินตัน ได้ 218 ส่วนคะแนนโหวต ทรัมป์ ได้ 47.8% คลินตัน ได้ 47.4% ถือว่าสูสีกันมาก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

10 พ.ย. 2559 09:37 10 พ.ย. 2559 09:37 ไทยรัฐ