วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้าวสหกรณ์ไทย ฝ่าวิกฤติราคาข้าว

ใครสนใจ “ข้าวสารสหกรณ์” เร่เข้ามาหาซื้อกันได้ ข้าวถุง 5 กิโลกรัม ขายอยู่ที่ 165 บาท...ถูกสุดๆบริโภคได้อย่างสบายใจ ได้ลองชิม ลองบริโภคน่าจะชอบ

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า ภารกิจกระจายข้าวสารช่วยเหลือชาวนาเป็นข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการฯ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ สั่งการให้กรมฯเข้ามามีส่วนช่วยคลี่คลายวิกฤติข้าวไทยโดยใช้กระบวนการสหกรณ์

พร้อมๆกับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดช่วยเหลือเปิดจุดจำหน่ายข้าวสาร สหกรณ์ รวมทั้งยังมีความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข ภาคเอกชน เช่น ธนาคารกสิกรไทย ปตท.สำนักงานใหญ่ ปั๊มบางจาก ฯลฯ ช่วยกันเปิดจุดกระจายขายข้าว

กระบวนการขั้นตอนเริ่มจาก...รับข้าวในระบบเข้ามาในโครงการชะลอข้าวในช่วงที่มีวิกฤติราคาข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคเหนือใน 3 จังหวัด ซึ่งเรามีศักยภาพดูดซับเข้ามาในสต๊อกได้ 2 แสนตัน

ปัจจุบันชาวนาในระบบอยู่ที่ 3.9 ล้านครัวเรือน...อยู่ในขบวนการสหกรณ์ 1.9 ล้านครัวเรือน ราวครึ่งหนึ่ง ใช้วิธีการเปิดจุดจำหน่ายระบายข้าว คร่าวๆจะมีราว 200 จุดทั่วประเทศ

เครือข่ายกระบวนการสหกรณ์จะเป็นพลังสำคัญ ผนวกสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ที่อยู่ในกรุงเทพฯก็เป็นจุดจำหน่ายที่ใช้กระจายข้าวสหกรณ์ถึงมือผู้บริโภคให้กว้างขวางมากขึ้น

ฝากประชาสัมพันธ์ขายข้าว ช่วงวันที่ 5–24 พ.ย.59 ณ ตลาด อ.ต.ก.จตุจักร ได้เปิดพื้นที่ให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจ นำข้าวสารไปจำหน่าย...ใกล้ที่ไหนก็ไปอุดหนุนกันที่นั่น

ดร.วิณะโรจน์ ย้ำว่า “ข้าวสหกรณ์” มั่นใจได้ว่าต้องเป็นข้าวที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานเป็นแบรนด์สหกรณ์ที่เป็นที่รับรู้ ท่านรัฐมนตรีเน้นย้ำในเรื่องนี้ว่าจะต้องทำทุกอย่างให้อยู่ในมาตรฐาน คุณภาพสม่ำเสมอ

เป้าหมายสำคัญ...ถ้าการกระจายข้าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สหกรณ์เองก็สามารถจะรับซื้อ “ข้าว” จากเกษตรกรได้มากขึ้น ประกอบกับโครงการชะลอข้าวรัฐบาลจะทำให้เกษตรกรชาวนาได้รับประโยชน์มาก

“สหกรณ์ปลูกข้าว แปรรูป จัดจำหน่าย เป็นกระบวนการเพิ่มมูลค่า ฝ่าวิกฤติข้าวไทยกันมาอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาก็มีลูกค้าข้าวสหกรณ์อยู่กลุ่มหนึ่ง ส่วนตัวผมเชื่อว่าคนไทยมีความรักในพวกพ้องสูงในภาวะที่ข้าว ไทยวิกฤติเช่นนี้ก็จะมีคนเข้ามาช่วยซื้อมากขึ้น อาจจะเคยซื้อข้าวอีกกลุ่มหนึ่ง ก็หันมาซื้อ...ข้าวสหกรณ์มากขึ้น”

กรมฯเองก็ใช้ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาคใต้ไม่ค่อยปลูกข้าวก็จะเพิ่มการกระจายข้าวจากจังหวัดภาคอีสาน เหนือลงใต้ให้บริโภคข้าวในกระบวนการสหกรณ์ โดยใช้เครือข่ายในแต่ละภาคเข้ามาช่วยกันขาย พยายามทำให้ระบบขนส่งกระจายสินค้าให้ดีขึ้น ทั่วถึงยิ่งขึ้น

“สหกรณ์ไทย”...เป็นฟันเฟืองที่สำคัญสอดคล้องกับความเข้มแข็งทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม...รากหญ้า ตามยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มุ่งหมายให้...“ประชาชนกินดีอยู่ดี” ปรัชญาสหกรณ์เกิดจากการที่ทุกคนมีความมุ่งหวังในการที่จะพึ่งพาซึ่งกันและกัน ให้ความช่วยเหลือกันและกัน และพึ่งพาตนเอง เป็นแนวทางที่สอดรับกับปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านต้องการให้ทุกคนมีการอยู่ร่วมกัน โดยใช้แนวทางของสหกรณ์

พระราชดำรัสเกี่ยวกับสหกรณ์ที่เน้นย้ำ คือ ความสามัคคี ความปรองดอง ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

ดร.วิณะโรจน์ บอกว่า ถือเป็นโชคของคนไทยที่พระองค์ท่านนำหลักปรัชญาสำคัญมาใช้ มุ่งหวังให้คนไทยช่วยเหลือพึ่งพาตนเองให้ได้ และก็ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการพัฒนาก็นำหลักสหกรณ์มาใช้ เห็นได้ง่ายๆจากการเริ่มต้นที่โครงการตามพระราชประสงค์ “หุบกะพง” เมื่อครั้งพระองค์ท่านเสด็จแปรพระราชฐานที่พระราชวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรบริเวณใกล้เคียง เกษตรกรที่ทำไร่ผัก 83 คน เข้ามา ถวายฎีกาขอให้ช่วยในเรื่องที่ดินทำกิน พระองค์ท่านก็สั่งให้จัดหาที่ดินจากกรมป่าไม้ราว 1 หมื่นไร่มาพัฒนา...ผ่านกระบวนการพัฒนาดิน แหล่งน้ำ ให้ผืนดินแห่งนี้พร้อมที่จะเป็นที่ดินทำกินของเกษตรกรต่อไป

คัดเลือกเกษตรกรเข้ามาในพื้นที่ กลุ่มที่มีความตั้งใจที่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมจริงๆ พระองค์ท่านก็ได้นำอุดมการณ์กระบวนการสหกรณ์มาเรียนรู้ ปฏิบัติ พัฒนา จนตั้งขึ้นเป็น “สหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จำกัด” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2514 พระองค์ท่านได้พระราชทานทะเบียน สหกรณ์ด้วยพระองค์เอง

“เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ คนในหุบกะพง ลูก หลานได้เรียนหนังสือ เป็นหมอ ข้าราชการ ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุข”

เรื่อง “ที่ดิน” ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่มีสิทธิในการทำกิน เข้ามาใช้ ประโยชน์ แนวคิดตรงนี้เองถูกส่งต่อไปใช้ในโครงการพระราชดำริอีกหลายๆที่ รัฐบาลปัจจุบันนำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็น้อมนำมาใช้ในการพัฒนาในพื้นที่เกษตรแปลงรวม โครงการพัฒนาที่ดินแห่งชาติ จัดสรรที่ดินทำกิน จัดตั้งกลุ่มสมาชิกในรูปแบบสหกรณ์เข้ามาทำกิน บริหารจัดการ โดยใช้ต้นแบบหุบกะพงมาสร้างความเข้มแข็ง

แม้กระทั่งอาชีพต่างๆ โคนมหนองโพราชบุรีก็สร้างความเข้มแข็งได้ด้วยกระบวนการสหกรณ์ พระองค์ท่านดำริว่าจะตั้งโรงงานนมผง ในช่วงเวลาเดียวกับที่สวนจิตรลดาก็จะตั้งเช่นเดียวกัน แต่ก่อนนั้นก็จัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมาเพื่อรวบรวมน้ำนมดิบไปขาย ต่อมาก็เปิดโรงงาน โดยพระองค์ท่าน เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีข้อแม้ว่า “กำไร” ที่เกิดขึ้นไม่ให้มาจัดสรรกับผู้ถือหุ้น แต่ให้เอาเงินไปให้ลูกหลานสมาชิกได้เรียนหนังสือ

“พระองค์ท่านมีสายพระเนตรที่ยาวไกลมาก ต้องการพัฒนาคน ไม่ใช่เอาเงินมาแบ่งปัน ก็จะหายไปในอากาศ...ไปสอนให้ลูกหลานเอาเงินไปเรียนหนังสือ วันเวลาผ่านไป หนองโพก็ปรับตัวเองเป็นสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด มีความเข้มแข็ง สมาชิกพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น อาชีพโคนมกลายเป็นอาชีพที่มั่นคง”

นับรวมอีกหลายๆแห่ง โครงการเพื่อส่งเสริมอาชีพ ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมัน ที่อ่าวลึก จ.กระบี่ โรงสีข้าวพิกุลทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โครงการพระราชดำริต่างๆก็จะนำระบบสหกรณ์เข้าไปใช้

“...เป็นสายพระเนตรที่พระองค์ท่านอยากให้ประชาชนคนไทยเข้มแข็ง มีการรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง ร่วมกันบริหารจัดการ...เรื่องของเงินทุน เครื่องจักรกลต่างๆที่จะเข้ามาช่วยทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง รวมทั้งการทำให้ทุกคนมีความรู้สึกรักใคร่ สามัคคี นอกจากพึ่งตัวเองได้แล้วยังช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อยากฝากว่า พวกเรา “คนไทย” ทุกคนได้รับรู้ได้เรียนรู้ “ศาสตร์ของพระราชา” มากมายมหาศาล ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นพระองค์ท่านได้พระราชทานให้พวกเรามาโดยตลอด เราพูดกันว่า...เรารักในหลวง เราจะทำตาม น้อมนำแนวคิดของพระองค์ท่านไปปฏิบัติ

“อยากให้ซื่อสัตย์กับคำพูด ความคิดของตัวเอง ถ้าเรารักพระองค์ท่านและคิดว่าเราจะซื่อสัตย์ต่อพระองค์ท่าน อยากให้เอากระบวนการเหล่านี้ไปปฏิบัติ เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ที่พระองค์ท่านพระราชทานทิ้งไว้ให้เป็นมรดกของคนไทยทั้งประเทศ เป็นศาสตร์ที่มีประโยชน์กับประเทศไทยทุกเรื่อง”

พระองค์ท่านรักพวกเรา ถ้าเรารักท่าน...จริงใจต่อท่าน...ซื่อสัตย์กับคำพูดของตนเอง ผมเชื่อว่าการปฏิบัติเดินตามหลักแนวคิดของพระองค์ท่าน ในอนาคตประเทศไทยเข้มแข็งและมั่นคงแน่นอน...

“ความรักของคนในสังคมก็จะมากขึ้น เพิ่มพูนขึ้น มุ่งหวังให้ทุกคน อยู่ได้ด้วยตนเอง พึ่งพาช่วยเหลือกันและกันได้ มีความรักใคร่สมานฉันท์ ปรองดอง ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ต้องการ”.

10 พ.ย. 2559 09:24 10 พ.ย. 2559 09:26 ไทยรัฐ