วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถกอาร์เซพคืบหน้า ไทย จ่อชง เปิดเสรีย้ายคนทำงานในบริษัทเดียวกัน

เจรจาอาร์เซพคืบหน้ามาก สมาชิกยอมเจรจาเปิดเสรีบุคคลธรรมดาระหว่างกัน แต่ยังไม่กำหนดอาชีพ ไทยอาจเสนอ 2 ประเภท หวั่นกระทบจ้างงานคนไทย ส่วนบริการทั่วไป เสนอเปิดเสรี 50-55 สาขาย่อยให้สมาชิกถือหุ้นได้เกิน 51% ขณะที่เปิดเสรีสินค้า ไร้ข้อสรุป เล็งคุยต่อธ.ค.

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP หรืออาร์เซพ) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ว่า การประชุมครั้งนี้ มีความคืบหน้ามาก ทั้งในเรื่องการเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน โดยเฉพาะในเรื่องบริการ สมาชิกตกลงที่จะให้มีการเจรจาการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาระหว่างกัน จากที่ก่อนหน้านี้ หลายประเทศไม่เห็นด้วย

ด้านนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาอาร์เซพฝ่ายไทย กล่าวว่า การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาระหว่างกัน ไทยอาจเสนอเปิดเสรีใน 2 ประเภทก่อน คือ การเคลื่อนย้ายคนทำงานในบริษัทเดียวกัน เช่น บริษัทแม่ในต่างประเทศ ส่งพนักงานเข้ามาทำงานในไทย และการอนุญาตให้นักธุรกิจเข้ามาทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น

ส่วนการเปิดเสรีบริการทั่วไป มีการเสนอให้เปิดเสรีบริการ 100 สาขาย่อย จากทั้งหมด 155 สาขาย่อย เช่น โทรคมนาคม การศึกษา การท่องเที่ยว ก่อสร้าง เป็นต้น โดยใน 100 สาขานั้น ต้องเปิดให้สมาชิกอาร์เซพถือหุ้นได้เกิน 51% ใน 50-55 สาขา ซึ่งไทย และอาเซียนรับได้ เพราะในกรอบอาเซียน เปิดตลาดบริการมากกว่านี้อยู่แล้ว

สำหรับการเปิดตลาดการค้า หลายประเทศเสนอท่าทียืดหยุ่น และพร้อมจะเปิดเสรีสินค้าในระดับสูงขึ้น เช่น อินเดีย เสนอจะลดภาษีนำเข้าสินค้าเป็น 0% ทันทีในสัดส่วน 80% ของรายการสินค้าที่ค้าขายในอาร์เซพ ส่วนอาเซียน เสนอสัดส่วนสูงถึงประมาณ 90% นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีแต้มต่อ สำหรับการเปิดตลาดสินค้าอ่อนไหวสูง เช่น กำหนดระยะเวลาที่นานขึ้นในการลด/เลิกภาษี อย่างไรก็ตาม อาเซียนขอสงวนสินค้าบางรายการเป็นสินค้าอ่อนไหวสูง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร หากคู่เจรจาไม่เปิดตลาดสินค้าเกษตรให้ อาเซียน รวมทั้งไทยคงไม่ยอมเปิดเสรีประเด็นอื่นๆ เช่น บริการ หรือลงทุน

ขณะที่การลงทุน จะเปิดเสรีเกษตร ประมง ป่าไม้ เหมืองแร่ และการผลิต ส่วนประเด็นการคุ้มครองนักลงทุน โดยนักลงทุนต่างประเทศสามารถฟ้องร้องรัฐบาลประเทศที่เปิดให้เข้ามาลงทุนได้หากมีนโยบายกระทบต่อการลงทุนนั้น ไทยยอมรับได้ เพราะในความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยกับประเทศต่างๆ ได้กำหนดประเด็นนี้อยู่แล้วนอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่หารือกันในการประชุมครั้งนี้ แต่สมาชิกไม่เห็นด้วย เช่น การแข่งขันอย่างเสรี ระหว่างรัฐวิสาหกิจและธุรกิจต่างชาติ การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ที่หลายประเทศต้องการให้เปิดเสรี แต่ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมครั้งนี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการเจรจาการค้าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ เร่งเจรจาอาร์เซพให้คืบหน้ามากขึ้น โดยคณะกรรมการฯจะประชุมครั้งต่อไปวันที่ 6-10 ธ.ค. นี้ที่อินโดนีเซีย คาดว่า น่าจะหาข้อสรุปได้ในประเด็นเป้าหมายการลดภาษีสินค้า แต้มต่อการลดภาษีสินค้าอ่อนไหว บริการแต่ละสาขาจะเปิดเสรีมากน้อยเพียงใด การลงทุน จะมีกฎเกณฑ์อย่างไร และระดับการคุ้มครองการลงทุนอย่างไร เป็นต้น.

เจรจาอาร์เซพคืบหน้ามาก สมาชิกยอมเจรจาเปิดเสรีบุคคลธรรมดาระหว่างกัน แต่ยังไม่กำหนดอาชีพ ไทยอาจเสนอ 2 ประเภท หวั่นกระทบจ้างงานคนไทย ส่วนบริการทั่วไป เสนอเปิดเสรี 50-55 สาขาย่อยให้สมาชิกถือหุ้นได้เกิน 51% ... 9 พ.ย. 2559 20:51 9 พ.ย. 2559 22:12 ไทยรัฐ