วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์ ชี้ ชัยชนะ 'ทรัมป์' ทำการค้า-ส่งออกไทย เสี่ยงมากขึ้น

พาณิชย์ คาด "ทรัมป์" ชนะ ทำการค้า-ส่งออกไทย มีความเสี่ยงมากขึ้น สั่งทูตพาณิชย์ติดตามใกล้ชิด แนะผู้ส่งออก เตรียมรับมือค่าเงินผันผวน เตรียมหาตลาดใหม่ แต่เชื่อ “ทรัมป์” ไม่ทิ้งทีพีพีแน่ อาจขอแก้ไขข้อบทที่คนอเมริกันไม่เห็นด้วย หรือถ้าไม่เอาจริง ต้องแสดงมารยาท ขอแก้ไขข้อบทเรื่องจีดีพี เพื่อให้ข้อตกลงเดินหน้าต่อ ...

วันที่ 9 พ.ย.59 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การที่นายทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง คาดว่า จะมีผลกระทบระยะสั้นต่อในตลาดเงินตลาดทุน แต่ภาคเศรษฐกิจจริง คงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ในช่วงที่เหลือของปี สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯและเศรษฐกิจโลกน่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ดังนั้น การส่งออกของไทยในช่วง ที่เหลือยังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ตามการคาดการณ์

สำหรับในปีต่อไป ไทยคงต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านต่างๆ ของสหรัฐฯ ที่อาจจะเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น และอาจส่งผลกระทบด้านต่างๆ เช่น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ราคาน้ำมัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับดอกเบี้ยหรือไม่ ฯลฯ ซึ่งความผันผวนเหล่านี้ จะส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวน และราคาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ สูงขึ้น คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯและเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวต่ำกว่าการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ 2.2% และ 3.4% ตามลำดับในปี 60 และจะทำให้การส่งออกของไทยในปี 60 มีความเสี่ยงและท้าทายมากขึ้น

ส่วนผลกระทบระยะยาว ด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ นายทรัมป์ มีแนวโน้มคัดค้านความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) แต่คาดว่า อาจเจรจาการค้าฉบับใหม่ ที่มีลักษณะปกป้องผลประโยชน์คนอเมริกันมากขึ้น ซึ่งอาจนำมาสู่การขยายแนวความคิดด้านชาตินิยม และไม่ให้ความสำคัญกับการค้าเสรีไปสู่ประเทศต่างๆ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวปริมาณการค้าโลก และของไทย

"การส่งออกไทยจะมีความเสี่ยงมากขึ้น หากสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าในทิศทางที่กีดกันมากขึ้น ประกอบกับ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลกโดยรวม ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออกของไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่เศรษฐกิจไทยในขณะนี้แข็งแกร่ง มั่นใจว่า ผลกระทบจะไม่รุนแรงมากนัก แต่อยากให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็กปรับตัว เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะจากอัตราแลกเปลี่ยน”

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น หลังจากรู้ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ โดยมองว่า ในระยะสั้น จะยังไม่มีผลกระทบอะไร โดยเฉพาะภาคการส่งออก แม้ว่าสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญ แต่ที่ผ่านมา ไทยได้กระจายการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ทดแทนแล้ว เช่น อาเซียน จีน อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามดูนโยบายของนายทรัมป์ ที่จะเน้นการช่วยเหลือคนอเมริกัน เพราะอาจมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ที่เข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ รวมทั้งต้องติดตามเรื่องการเจรจาการค้าในอนาคตด้วย เพราะนโยบายไม่เหมือนกับรัฐบาลของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

ด้าน นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการค้าโลก เพราะนโยบายหาเสียงของนายทรัมป์ มีแนวโน้มที่ใช้ระบบปกป้องการค้า และโดดเดี่ยวตัวเอง มากขึ้น โดยจะยึดนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจที่มองผลประโยชน์ของสหรัฐฯเป็นหลัก แทบจะปิดประเทศ ซึ่งจะตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้า และออกมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีมากขึ้น เช่น มาตรการสุขอนามัย สนับสนุนนโยบายซื้อสินค้าอเมริกัน (Buy American) เพื่อให้มีการจ้างงานคนอเมริกันมากขึ้น ซึ่งอาจผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทย เพราะสหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของ ซึ่งจะต้องติดตามดูว่าจะมีผลต่อสินค้าไทยอย่างไร ผู้ส่งออกไทย ต้องเตรียมพร้อม และหาตลาดส่งออกใหม่

สำหรับผลกระทบต่อข้อตกลงความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) นั้น นายทรัมป์ไม่เอาข้อตกลงนี้ ซึ่งอาจทำให้ข้อตกลงนี้ ไม่มีผลบังคับใช้ในอนาคต มีผลต่อความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในอาเซียน ที่เป็นสมาชิกทีพีพีอยู่แล้วคือ เวียดนาม สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย ซึ่งหากทีพีพีไม่มีผลบังคับใช้ จะต้องจับตาดูว่า จีนจะถือโอกาสมาสร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้มากขึ้นหรือไม่

ขณะที่ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นายทรัมป์ คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งพิจารณาว่า จะยกเลิกทีพีพีหรือไม่ และต้องแถลงนโยบายก่อน แต่เชื่อว่า การค้า การส่งออก ยังคงดำเนินไปตามปกติ อีกทั้งเห็นว่าคงยากที่สหรัฐฯ จะไม่ซื้อสินค้าจากไทย หรือปิดประตูขังตัวเอง ที่ผ่านมา ไทยส่งออกไปสหรัฐฯเพียง 10% ของการส่งออกรวมเท่านั้น จึงมองว่า ไม่น่าจะกระทบต่อการส่งออกไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม ไทยปรับตัวมาระยะหนึ่งแล้ว ในการหาตลาดใหม่ๆ เช่น แอฟริกา อิหร่าน ปากีสถาน และเป็นโอกาสดีที่ไทยจะไปเจรจาทางการค้ากับประเทศเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สมาชิกทีพีพี ใช้เวลานานในการเจรจาจัดทำความตกลงนี้ และเสียงบประมาณจำนวนมาก เชื่อว่า สมาชิกไม่ทิ้งทีพีพีแน่นอน คงต้องเดินหน้าให้มีผลบังคับใช้ โดยหากนายทรัมป์ไม่เอาทีพีพี สหรัฐฯต้องแสดงมารยาทต่อสมาชิก โดยต้องขอแก้ไขข้อบทในความตกลงกับสมาชิก ที่กำหนดให้ 6 ประเทศสมาชิก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมกันไม่น้อยกว่า 85% ของจีดีพีรวม ให้สัตยาบัน ทีพีพีก็จะมีผลบังคับใช้แล้ว หากไม่แก้ไขข้อบทนี้ ทีพีพีจะเดินหน้าต่อไม่ได้ เพราะจีดีพีสหรัฐฯประเทศเดียวก็มีมูลค่าถึง 60% แล้ว

สำหรับไทย หากสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงทีพีพี ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม เพราะไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับสมาชิกอื่นๆ ในกรอบต่างๆ อยู่แล้ว โดยสมาชิกทีพีพี 4 ประเทศ คือ เวียดนาม สิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย อยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซพ) ระหว่างอาเซียน และคู่เจรจา 6 ประเทศ คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ส่วนเม็กซิโก ไทยทำการค้าด้วยน้อย ขณะที่ชิลี และเปรู ไทยมีข้อตกลงเอฟทีเอด้วยแล้ว ส่วนแคนาดา อาเซียนอยู่ระหว่างการศึกษาจัดทำเอฟทีเอด้วย ดังนั้น ไทยควรเดินหน้าอาร์เซพให้จบโดยเร็วดีกว่า

อย่างไรก็ตาม เชี่อว่า นายทรัมป์คงไม่ทิ้งทีพีพี เพราะเป็นประโยชน์กับสหรัฐฯมาก และอาจเดินหน้าต่อ ซึ่งนายทรัมป์ต้องอธิบายกับคนอเมริกันให้ได้ว่าเหตุใดจะเดินหน้าต่อ และอาจต้องขอแก้ไขข้อบทในความตกลงบางประการกับสมาชิก ที่คนอเมริกันไม่เห็นด้วย

พาณิชย์ คาด "ทรัมป์" ชนะ ทำการค้า-ส่งออกไทย มีความเสี่ยงมากขึ้น สั่งทูตพาณิชย์ติดตามใกล้ชิด แนะผู้ส่งออก เตรียมรับมือค่าเงินผันผวน เตรียมหาตลาดใหม่ แต่เชื่อ “ทรัมป์” ไม่ทิ้งทีพีพีแน่ อาจขอแก้ไขข้อบทที่คนอเมริกันไม่เห็นด้วย .. 9 พ.ย. 2559 17:43 9 พ.ย. 2559 18:33 ไทยรัฐ