วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

3 นิสัยเสียที่มักทำให้เกิดดราม่า

โดย Nuttaputch

สังคมปัจจุบันของเรานั้นมักจะมีการวิจารณ์กันบ่อยๆ ว่าเป็นสังคมอุดมด้วยดราม่า ประเภทมีเรื่องราวให้คนต้องหยิบมาโจมตี หรือวิจารณ์ด้วยอารมณ์กันมากมาย ซึ่งแม้ว่าเอาจริงๆ สื่อออนไลน์ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ กระพือไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งการโหมวิจารณ์และพูดต่อมากมาย จนบางคนอาจจะมองว่า “เกินไป” ในหลายๆ ครั้ง แต่เราก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่ “เกิดตามมา” และไม่ใช่ตัว “ต้นเรื่อง”

และเมื่อเราไปมอง “ต้นเรื่อง” กันแล้ว เราจะเห็นว่าหลายๆ ครั้งนั้น อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรมาก บางครั้งอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่สามารถจบได้ไม่ยาก ไม่เห็นต้องลุกลามใหญ่โต แต่ก็กลับกลายเป็นสิ่งตรงข้ามแม้ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้ “ขนาดนั้น”

สิ่งที่ผมมักจะพูดบ่อยๆ คือการเกิดความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นกันได้ คนเราไม่ใช่เป็นประเภทที่จะสมบูรณ์พร้อมไปทุกเรื่องชนิดไร้ที่ติ การเกิดความผิดพลาดจึงเป็นธรรมดาชีวิต และเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะจัดการความผิดพลาดนั้นๆ เพราะถ้าจัดการกันไม่เป็นก็จะทำให้ความผิดพลาดนั้นใหญ่โตขึ้นมาได้ง่ายๆ และเรื่องราวดราม่าที่มักเกิดก็มาจากการจัดการที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งมักเกิดขึ้นจากพฤติกรรมดังต่อไปนี้ละครับ

1. ผิดไม่เป็น

หนึ่งในสิ่งที่บางคนมักจะทำเมื่อเกิดความผิดขึ้นคือ การปฏิเสธความผิดนั้น ไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น หรือไม่ก็หาข้ออ้างต่างๆ นานามาพยายามอธิบายว่าที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิด แม้ว่าจะมีหลักฐานและผลกระทบมากมายอยู่ตรงหน้า สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาคือการที่คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคู่กรณี หรือคนที่สังเกตการณ์ก็จะยิ่งมีอารมณ์ต้านมากกว่าเดิม บางครั้งก็อาจจะลุกลามกลายเป็นโกรธ อาฆาตแค้นกันได้เลยทีเดียว

2. ไม่รับผิดชอบ

ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น มันก็ล้วนมีผลที่ตามมาไม่มากก็น้อย ยิ่งถ้าเกิดจากความผิดพลาดแล้ว ผลที่ตามมาก็ล้วนไม่ใช่สิ่งที่คนคาดหวัง ฉะนั้นการรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งที่จะตามมาอย่างขาดเสียไม่ได้ คนทำงานเก่งๆ จึงไม่ใช่แค่ “รับชอบ” แต่ “รับผิด” ด้วย สิ่งสำคัญของการรับผิดชอบคือ การแสดงให้เห็นสปิริตและการมีเกียรติทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า การรับผิดชอบ นั้นคือการทำลายเกียรติและชื่อเสียง เพราะมองว่ามันคือการยอมรับผิด ซึ่งมันไม่จริงเลยแม้แต่น้อย แถมในทางกลับกันนั้น ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาแล้วเราไม่รับผิดชอบด้วยแล้ว มันก็จะยิ่งทำลายเกียรติของเรามากขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก

3. ขอโทษไม่เป็น

สิ่งที่มักทำให้สถานการณ์หนักไปกว่าเดิมเวลามีเหตุผิดพลาดคือ การที่คนต้นเหตุไม่รู้จักที่จะ “ขอโทษ” กับคนที่ได้รับผลกระทบหรือคู่กรณี การขอโทษไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดเสียไม่ได้เพราะมันทำให้คนได้รับรู้ว่าเราเข้าใจ และเห็นความสำคัญของสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างที่ผมมักพูดเสมอคือ คนเราสามารถเข้าใจได้ว่าใครๆ ก็ผิดพลาดกันได้ การขอโทษเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเรารู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมทั้งแสดงความเห็นอกเห็นใจกับอีกฝ่าย

ทั้งนี้ การขอโทษที่ว่าต้องไม่ใช่การขอโทษเป็นพิธี หรือขอโทษตามสคริปต์ หากแต่ต้องเป็นการขอโทษอย่างจริงใจ และทำให้อีกฝ่ายรู้สึกได้ว่า คนๆ นั้นกำลังขอโทษจริงๆ และนั่นจะเป็นขั้นตอนที่นำไปสู่การปรับความเข้าใจต่อไป โดยเราจะเห็นว่าหลายๆ ครั้งที่แเม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงก็จริง แต่เมื่อมีการขอโทษและทำให้คนฟังรู้สึกได้ว่าผู้พูดรู้ซึ้งถึงความผิดที่เกิดขึ้น เราก็พร้อมจะลดอารมณ์และอคติลง (บ้าง) ซึ่งนั่นต่างจากกรณีของคนที่พยายามจะชี้แจงต่างๆ นานาโดยไม่กล่าวคำขอโทษ และทำให้กำแพงของคนฟังที่เกิดจากอารมณ์ไม่ได้ถูกทำให้หายไป การอธิบายต่างๆ เลยมักจะไม่ได้ผล แถมจะยิ่งเป็นการกระพือให้สถานการณ์แย่กว่าเดิมอีกต่างหาก

ฟังๆ ดูแล้ว นิสัยสามอย่างอาจจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอะไรเลย แต่ถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว มันเป็นสิ่งที่เราเห็นกันบ่อยๆ และทำให้คนจำนวนมากเสียผู้เสียคนกันมาแล้ว ลองคิดง่ายๆ ถึงคนที่ทำงานผิดพลาดแล้วเอาแต่โบ้ยคนอื่น คนที่วันๆ เอาแต่แก้ตัวแต่ไม่เคยแม้แต่เอ่ยปากรับผิดชอบ หรือคนที่ทำผิดแล้วไม่ขอโทษ คนเหล่านี้มักจะเป็นที่จดจำของหลายๆ คนที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม และความทรงจำนั้นแหละที่จะกลายเป็นชนวนของลูกระเบิดที่รอที่จะทำลายชื่อเสียงของคนๆ นั้น

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ถ้าวันหนึ่งคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำความผิดอะไรขึ้นมา ลองคิดกันดูดีๆ นะครับว่า คุณกำลังทำ 3 อย่างข้างต้นอยู่หรือเปล่า เพราะถ้าคุณทำอย่างนั้นแล้ว ไม่เพียงแต่เรื่องจะไม่จบ แต่มันอาจจะก่อดราม่าที่ทำลายคุณมากกว่าที่คุณคิดก็ได้นะครับ

Facebook : www.facebook.com/nuttaputchdotcom/

Nuttaputch

สังคมปัจจุบันของเรานั้นมักจะมีการวิจารณ์กันบ่อยๆ ว่าเป็นสังคมอุดมด้วยดราม่า ประเภทมีเรื่องราวให้คนต้องหยิบมาโจมตี หรือวิจารณ์ด้วยอารมณ์กันมากมาย ซึ่งแม้ว่าเอาจริงๆ สื่อออนไลน์ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ 9 พ.ย. 2559 10:33 9 พ.ย. 2559 11:08 ไทยรัฐ